
วธ.ทำจดหมายเหตุ - ซีลเปิดคลิปเด็กๆ สุขภาพดี
วธ.สั่งทำบันทึกประวัติศาสตร์ความสามัคคีช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวงของคนทั่วโลกเป็นจดหมายเหตุแห่งชาติ ด้านหน่วยซีลเปิดคลิป 13 หมู่ป่าทักทายสวัสดี ยืนยันแข็งแรง
ภายหลังจากผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำชาวอังกฤษ พบผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า รวม 13 คน ที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียราย เมื่อคืนวันที่ 2 กรกฎาคม แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถพาทั้งหมดออกมาจากถ้ำได้ ซึ่งขณะนี้หน่วยทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือ หน่วยซีล 7 นาย ของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ พร้อม พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ผู้บังคับกองพันเสนารักษ์ที่ 3 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และหน่วยพยาบาลเวชศาสตร์ใต้น้ำของกองทัพเรือ เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ ขณะที่ผู้ปกครองยังปักหลักรอพบบุตรหลานอยู่บริเวณหน้าถ้ำ ต่างพากันดีใจ บางรายถึงน้ำตาไหล เมื่อได้เห็นพวกเขาจากคลิปที่หน่วยซีลเผย สมาชิกทีมหมูป่ากล่าวสวัสดีและส่งเสียงทักทายคนรอคอยอยู่นอกถ้ำ พร้อมยืนยันสุขภาพแข็งแรงหลังได้รับประทานอาหารเพิ่มพลังงานที่หน่วยซีลนำเข้าไปให้ และให้แพทย์ตรวจร่างกายแล้ว
เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 กรกฎาคม ที่บริเวณหน้าถ้ำหลวง ผู้ปกครองของ 13 ชีวิตทีมหมูป่า ที่นั่งชมคลิปถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่ได้เห็น “รอยยิ้ม” ของบุตรหลานในคลิป ขณะที่บางคนบ่นว่าลูกชายของตนดูซูบผอมไปมาก ขณะที่บางคนไม่เห็นลูกของตน เนื่องจากลูกตัวเล็ก ต้องบอกให้คนที่อยู่ข้างๆ ช่วยมองหา
“หมอภาคย์” ทำแผลให้เด็กในถ้ำหลวง
คลิปวิดีโอความยาว 59 วินาทีบันทึกโดยเจ้าหน้าที่ซีล เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่โพสต์ในเฟซบุ๊ก Thai NavySEAL แสดงให้เห็นภาพนักเตะเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชนั่งพักบริเวณเนินนมสาวภายในถ้ำ อยู่ในสภาพที่ยังมีจิตใจดี ส่วนใหญ่คลุมตัวด้วยผ้าห่มฟอยล์อเนกประสงค์เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น ทุกคนใบหน้ายิ้มแย้ม กล่าวสวัสดีพร้อมแนะนำตัวทีละคน
นอกจากนี้บางช่วงยังมีภาพ พ.ท.นพ.ภาคย์ ใช้ยาทาแผลให้เด็กๆ ขณะที่เจ้าหน้าที่กับผู้ที่ติดอยู่ในถ้ำต่างมีท่าทีที่เป็นกันเอง คนถ่ายคลิปบอกให้ชูสองนิ้วก็ชูสองนิ้วด้วยรอยยิ้ม ซึ่งแสดงให้เห็นว่า พวกเขาต่างมีความหวังว่าจะถึงวันที่จะออกมาจากถ้ำ กลับไปพบกับพ่อแม่และครอบครัว
ทั้งนี้้่ เฟซบุ๊ก Thai NavySEAL ระบุว่า “หลังได้ทานอาหารเพิ่มพลังงานที่หน่วยซีลดำน้ำนำเข้าไป และแพทย์ทหารที่ผ่านการฝึกในหลักสูตรนักทำลายใต้น้ำจู่โจมตรวจร่างกายทีมหมูป่าทุกคนแล้ว น้องๆ ส่งเสียงทักทายผู้คนที่รอคอยอยู่นอกถ้ำฝากมาครับ”
หน่วยซีลดำน้ำไปกลับ 6 ชม.
เจ้าหน้าที่หน่วยซีลที่เป็นผู้บันทึกคลิปดังกล่าว ได้พูดว่า “ทุกคนแข็งแกร่งมาก แข็งแกร่ง” ขณะที่หมอภาคย์ได้พูดว่า “รอข้าวก่อน อีกไม่นาน”
ก่อนดูนาฬิกาข้อมือว่ากี่ชั่วโมงแล้วระบุว่า “เราออกมาตี 5 และมาถึงตอน 5 โมงเช้า” ซึ่งเท่ากับว่าหน่วยซีลต้องใช้เวลาในการดำน้ำจากโถง 3 ภายในถ้ำหลวง มาถึงเนินนมสาว ซึ่งเป็นจุดที่ 13 ชีวิตอยู่นั้น เป็นระยะเวลาประมาณ 6 ชั่วโมง
แผลเล็กน้อยไม่ฉกรรจ์
ต่อมา พล.ต.วุฒิไชย อิศระ แพทย์ใหญ่กองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าทีมแพทย์สนาม ชี้แจงว่าเป็นเพียงการตรวจบาดแผลเบื้องต้น ไม่ใช่แผลฉกรรจ์ก่อให้เกิดอันตราย
“ที่เราประเมินคิดว่าน้องอยู่ในสภาพร่างกายสมบูรณ์ เพราะเราจะดูจากกิจกรรม ถ้าเดินได้ 15 ก้าว ก็คือเป็นปกติ” พร้อมยืนยันว่า ขณะนี้กำลังบำรุงร่างกายให้นักฟุตบอลทีมหมูป่าตามหลักโภชนาการ และให้อาหารพลังงานสูง
ยาย“น้องไนท์-น้องเติ้ล”รอเจอหลาน
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 4 บ้านเวียงหอม ต.แม่สาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อพบกับญาติของผู้สูญหาย
นางผัน สมเพียงใจ อายุ 66 ปี ยายของนายพีระพัฒน์ หรือน้องไนท์ 1 ใน 13 ชีวิตหลงติดในถ้ำหลวง กล่าวว่า ยังคงรอคอยหลานกลับบ้าน วันนี้รู้สึกโล่งใจไปเปลาะหนึ่งหลังทราบข่าวว่าพบตัวหลานชายแล้ว แต่ยังลำเลียงออกมาไม่ได้
“วันที่น้องไนท์หลงหายไป คือวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน ซึ่งตรงวันเกิดอายุครบ 17 ปี เช้าวันนั้นน้องไนท์และเพื่อนปั่นจักรยานไปเตะฟุตบอล ก่อนไปเล่นกันที่ถ้ำ และจะกลับมาฉลองวันเกิดที่บ้าน ยายและพี่น้องทุกคนในบ้านเป็นห่วงมาก เฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งครูบาบุญชุ่มมาทำพิธีที่ถ้ำหลวง และบอกว่าอีก 2 วันจะออกมา ก็ทำให้มีความหวัง แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง เจ้าหน้าที่เข้าไปพบตัวหลานและเพื่อนๆ ในถ้ำ” นางผันกล่าว
นางผันกล่าวด้วยว่า อยากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ที่ช่วยตามหาหลานจนเจอ หลังจากที่หลานออกมาจากถ้ำก็อยากให้บวช อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และอุทิศผลบุญให้แก่ทุกคนๆ ให้ช่วยเหลือจนรอดชีวิตออกมา
หลานแข็งแรงชอบว่ายน้ำ-ดำน้ำ
ที่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 4 บ้านเวียงหอม ต.แม่สาย นางแว่นแก้ว พาคำมา อายุ 68 ปี ยายของ ด.ช.ณัฐวุฒิ พาคำทรง หรือน้องเติ้ล อายุ 14 ปี กล่าวว่า ช่วงที่หลานหายไปยายกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เป็นห่วง แต่ใจคิดว่าหลานยังมีชีวิตอยู่ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้พบหลาน กำลังรอเจ้าหน้าที่ลำเลียงออกมา
ยายของน้องเติ้ลนำแว่นตาดำน้ำ ท่ออากาศสำหรับดำน้ำออกมาให้ผู้สื่อข่าวดู และกล่าวว่าหลานว่ายน้ำเป็น ชอบดำน้ำ เคยดำน้ำแต่ในบ่อน้ำเล็กๆ ไม่เคยดำในถ้ำ จากข่าวที่ว่าเจ้าหน้าที่จะฝึกสอนให้ดำน้ำออกมา ยายเชื่อว่าถ้าร่างกายของน้องแข็งแรงแล้วเจ้าหน้าที่น่าจะพาน้องเติ้ลดำน้ำออกมาได้
ผู้ว่าฯ ยืนยันทุกคนแข็งแรง
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย (ศอร.) กล่าวว่า ภารกิจทั้งหมดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อดูแลทั้งส่วนของการช่วยเหลือสนับสนุนการค้นหา และงบประมาณมีเพียงพอต่อการทำงาน การขอรับบริจาคที่ไม่ได้ผ่านจากผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งหมด ถือเป็นเรื่องที่ไม่สมควร
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สุขภาพร่างกายของทั้ง 13 คน กำลังดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจจะต้องมีการพักฟื้นร่างกายเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายกลับมาสมบูรณ์ โดยมีการให้อาหารนักบินเพียงวันแรกเท่านั้น ขณะนี้ได้ให้รับประทานอาหารประเภทอ่อนเป็นพวกอาหารรสจืด น้ำผลไม้ อาหารย่อยง่าย
ส่วนเรื่องการขนย้ายยังคงยืนยันว่าจะนำออกมาจากทางเข้าปากถ้ำ เพราะน่าจะเป็นเส้นทางที่มีความปลอดภัยกับเด็กมากที่สุด ถึงแม้จะมีทางเลือกคือการเจาะอุโมงค์แล้วดึงเด็กขึ้นจากด้านบนผนังถ้ำ ขนย้ายโดยเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นวิธีที่น่ากังวลเพราะหากจะต้องขนขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ก็ต้องย้ายมาขึ้นรถพยาบาลต่อ เป็นการลำเลียงหลายขั้นตอน เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนและสุขภาพร่างกายของเด็ก
น้ำในถ้ำลดลงชั่วโมงละ 1 ซม.
สำหรับปฏิบัติการกู้ชีพขณะนี้สมบูรณ์แบบ แต่การลำเลียงน้องๆ ทั้ง 13 คน ออกมา จะไม่สามารถดำเนินการพร้อมกันได้ ต้องดูสุขภาพเป็นสำคัญ เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ส่งผ้าห่มฟอยล์เข้าไปให้ความอบอุ่นแก่น้องๆ ยืนยันภารกิจทุกอย่างยังคงดำเนินการตามแผนเดิม
การสูบน้ำออกจากถ้ำก็ยังต้องทำต่อเนื่อง พร้อมกับการระบายน้ำออกจากใต้ดิน และปิดกั้นทางไหลของน้ำบนภูเขา ซึ่งเมื่อวานพบสองจุดใหญ่ที่มีน้ำไหลลงถ้ำ จุดแรกทางตอนเหนือของถ้ำ ทีมฝ่ายทหารเข้าไปปิดทางน้ำเข้า ส่วนอีกจุดพบทางทิศใต้ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานเข้าไปดำเนินการปิดกั้นและเบี่ยงทางน้ำให้พ้นถ้ำ ขณะนี้ระดับน้ำภายในถ้ำลดลงชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร หากยังสามารถคงระดับนี้ต่อไปได้ ระดับน้ำในถ้ำก็จะสามารถอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัยสามารถลำเลียงออกมาได้ในเร็วๆ นี้
ร่างกายพร้อมถึงพาออกจากถ้ำ
ส่วนการเดินสายโทรศัพท์เข้าไปถึงสามแยก แต่จากการขนส่งที่ยากลำบาก ทำให้โทรศัพท์ตกน้ำเสียหาย ต้องหาทดแทนเข้าติดตั้งใหม่ เพื่อให้เด็กสามารถพูดคุยกับผู้ปกครองได้โดยตรง เป็นการเยียวยาจิตใจของเด็กและผู้ปกครองได้จนกว่าจะพาเด็กออกมาจากถ้ำได้โดยปลอดภัย
“ตอนนี้เด็กอยู่กับหน่วยซีล ยังไม่ได้ใส่หน้ากากดำน้ำ กำลังสอนการหายใจ สอนดำน้ำ ออกกำลังกายในถ้ำ นอกจากนี้ยังมีหมอ นักประดาน้ำ พยาบาลอยู่กันแบบพี่น้องแบบใกล้ชิด รอดูว่าสภาพร่างกายน้องพร้อมกันเมื่อไหร่ ส่วนอาหารที่กินมีนักโภชนาการด้านอาหารและหมอเป็นผู้จัดให้ว่าควรกินอะไรก่อน เสริมอะไร ทุกอย่างต้องพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้การปฏิบัติงานไม่มีความเสี่ยง ก็จะพาน้องออกมา”
เสริมนักประดาน้ำช่วยหน่วยซีล
พล.ต.ฉลองชัย ชัยยะคำ รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ตอนนี้เราเร่งขนหลอดอากาศเข้าไปเสริมเพื่อรองรับการทำงาน รวมถึงการนำตัวเด็กออกมา
โดยผู้บัญชาการทหารบกได้อนุมัติเพิ่มกำลังพลจากกรมทหารราบที่ 21 มณฑลทหารบกที่ 34 และหน่วยบัญชาการรบพิเศษมาเสริมเพื่อช่วยหน่วยซีลลำเลียงสิ่งของภายในถ้ำ ส่วนด้านบนเขายังคงลาดตระเวนเพื่อหาปล่องโพรง โดยได้รับความร่วมมือจากหลายด้าน เพื่อจะช่วยนำน้องๆ ออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยที่สุด
ลุ้นพบทางใหม่เข้าถ้ำหลวง
ขณะที่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ ผบ.มทบ.37 เปิดเผยว่า การทำงานนอกถ้ำ ตอนนี้เราเร่งดำเนินการที่ถ้ำทรายทอง เพราะมีโอกาสที่จะมีทางเชื่อมเข้าถ้ำหลวงไปจุดที่เด็กอยู่อีกทาง ตอนนี้ถ้ำทรายทองระดับน้ำลดลงไปมาก เนื่องจากน้ำออกกับน้ำเข้าสัมพันธ์กันแล้ว ระดับน้ำในถ้ำทรงตัว นอกจากนี้ยังพบโพรงในถ้ำความยาว 900 เมตร เราก็จะส่งคนเข้าไปดูว่าสามารถเข้าไปจุดที่เด็กๆ อยู่อีกทางหรือไม่
เผยนาทีชาวอังกฤษเจอ13 ชีวิต
วันเดียวกัน เว็บไซต์นิวยอร์กไทม์ส สื่อในสหรัฐ เปิดเผยนาที นายจอห์น โวลันเธน 1 ใน 2 ผู้เชี่ยวชาญด้านการดำน้ำในถ้ำชาวอังกฤษ พบ 13 ชีวิตติดถ้ำหลวง เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเป็นคนแรกที่พูดคุยกับเด็กๆ และผู้ช่วยโค้ช ว่า เกิดขึ้นขณะที่ โวลันเธน กำลังวางแนวเชือก หรือเรียกว่าการวางเบสไลน์ เพื่อเป็นแนวให้ตนเอง ตลอดจนทีมประดาน้ำชุดอื่นใช้ในการดำน้ำมาค้นหา 13 ชีวิต โดยเชือกในการวางเบสไลน์เกิดหมดในบริเวณที่เด็กๆ และโค้ช อยู่กันบนเนินหิน ที่เรียกว่า ‘เนินนมสาว’ พอดี จึงทำให้โวลันเธนต้องโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำ จนเด็กๆ และโค้ช เห็นแสงไฟฉายบนศีรษะของโวลันเธน ทำให้เขาพบเด็กๆ และโค้ชที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงมาตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน
นิวยอร์กไทม์ส ชี้ว่า หากเชือกในการวางเบสไลน์ สั้นกว่านี้เพียงแค่ 15 ฟุต นายโวลันเธนคงต้องว่ายน้ำกลับไปยังโถงบัญชาการ ซึ่งจะทำให้เขาและนายริชาร์ด สแตนตัน ดำน้ำไปไม่ถึงจุดที่เด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 คนอยู่ในคืนวันจันทร์ที่ผ่านมา และจะทำให้ทั้ง 13 ชีวิตต้องเคว้งคว้างรอคอยความช่วยเหลืออยู่ในถ้ำหลวงอย่างน้อยอีกหนึ่งคืน
สื่อสหรัฐ ระบุว่า นายอันสเวิร์ธ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและเพื่อนร่วมทีมสำรวจถ้ำกับนายโวลันเธน กล่าวว่า เชือกในการวางแนวเบสไลน์ของโวลันเธนหมดพอดี จึงทำให้เขาต้องโผล่ขึ้นเหนือน้ำ และได้พบเด็กๆ และโค้ชทั้ง 13 คน
นายกฯ สนองรับสั่ง “ในหลวง”
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) เป็นประธานวันสถาปนาหน่วยครบ 68 ปี
โดยนายกรัฐมนตรีและคณะได้ร่วมพิธีสงฆ์ และเป็นประธานมอบทุนการศึกษาให้แก่บุตรและธิดาของกำลังพล พร้อมทั้งเดินทางไปดูอาวุธยุทโธปกรณ์ และกล่าวกับกำลังพลว่า ขอให้ดูแลรักษายุทโธปกรณ์เสมือนบ้านตนเอง เพราะราคาแพง เรายังผลิตเองไม่ได้ อีกทั้งเราก็กำลังจะสร้างศูนย์ซ่อมสร้างเองด้วย แม้ไม่ได้เอามารบก็เอามาช่วยเหลือประชาชนได้ เช่น น้ำท่วม
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างสระดำน้ำทางยุทธวิธีทางทะเล หลักสูตรทหารเสือ พร้อมระบุว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่งให้ถอดบทเรียนกรณีช่วยชีวิตนักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า ที่ติดถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ให้นำมาประยุกต์กับหลักสูตรการฝึก เพื่อในอนาคตจะได้จัดระเบียบได้ ทั้งนี้ หน่วยซีล กู้ภัย และหน่วยต่างๆ มาร่วมกันถือเป็นกรณีศึกษา การดำน้ำภายในถ้ำไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะมีช่องแคบต่างๆ หรือต้องถอดถังอากาศบางช่วงด้วย จึงต้องสร้างเพื่อรองรับต่อไป การมาตรวจการก่อสร้างทางว่ายน้ำทางยุทธวิธี ที่ ร.21 รอ. ก็ตรงกับสถานการณ์พอดีซึ่งจะได้ใช้ในการกู้ภัย ไม่ใช่ไปเป็นพระเอก เพื่อไปสนับสนุน วันนี้ก็ได้มีการจัดกำลังไปเพื่อนำทั้ง 13 คนออกมา
ทหารเสือราชินีเสริมทีมช่วยหมูป่า
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ร.21 รอ.ได้ส่งกำลังพลที่จบการฝึกหลักสูตรทหารเสือราชินีไปช่วยในภารกิจถ้ำหลวงแล้ว เพื่อไปช่วยหมุนเวียนกำลังของซีลได้ออกมาพักบ้าง และช่วงเย็นนี้จะส่งอุปกรณ์ดำน้ำโดยเฉพาะหน้ากากดำน้ำที่มีประสิทธิภาพเข้าไปเพิ่มเติมด้วย
ยืนยันต้องนำ13ชีวิตออกมาโดยเร็ว
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการนำเด็กทั้ง 13 คนออกมาจากถ้ำว่า มี 2 ทาง คือ 1.เจาะโพรงจากบนถ้ำลงมา ต้องหาช่องทางให้เจอซึ่งจะเร็วกว่า 2.การนำตัวเด็กดำน้ำออกมา แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากถ้ำมีลักษณะคดเคี้ยวไม่ใช่เป็นเส้นตรง ต้องลำเลียงออกทีละคนและต้องดูความพร้อมของเด็กด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะนำตัวเด็กทั้ง 13 คนออกมาจากทำให้เร็วที่สุด แต่ไม่อยากให้ระบุว่าต้องเป็นวันนี้หรือวันไหน
“ส่วนเรื่องงบประมาณการเยียวยาของภาครัฐ ทางผู้เกี่ยวข้องกำลังบริหารจัดการและผมจะให้ทางจังหวัดพิจารณาถึงความเหมาะสมในการดูแลเยียวยาจิตใจ ผมไม่ได้บอกว่าเด็กทั้ง 13 คนเป็นฮีโร่ ต้องให้ทั้งจังหวัดเป็นผู้พิจารณาดูอีกทีถึงความเหมาะสม แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเด็กทั้ง 13 คนออกมาแล้วต้องเป็นคนดีของสังคม และต้องเรียนรู้จากสิ่งที่เขาได้กระทำ” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
วธ.ทำจดหมายเหตุช่วย13หมูป่า
นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้สั่งการไปยัง สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ในการส่งเจ้าหน้าที่ นักจดหมายเหตุ เพื่อจดบันทึกเหตุการณ์และภาพประวัติศาสตร์ การช่วยชีวิต กลุ่มเยาวชน และผู้ช่วยโค้ช ทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ทั้ง 13 คน ที่ติดในถ้ำหลวง เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ครั้งสำคัญที่มีคนทั้งโลกต่างให้ความสนใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ที่ทรงพระเมตตา และทรงห่วงใยต่อสถานการณ์ดังกล่าว อีกทั้งเป็นการหลอมรวมความสมานสามัคคี การส่งพลังน้ำใจจากทุกฝ่าย ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือ และให้กำลังใจกับทั้ง 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำ นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานระดับชาติ ในการระดมความร่วมมือกันวางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบตามมาตรฐานสากล
รมว.วัฒนธรรม กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จะมีการประมวลสถานการณ์ และลำดับเหตุการณ์อย่างรอบด้าน ไล่เรียงตามวันเวลา ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2561 ซึ่งทีมหมูป่า อะคาเดมี่ ติดในถ้ำ ภารกิจการวางแผนการช่วยชีวิต การระดมพลังจิตอาสา การลงพื้นที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย การประสานงานกับทีมผู้ช่วยเหลือจากต่างประเทศ การรายงานข่าวจากสื่อมวลชนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนให้สัมภาษณ์ความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองเยาวชน และผู้ที่เกี่ยวข้อง และเมื่อทุกคนออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว จะมีการสัมภาษณ์ความรู้สึกของทั้ง 13 ชีวิตด้วย อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำว่า การดำเนินงานบันทึกจดหมายเหตุ จะต้องไม่กระทบต่อการทำงานของทีมช่วยเหลือ โดยเบื้องต้นจะรวบรวมข้อมูลจากสื่อต่างๆ ทุกช่องทาง จากนั้นจะมีการนำมาประมวลเหตุการณ์ต่อไป
ทีมแพทย์-อุปกรณ์พร้อมรับ
พล.ต.วุฒิชัย อิศระ แพทย์ใหญ่ กองทัพภาคที่ 3 หัวหน้าทีมโรงพยาบาลสนาม กล่าวว่า ได้เตรียมการแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือขั้นเตรียมการคือการหาข้อมูลภาวะการเจ็บป่วยทั้ง 13 คน เช่นอายุ โรคภัยไข้เจ็บ ปัจจัยเสี่ยงแต่ละคนที่จะก่อให้เกิดภาวะความเจ็บป่วย จากนั้นเป็นการวางแผนวิเคราะห์ถึงปัญหาที่จะเกิดกับทั้ง 13 คนมีอะไรบ้าง แต่ที่แน่นอนก็คือภาวะการขาดสารอาหารโดยเตรียมสารอาหารต่างๆ เพื่อบำรุงร่างกาย เพื่อให้น้องๆ แข็งแรง เพื่อให้น้องออกมาจากจุดเกิดเหตุได้
การรักษาขณะนี้ทางกรมการแพทย์ทหารบกได้นำแพทย์ที่จบทางด้านนักประดาน้ำจากหน่วยซีล โดยให้การรักษาพยาบาลเบื้องต้น จากนั้นก็จะวางแผนเคลื่อนย้ายมายังโรงพยาบาลสนาม โดยใช้เส้นทางเคลื่อนย้าย โดยจัดทีมไว้ 13 ทีม ในแต่ละทีม มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 1 คน ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอายุรกรรม และเชี่ยวชาญด้านภาวะฉุกเฉิน สำหรับเครื่องมือในตอนนี้มีความพร้อมในการรองรับ ที่สำคัญคือต้องรีบให้ความอบอุ่นกับทั้ง 13 คน และใส่แว่นตาดำ เพื่อปกป้องดวงตา เพราะน้องอยู่ในที่มืดมาเป็นเวลานาน เมื่อออกมาพบแสงจอประสาทตาจะรับแสงจ้ามากกว่าปกติ
จากนั้นนำมายังจุดคัดแยกที่โรงพยาบาลสนาม ประเมินความพร้อมว่าแต่ละคนจะสามารถเคลื่อนย้ายได้หรือไม่ หากพร้อมก็จะส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทันที แต่จะส่งไปโดยวิธีใดนั้นจะต้องพิจารณาอีกครั้ง
ออกมาได้ต้องห่างพ่อแม่1-2วัน
นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า เมื่อทั้ง 13 ชีวิตทีมหมูป่า ถูกนำออกมาจากถ้ำหลวง และนำส่งโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ในช่วงแรกคงต้องให้ทั้งหมดอยู่ในห้องดูแลก่อน 1-2 วัน โดยให้ผู้ปกครองและญาติอยู่ที่บ้านพักก่อน
จากนั้นจึงเปิดให้เข้าเยี่ยมบุตรหลานของตัวเองได้แต่ยังคงให้สวมเสื้อเสื้อผ้าและหน้ากากอนามัยให้มิดชิดรวมทั้งอยู่ห่างระยะ 2 เมตร เนื่องจากพบว่าทั้ง 13 คนสุขภาพแข็งแรงจึงจะดูอาการและตัดสินใจเรื่องการดำเนินการกันเป็นครั้งๆ ไป ส่วนกรณีพบภาพอาการถลอกปอกเปิกของเด็กๆ ภายในถ้ำนั้นถือเป็นเรื่องปกติและเมื่อดูแล้วไม่พบอาการติดเชื้อหรือบวมแดงที่แผลแต่อย่างใด
นักดำน้ำอังกฤษยังเหลืออีก 2 ช่วยค้นหา
จากกรณีที่มีการแสข่าวว่า นายจอห์น โวลันเธน นายริชาร์ด สแตนตัน และนายโรเบิร์ต ฮาร์เปอร์ สามนักดำน้ำชาวอังกฤษที่เข้าร่วมปฏิบัติภารกิจกับหน่วยซีลของไทย เดินทางกลับประเทศอังกฤษไปแล้วนั้น
นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งเป็นผู้ประสานงานให้ทั้ง 3 คนมาร่วมกู้ภัย เปิดเผยว่า ทั้ง 3 คนยังอยู่ช่วยเหลือจนจบภารกิจ และยังประชุมกับทีมไทย วางแผนการนำเด็กๆ ออกมา แต่นายโรเบิร์ตซึ่งมีอายุถึง 70 ปีเศษ จำเป็นจะต้องกลับไปพบแพทย์ตามนัด ขอเดินทางกลับก่อนซึ่งตนจะไปส่งที่สนามบินในคืนวันที่ 4 กรกฎาคม สำหรับนายฮาร์เปอร์เป็นนักดำน้ำอาวุโส ครั้งนี้ทำหน้าที่ชี้เส้นทางและแนะนำแผน เคยมาสำรวจถ้ำแห่งนี้ร่วมกับนายเวิร์น อันสเวิร์ธ ซึ่งมีบทบาทในการวางแผนช่วยเหลือเช่นกัน
13 ชีวิตไม่ใช่ฮีโร่ แต่เป็นผู้รอดชีวิต
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กล่าวถึงกระแสสังคมที่มีต่อนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า รวม 13 คน ที่ติดในถ้ำหลวง ว่า ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกัน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ ชัดเจนว่า ทั้ง 13 คนไม่ใช่วีรบุรุษหรือฮีโร่ แต่พวกเขาอยู่ในฐานะผู้รอดชีวิต เป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยและยินดี ที่พวกเขารอดชีวิตออกมา แต่ก็ไม่ใช่กลุ่มคนที่จะต้องถูกตำหนิหรือต่อว่าเช่นกัน สิ่งที่ควรทำคือ ไม่ซ้ำเติม แต่ควรส่งเสริม เช่น สนับสนุนให้เล่นฟุตบอลตามที่ถนัด ส่งเสริมเรื่องความเข้มแข็งจนผ่านวิกฤติได้ เพื่อให้เด็กมีชีวิตต่อไปอย่างมีคุณค่าและมีศักดิ์ศรี
“เด็กที่รอดชีวิตออกมาการที่ติดในถ้ำเป็นระยะเวลานานเช่นนั้น คิดว่าเขารู้อยู่แล้วถึงผลกระทบและปัญหาต่างๆ ที่ตามมา และสิ่งที่เกิดขึ้นเขาก็ไม่ได้ตั้งใจเชื่อว่าคงไม่กลับไปทำเช่นนั้นอีก นอกจากนี้ ต้องไม่ไปยกย่องสรรเสริญว่า เป็นวีรบุรุษ สังคมต้องเข้าใจบทบาทของแต่ละฝ่าย เพราะเขาคือผู้รอดชีวิต ไม่ใช่วีรบุรุษ วีรบุรุษคือทีมช่วยเหลือทุกทีมที่มีการจัดการที่ดีทั้งทีมที่ได้เปิดเผยตัวต่อสาธารณชน หรือที่ทำงานอยู่เบื้องหลังอีกมากที่ร่วมมือกันจนเจอเด็ก คนพวกนี้คือวีรบุรุษที่ต้องได้รับการยกย่อง ให้เขารู้สึกอิ่มเอมใจว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ดี ที่ถูกต้องในการช่วยเหลือจนเด็กรอดชีวิต” นพ.ยงยุทธ กล่าว



