
ข้องใจสธ.ใช้งบ250ล้านสอบมลพิษสระบุรี‏
เอกชน-ชาวบ้านข้อใจ รมช.สาธารณสุข อนุมัติงบ 250 ล้านบาท ตรวจสอบมลพิษพื้นที่จังหวัดสระบุรี สงสัยทำไมใช้งบสูงผิดปกติ
กรณีปัญหาการร้องเรียนของชาวบ้าน 3 ตำบลของอำเภอเมือง จังหวัดสระบุรี ได้รับผลกระทบจากมลพิษ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2552 นายมานิตย์ นพอมรบดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมทีมแพทย์กว่า 30 คน ได้ประชุมหารือกับผู้แทนหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับผู้แทนบริษัท เบตเตอร์ กรีน เวิลด์ จำกัด(มหาชน) ผู้บริหารบ่อบำบัดขยะและแกนนำกลุ่มชาวบ้านที่ประท้วงด้วยการปิดถนนมิตรภาพ เพื่อหาข้อยุติในการแก้ปัญหา
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ยกเลิกข้อมูลอย่างเป็นทางการต่อผลการตรวจสอบด้านสุขภาพของชาวบ้านของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดก่อนหน้านี้ ที่มีความขัดแย้งกันของหน่วยงานต่างๆ พร้อมสั่งการให้ตั้งทีมศึกษาชุดใหม่ลงตรวจสอบพื้นที่ 3 ตำบลอีกครั้ง โดยใช้งบประมาณ 250 ล้านบาท สำหรับการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์สนับสนุนทีมแพทย์ที่ลงพื้นที่ ตามคำเรียกร้องของผู้ประท้วง และเป็นค่าใช้จ่ายในห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างมลพิษ ซึ่งจะต้องใช้ห้องปฏิบัติการของเอกชน
นายสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์ กรีน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เหตุผลที่ประชุมที่มีรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน ได้ข้อสรุปให้ยกเลิกผลสรุปด้านสุขภาพของคณะทำงานของกระทรวงสาธารณสุข เพราะบริษัทฯ ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดจากการรวบรวมข้อมูลของคณะทำงานผิดพลาด จนเป็นเหตุให้บริษัทฯ ต้องยื่นฟ้องคณะทำงานชุดดังกล่าวต่อศาลอาญานนทบุรี
และน่าแปลกใจกรณีที่ประชุมยังได้เสนอว่าจะจัดตั้งทีมแพทย์ที่เป็นกลางลงเก็บข้อมูลในพื้นที่ใหม่ แต่ยังคงให้แพทย์ร่วมอยู่ในคณะทำงานด้วย
“เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจที่จะให้หน่วยงานใดก็ได้ลงตรวจสอบพื้นที่ แต่ขอให้มีความเป็นกลางและเป็นธรรมต่อบริษัทฯ บ้าง บริษัทฯ ยินดีที่จะสนับสนุนงบประมาณ ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนจากข้อสรุปอันเป็นเท็จของคณะทำงานกระทรวงสาธารณสุขแล้ว จึงไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหากทีมแพทย์จะลงพื้นที่จริงๆ ก็ขออย่าให้มีแพทย์ที่เป็นคู่คดีความกับบริษัทฯร่วมอยู่ด้วย แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบจาก นายมานิตย์ แต่อย่างใดแต่กลับแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะจัดสรรงบประมาณให้ลงพื้นที่มากถึง 250 ล้านบาทตรวจสุขภาพเฉพาะ 3 ตำบลที่อยู่ใกล้บ่อขยะเท่านั้น”นายสุวัฒน์ กล่าว
นายสุวัฒน์ กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่บริษัทสงสัยคือเหตุใด รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังจัดประชุมร่วมกันอีก ทั้งๆ ที่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข สรุปผลความเห็นร่วมกันเสนอต่อ นายกรัฐมนตรี ไปแล้วเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2552 ว่าบริษัทฯ ไม่ได้ก่อให้เกิดผลต่อสุขภาพแต่อย่างใด
แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ที่เกิดปัญหามลพิษ กล่าวว่า มีการจัดงบประมาณไทยเข้มแข็งเพื่อลงไปตรวจสอบปัญหามลพิษ จำนวน 250 ล้านบาท ไม่รู้ว่ามากไปรึเปล่าเพราะชาวบ้านใน 3 ตำบลมีเพียงไม่กี่ครัวเรือนที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขส่งแพทย์ลงพื้นที่ก็สร้างความแตกแยกในพื้นที่เป็นอย่างมากเพราะถ้าไม่ใช่พวกตนก็ไม่ได้รับการรักษา หรือไม่ก็ได้รับทราบผลด้านสุขภาพเกินจริงจนทำให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งต้องเสียเงินเข้ามาพิสูจน์รักษาในกรุงเทพฯ เพราะไม่แน่ใจในผลการตรวจที่บอกว่าตนได้รับสารพิษถึงขั้นรุนแรง ที่ผ่านมาเวลาชาวบ้านไม่สบายก็จะใช้บัตร 30 บาทไปรักษาที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอที่มีเครื่องมือพร้อมอยู่แล้วทำไมต้องจัดสรรงบตามที่คนไม่กี่คนเรียกร้อง เสียดายงบประมาณ



