
สธ.แจงขั้นตอนหลัง 13 หมูป่าออกจากถ้ำ
สธ.เผย ขั้นตอนหลังทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง ห้ามเยี่ยม 1 - 2 วัน เตรียมพร้อมสถานที่รองรับทั้ง 13 คนเรียบร้อยแล้ว
4 ก.ค. 61 เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ อาคารอุบัติเหตุฉุกเฉิน 14 ชั้น โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ นายแพทย์เจษฎา โชดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการ กระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เชียงราย และนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกันแถลงข่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการรองรับนักเตะและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี และตรวจห้องสามัญอุบัติเหตุ ชั้น 8 ของอาคารดังกล่าว เพื่อรองรับนักฟุตบอลและโค้ชที่ยังอยู่ภายในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย หลังจากทีมค้นหาพบตัวแล้ว และอยู่ระหว่างฟื้นฟูสภาพร่างกายและรอระดับน้ำลดลง
นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สาธารณสุขได้สนับสนุนด้านบุคลากร ยา และอาหาร ในการช่วยเหลือทั้ง 13 คน มาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อพบตัวทั้งหมดในถ้ำแล้ว ก็จัดเตรียมสถานที่โดยพร้อมทั้งการรองรับกรณีเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์จากจุดเกิดเหตุไปยังฝูงบิน 416 (สนามบินเก่า) ใกล้กับโรงพยาบาล ระยะเวลาประมาณ 15 นาที และกรณีทางรถยนต์ระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับห้องสามัญอุบัติเหตุดังกล่าว ถูกจัดให้มีศักยภาพเทียบเท่าห้องผู้ป่วยหนัก หรือ ไอซียู ที่มีผู้ดูแลชนิดคนต่อคน และมีการจัดสถานที่พักเฉพาะให้ญาติที่ได้แจ้งลงทะเบียนเอาไว้กว่า 50 คน เพื่อให้สามารถเข้าเยี่ยมบุตรหลานได้เป็นช่วงๆ นอกจากนี้ กรณีญาติหรือเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติงานพบอาการป่วย สามารถแจ้งแพทย์ได้โดยมีการมอบบัตรเฝ้าระวังโรคให้คนละใบ และมีสายด่วนกรณีป่วยโดยโทรศัพท์ไปที่โรงพยาบาล 053910600 ต่อ 22222 ได้
แนวทางการดูแลรักษาทั้ง 13 คน ต้องประเมินอาการโดยแพทย์ก่อน 5 - 7 วัน หลังออกจากถ้ำ โดยเริ่มต้นด้วยการปรับอาหาร 3 - 7 วัน ซึ่งก็ต้องดูก่อนว่าจะออกจากถ้ำได้เมื่อไหร่ หากยังอยู่ในถ้ำนานและเสร็จสิ้นขั้นตอนให้อาหารเหลวแล้ว ก็จะส่งอาหารปกติเข้าไปให้ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว แต่เท่าที่ทราบพบว่าทั้งหมดสุขภาพกายแข็งแรงและพูดคุยได้ สุขภาพจิตดีดูสดชื่น ส่วนหนึ่งคือเกิดจากกำลังใจที่ได้รับ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลสิ่งที่ต้องทำคือ ตรวจเลือด ตรวจหาเชื้อ ตรวจอาการต่างๆ และจากประวัติพบว่ามีผู้ที่มีอาการหอบหืดจำนวน 2 คน จึงได้จัดแพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินหายใจและปอดรองรับแล้ว
"ภายในถ้ำที่มืดที่ไม่มีคนหรือสิ่งมีชีวิตก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันต่อไปว่าจะมีเชื้อโรคต่างๆ หรือไม่ ดังนั้น เราจึงต้องจัดให้ห้องสามัญอุบัติเหตุดังกล่าวเป็นห้องปลอดเชื้อ ผู้เข้าออกต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยและเสื้อผ้าที่จัดเตรียมไว้ ภายในห้องมีระบบตรวจหัวใจ ดูดเสมหะ ตรวจชีพจร เครื่องกระตุ้นหัวใจ ฯลฯ เทียบเท่าห้องไอซียู ส่วนทั้ง 13 คน เริ่มแรกคงต้องให้ใส่แว่นตากันแดดหรือใช้ผ้าปิดก่อน โดยจักษุแพทย์ดูเป็นการเฉพาะ สำหรับสุขภาพจิตของญาตินั้น กรมสุขภาพจิตแจ้งว่าก่อนมีข่าวพบทั้ง 13 คน ภายในถ้ำ ได้มีผู้ปกครองมีอาการซึมเศร้า จำนวน 6 คน แต่หลังจากพบ ทั้งหมดก็มีอาการดีขึ้นอย่างมาก" นายแพทย์เจษฎา กล่าว
ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ช่วงแรกคงต้องให้ทั้งหมดอยู่ในห้องดูแลก่อน 1 - 2 วัน โดยให้ผู้ปกครองและญาติอยู่ที่บ้านพักก่อน จากนั้นจึงเปิดให้เข้าเยี่ยมบุตรหลานของตัวเองได้ แต่ยังคงให้สวมเสื้อเสื้อผ้าและหน้ากากอนามัยให้มิดชิด รวมทั้งอยู่ห่างระยะ 2 เมตร เนื่องจากพบว่าทั้ง 13 คน สุขภาพแข็งแรง จึงจะดูอาการและตัดสินใจเรื่องการดำเนินการกันเป็นครั้งๆ ไป ส่วนกรณีพบภาพอาการถลอกปอกเปิกของเด็กๆ ภายในถ้ำนั้น ถือเป็นเรื่องปกติ และเมื่อดูแล้วไม่พบอาการติดเชื้อ หรือบวมแดงที่แผลแต่อย่างใด
นายแพทย์เจษฎา กล่าวในตอนท้ายว่า ในปัจจุบันทีมแพทย์รักษามีการติดต่อทางวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับภายในถ้ำแล้ว เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และรองรับกรณีเดินทางไปถึงโรงพยาบาลดังกล่าว ส่วนการจะสรุปได้ว่าทั้ง 13 คน จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้หลังกระบวนการผ่านพ้นไป 5 - 7 วัน แล้วหรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะต้องรอผลการตรวจต่างๆ ก่อน โดยเฉพาะการตรวจบางเชื้อต้องส่งไปยังกรุงเทพฯ และต้องปรับดูผลกันวันต่อวันต่อไปด้วย



