ข่าว

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!

04 ก.ค. 2561

จนท.วางแผนพา 13 สมาชิกทีหมูป่าออกจากถ้ำ ส่งหน่วยซีลสอนดำน้ำ ระดมอาหาร อากาศ ยา แพทย์ประกบ พร้อมต่อสายโทรศัพท์ให้คุยกับญาติ เร่งพร่องน้ำ คาด 2 วันสู่อ้อมอกแม่

          ในที่สุดการติดตามค้นหาผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า รวม 13 ชีวิต ที่เข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ก็ประสบความสำเร็จเมื่อนายจอห์น โวลันเธน และ นายริชาร์ด สแตนตัน ผู้เชี่ยวชาญการดำน้ำชาวอังกฤษ พบทั้งหมดอยู่ที่บริเวณห่างจากพัทยาบีช ประมาณ 300-400 เมตร หรือที่เรียกว่า เนินนมสาว เมื่อคืนวันที่ 2 กรกฎาคม ซึ่งทุกคนยังอยู่ในสภาพที่แข็งแรงและปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากภายในถ้ำยังมีมวลน้ำปริมาณมาก จะต้องประเมินอีกครั้งว่าจะนำทั้ง 13 ชีวิตออกมาจากถ้ำอย่างไร ล่าสุด มท.1 เผย ประเมินแล้วต้องดำน้ำออกมาสถานเดียว

          เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การช่วยเหลือ 13 ชีวิต ทีมหมูป่าว่า ขณะนี้พบเด็กแล้ว และเตรียมการที่จะนำออกมา ซึ่งเส้นทางที่จะนำเด็กออกมาก็คือเส้นทางเดิม แต่พยายามที่จะปั๊มน้ำออกให้มากที่สุดเพื่อที่เด็กจะไม่ต้องดำน้ำออกมา แต่บางช่วงอาจจะต้องดำน้ำบ้างเพราะอย่างไรเราก็ปั๊มน้ำไม่ไหว นี่คือสิ่งที่ตนประเมิน

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          “ในส่วนของการปั๊มน้ำออกเราก็ยังคงดำเนินการเต็มที่ เพราะการดำน้ำนั้นไม่ง่าย หากใช้ไม่เป็นไปหลุดกลางทางอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมีฝนตกหนักแล้วน้ำสูงกว่าที่เป็นอยู่ขณะนี้จะทำงานลำบาก ต้องชิงออกมาก่อน อาจให้ซีล 2 คน ประกบประคองเด็ก 1 คนออกมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเมินแล้วยังไม่มีทางออกอื่นนอกจากการออกมาทางน้ำนี่แหละ จะปล่อยเด็กเอาไว้ในนั้นคงไม่ใช่ ต้องนำเด็กออกมา ทั้งนี้ การดำน้ำไม่ได้ยากเกินไป เด็กที่เป็นนักกีฬาน่าจะสามารถทำได้ เพราะไม่ได้ปล่อยเด็กดำคนเดียว แต่จะมีการประกบเด็กออกมา ยิ่งมีฝนหนักยิ่งต้องรีบเอาเด็กออกมา ทั้งนี้ สิ่งที่ทำให้ทุกอย่างสำเร็จคือความร่วมมือร่วมใจ” พล.อ.อนุพงษ์กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ต้องให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในพื้นที่ประเมินด้วย

ทีมช่วยเหลือเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุดช่วยเหลือซึ่งประกอบด้วย ชุดซีล นักประดาน้ำจากประเทศไทย อังกฤษ และอเมริกา ทหารจากมณฑลทหารบก เจ้าหน้าที่สังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจนอาสาสมัครกู้ภัยแขนงต่างๆ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปาส่วนภูมิภาค และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวนกว่า 1,000 คน ยังคงเร่งดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการต่อท่อน้ำและติดตั้งเครื่องสูบน้ำภายในถ้ำ โดยมีการต่อกระแสไฟฟ้าไปอีก 1,500 เมตร เพื่อที่จะสูบน้ำให้ได้ในระยะ 3,000 เมตร

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          โดยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำและท่อระบายน้ำเป็นไปด้วยความลำบากเนื่องจากภายในถ้ำยังคงมีปริมาณน้ำที่มาก ประกอบกับพื้นที่เป็นลุ่มๆ ดอนๆ และบางจุดแคบ กระแสน้ำภายในถ้ำไหลเชี่ยว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องขนย้ายวัสดุอุปกรณ์เข้าไปอย่างทุลักทุเล แต่ก็มีการดำเนินการคืบหน้าไปได้มาก รวมทั้งการติดตั้งถังออกซิเจนเข้าไปในจุดต่างๆ เพื่อให้ชุดซีลได้ใช้ระหว่างดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือทั้ง 13 คน ซึ่งศูนย์บัญชาการสถานการณ์จังหวัดเชียงรายยังไม่มีการแถลงถึงแนวทางการช่วยเหลือเด็กทั้ง 13 คน ว่าจะนำออกมาเมื่อใด และด้วยวิธีใด

ปภ.หวังนำเด็กออกโดยเร็ว

          นายไพฑูรย์ นาคแท้ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 15 เปิดเผยว่า หลังจากที่พบเด็กทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงแล้ว ภารกิจของป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงเดินหน้าต่อ ด้วยการเดินหน้าพร่องน้ำออกจากถ้ำให้ได้มากที่สุด เพื่อให้หน่วยซีลนำเด็กออกจากถ้ำ เนื่องจากระยะทางโถงที่ 3 มีความยาว 700–800 เมตร ที่หน่วยซีลจะต้องดำน้ำพาเด็กออกมา ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ไม่คุ้นกับการดำน้ำ จึงต้องเร่งดำเนินการพร่องน้ำออกจากถ้ำให้ได้มากที่สุด โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เข้ามาช่วยในการระบายน้ำ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่ร่วมทำงานกันอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          “หวังว่าจะพาเด็กออกมาให้ได้ภายในวันนี้(3 ก.ค.) ขณะนี้ทางหน่วยซีลเองได้เตรียมพร้อมที่จะนำเด็กออกมา แต่ต้องประเมินสภาพของเด็กด้วยว่าสามารถนำออกมาได้หรือไม่ ทั้งนี้อาจต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำพิเศษสำหรับผู้ที่ไม่เคยดำน้ำมาก่อนเข้าไปช่วยนำเด็กออกมา ส่วนแผนที่จะนำเด็กขึ้นมาทางปล่องตามที่หลายฝ่ายพูดถึงนั้นไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องมีการเจาะทะลุชั้นหินลงไป เครื่องมือเจาะขนาดใหญ่ที่มีอยู่ไม่สามารถที่จะนำขึ้นไปได้ ตอนนี้จึงเหลือเพียงเส้นทางเดียวคือเส้นทางที่ต้องดำน้ำออกมาทางหน้าถ้ำ” ผอ.ปภ.เขต 15 กล่าว

ให้กิน ‘เพาเวอร์เจล-ยาปฏิชีวนะ’

          นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่า ได้รับรายงานการประเมินสภาพร่างกายของทั้ง 13 รายในเบื้องต้น ไม่มีใครน่าเป็นห่วง มีที่บาดเจ็บบ้างแต่ไม่มาก จากที่แพทย์กำหนดระดับอาการไว้สามระดับคือ สีแดง ขั้นวิกฤติ สีเหลือง ต้องดูแลพิเศษ และสีเขียว เป็นระดับต้องได้รับการดูแล พบว่าผู้ใหญ่บางรายอยู่ในระดับสีเหลือง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับสีเขียว

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          “จากนี้นอกจากให้อาหารเพาเวอร์เจลซึ่งให้พลังงานสูง ควบคู่กับอาหารที่ส่งไป แพทย์ลงความเห็นว่าเราต้องให้ยาทุกชนิด ทั้งยาปฏิชีวนะ ยาพาราเซตามอลให้ทุกคนใช้ป้องกันการติดเชื้อ ต้องป้องกันให้ 100 เปอร์เซ็นต์ แพทย์ที่ส่งเข้าไปจะเป็นผู้ประเมินสภาพร่างกาย ความพร้อม ปรับสภาพให้สมบูรณ์ก่อนนำทั้ง 13 คนออกมา ถามว่าเมื่อไหร่จะเอาทั้ง 13 คนออกมา ยืนยันว่าออกมาได้ก็ต่อเมื่อปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์" ผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าว

          นายณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ตอนนี้คือการกู้ภัย เราจะไม่หลุดมือเด็ดขาด พวกเขาต้องออกมาอย่างปลอดภัยที่สุด ตามแผนหน่วยซีลจะทำหน้าที่เข้าไปดูแล และเมื่อพร้อมอาจจะต้องสอนให้ว่ายน้ำ ดำน้ำ โดยจะให้ใช้หน้ากากแบบพิเศษในการดำน้ำออกมาให้ได้ แพทย์และซีลจะประเมินร่วมกันว่าพร้อมเมื่อไหร่ ทั้งนี้ หากระดับน้ำในถ้ำลดลงจนถึงระดับที่สามารถใช้แพหรืออุปกรณ์ลอยน้ำได้ก็จะใช้วิธีนั้นนำเด็กออกมา ตอนนี้เราจะดูแลเด็กๆ ทั้ง 13 คนอย่างดีที่สุด

 

ผู้ว่าฯ เชียงรายขอบคุณทุกภาคส่วน

          นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า การค้นพบน้องๆ ทั้ง 13 คนในครั้งนี้ต้องขอบคุณทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ให้ความร่วมมือกัน ซึ่งทุกคนต่างมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือน้องๆทั้ง 13 คน

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
          ทั้งฝ่ายที่สูบน้ำ ฝ่ายที่ค้นหาภายในถ้ำ ฝ่ายที่ค้นหาอยู่ด้านบนของถ้ำเพื่อหาปล่องทางเข้า รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ภายในพื้นที่ทั้งหมด รวมถึงสื่อมวลชนและผู้ที่คอยให้การสนับสนุนอุปกรณ์ อาหาร และสิ่งของที่เจ้าหน้าที่ต้องการใช้อย่างเร่งด่วน ทำให้การค้นหาดำเนินไปได้อย่างราบรื่น

สั่งเดินหน้าภารกิจกู้ภัยต่อ

          นายณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ในส่วนของแผนการดำเนินการทั้งหมดที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ก็จะดำเนินการต่อทั้งการสูบน้ำ การค้นหาปล่อง การเจาะผนังถ้ำ รวมไปถึงการดำน้ำเข้าไปช่วยเหลือด้านใน ซึ่งขณะนี้เปลี่ยนจากภารกิจค้นหาเป็นภารกิจกู้ภัยที่จะนำตัวทั้ง 13 คนออกมา ซึ่งขณะนี้จะไม่มีการยกเลิกภารกิจใดทั้งสิ้น จนกว่าจะยืนยันได้ว่าจะสามารถหาทางออกได้ทางใดทางหนึ่งที่ปลอดภัยกับทั้ง 13 คน 100 เปอร์เซ็นต์ จึงจะหยุดการดำเนินการของแผนอื่นๆ อย่างไรก็ตามการที่จะพาทั้ง 13 คนออกมานั้นคาดว่าจะต้องฟื้นฟูร่างกายทั้งหมดให้กลับมาแข็งแรงเสียก่อน จึงจะประเมินได้ว่าจะสามารถช่วยเหลือออกมาจากด้านใด

บวช9วัน อุทิศกุศล‘เจ้าแม่นางนอน’

          ผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดเผยภายหลังจากการตรวจเยี่ยมภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ว่า ทุกอย่างเรียบร้อยดี เจ้าหน้าที่ยังคงทำงานกันอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยซีล นักประดาน้ำ รวมทั้ง 7 คนยังไม่ได้กลับออกมาจากเนินนมสาว ใช้เวลาเดินทางไปกลับ ประมาณ 6 ชั่วโมงกว่า ขณะนี้ระดับน้ำภายในถ้ำจากปากถ้ำไปถึงบริเวณกองบัญชาการของหน่วยซีลอยู่ในระดับหัวเข่า แต่เลยสามแยกไป จะอยู่ในระดับหน้าอกไปจนถึงคอ

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับผู้ปกครองทั้ง 13 ชีวิตเป็นครั้งแรก หากออกมาจากถ้ำหลวงได้ ทั้งหมดเตรียมให้ลูกหลานบวชเป็นเวลา 9 วัน เพื่อความเป็นสิริมงคลและอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าแม่นางนอน

ลุ้น 2 วันนำ 13 ชีวิตหมูป่าออกจากถ้ำ

          รายงานข่าวแจ้งว่า จากการประเมินสภาพ ทุกปัจจัยทั้งร่างกายของ 13 ชีวิต และสภาพถ้ำ คาดว่าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 วัน จึงนำเด็กออกมาได้ นอกจากการสอนดำน้ำแล้ว ทีมซีลนานาชาติโดยทีมผู้เชี่ยวชาญดำน้ำจากประเทศจีนรับหน้าที่เป็นหลักในการทำรอกลำเลียงของจำเป็นเข้าไปในถ้ำ พร้อมวางแนวเชือกลากตลอดทางให้ทั้ง 13 ชีวิตเกาะออกมา

          นอกจากนี้มีการวางแผนสำรองในกรณีน้ำท่วมสูงเต็มถ้ำอีก เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมอาหารกักตุนสำหรับเด็กและโค้ช 13 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ซีลและชุดประดาน้ำให้เพียงพอ 3-4 วัน และได้ส่งถังอากาศเข้าไปภายใน 70 ถัง และจะส่งเพิ่มไปอีก 30 ถัง สำหรับให้ทั้ง 13 คนใช้เป็นออกซิเจนหายใจออกมา โดยประเมินว่าคนหนึ่งต้องใช้ถังออกซิเจนอย่างน้อย 4 ถัง และสำหรับเด็ก 12 คน ถังอากาศจะมีขนาดเล็กเข้ากับขนาดตัว และต้องรับน้ำหนักได้

13รายชื่อ ‘ทีมหมูป่า’ หลังติดถ้ำหลวง

          สำหรับนักฟุตบอลและผู้ช่วยโค้ชทีมหมูป่า รวม 13 คน ที่รอดชีวิตหลังติดอยู่ในถ้ำหลวง นาน 10 วัน กว่า 200 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไปพบตัวและให้การช่วยเหลือ ประกอบด้วย 1.นายเอกพล จันทะวงษ์ (เอก) อายุ 25 ปี โค้ชทีมฟุตบอล 2.ด.ช.อดุลย์ สามออน (อดุลย์) อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านเวียงพาน อ.แม่สาย 3.ด.ช.ประจักษ์ สุธรรม (โน้ต) อายุ 14 ปี ชั้น ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 4.ด.ช.ณัฐวุฒิ ทาคำทราย (เติ้ล) อายุ 14 ปี ม.2 โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 5.ด.ช.พิพัฒน์ โพธิ อายุ (นิค) 15 ปี โรงเรียนบ้านสันทราย

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          6.ด.ช.ภานุมาศ แสงดี (มิกซ์) อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 7.ด.ช.ดวงเพชร พรมเทพ (ดอม) อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสตร์ 8.ด.ช.ชนินทร์ วิบูลย์รุ่งเรือง (ไตตั้น) อายุ 11 ปี โรงเรียนอนุบาลแม่สาย 9.ด.ช.เอกรัตน์ วงค์สุขจันทร์ (บิว) อายุ 14 ปี โรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา 10.นายพีรพัฒน์ สมเพียงใจ (ไนท์) อายุ 16 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ 11.นายพรชัย คำหลวง (ตี๋) อายุ 16 ปี โรงเรียนบ้านป่ายาง 12.ด.ช.สมพงศ์ ใจวงค์ (พงศ์) อายุ 13 ปี โรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ และ 13.ด.ช.มงคล บุญเปี่ยม (มงคล) อายุ 13 ปี ชั้น ม.1 โรงเรียนบ้านป่าเหมือด

ตั้งโทรศัพท์หมูป่าคุยพ่อแม่

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้สั่งการให้เร่งต่อสายโทรศัพท์ระหว่างจุดที่ทั้ง 13 ชีวิตพักอยู่และอยู่ในความดูแลของหน่วยซีลและแพทย์ มายังจุดบัญชาการภายในถ้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อให้ทั้ง 13 ชีวิต ได้พูดคุยกับพ่อแม่ และญาติ และใช้ในการประสานงาน ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในคืนนี้

          นอกจากนี้ ยังเร่งติดตั้งระบบไฟฟ้า เพื่อให้ทำงานได้สะดวกยิ่งขึ้น

13 หมูป่าซ้อมดำน้ำแล้ว

          รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าหน้าที่มนุษย์กบและทีมหน่วยซีล ได้รับมอบหน้ากากแบบฟูลเฟสแมสก์ หน้ากากแบบเต็มหน้า จากมูลนิธิร่วมกตัญญู จำนวน 15 ชุด เพื่อนำไปใช้ดำน้ำออกจากถ้ำ โดยหน้ากากดังกล่าวเป็นแบบพิเศษ ใส่แล้วต่อท่ออากาศหายใจได้สะดวกมองเห็นได้รอบทิศทาง ซึ่งทีมซีลต้องการหน้ากากแบบนี้เพื่อจะได้พาทั้งหมดออกจากถ้ำด้วยการดำน้ำ

          โดยเจ้าหน้าที่ได้เริ่มฝึกสอนให้ทั้ง 13 คน ดำน้ำ ว่ายน้ำ การหายใจ ถึงแม้น้ำในถ้ำจะเย็นแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำของทุกคน ซึ่งจากการฝึกซ้อม เจ้าหน้าที่มั่นใจว่า ทั้งหมดพร้อมที่จะกลับออกมาจากถ้ำ

          แต่อย่างไรก็ตาม หน้ากากที่ได้รับมานั้น มีเพียงผู้ช่วยโค้ชเท่านั้นที่ใส่ได้พอดี ส่วนเด็กๆ 12 คน ใส่ไม่พอดี ทางทีมซีลจึงแจ้งว่าต้องการหน้ากากแบบนี้ที่เด็กใส่ได้ด่วนที่สุดเพราะทุกอย่างพร้อมแล้ว ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาหน้ากากแบบนี้จากหน่วยงานต่างๆ เพื่อพาน้องกลับบ้านโดยเร็ว

 

ลุยภารกิจใหม่‘กู้ภัย-ฟื้นฟู’

          เมื่อเวลา 17.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 แถลงผลการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ว่า ตอนนี้ภารกิจค้นหาเราสิ้นสุดแล้ว เรากำลังเริ่มอีกสองภารกิจคือภารกิจกู้ภัย และภารกิจฟื้นฟู ซึ่งทุกหน่วยงานก็เร่งดำเนินการแบบเต็มที่ เด็กๆ ทุกคนไม่โดดเดี่ยว มีหน่วยซีลอยู่เป็นเพื่อน 7 คน ซึ่งใน 7 คนนั้นมีแพทย์ 1 คน และเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาล 1 คน ส่วนการพร่องน้ำ เราก็ดำเนินการที่ถ้ำทรายทอง ทำการทลายพื้นที่ทั้งปีกซ้าย ปีกขวา มีการดูดน้ำออกชั่วโมงละ 1.6 ล้านลิตร ส่วนที่ถ้ำหลวงเราดูดน้ำออกชั่วโมงละ 1.8 แสนลิตร เจ้าหน้าที่ทุกคนดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อเอาเด็กออกมาตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี เด็กทุกคนต้องออกมาแบบปลอดภัย

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่า ตอนนี้ภารกิจทุกอย่างยังคงเดินหน้าตามแผน ไม่ว่าจะเป็นการพร่องน้ำ หาโพรงเข้าถ้ำ รวมถึงภารกิจหลักคือกู้ภัยเอาน้องออกมา ซึ่งการพร่องน้ำตอนนี้ก็คืบหน้าไปมาก แต่มีประชาชนเดือดร้อนแล้วกว่า 4 ตำบล เราก็ประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติเพื่อให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมดต่อไป ตอนนี้ก็มีข่าวแชร์กันออกไปว่าเราเอาข้าวเหนียวไก่ทอดไปให้น้องรับประทาน ขอยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม ชุดปฏิบัติงานเราดูแลเด็กเป็นอย่างดี ให้อาหารตามที่แพทย์สั่ง

ไม่รีบเร่งพาทีมหมูป่าพ้นถ้ำ

          พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผบ.หน่วยซีล กล่าวว่า ขณะนี้น้องๆ ทุกคนอยู่สบาย มีหน่วยซีลอยู่เป็นเพื่อนแล้ว คุยกันสนุกผ่อนคลาย และน้องๆ ทุกคนว่ายน้ำเก่ง ตอนนี้รอให้ร่างกายทุกคนฟื้นตัวแข็งแรง ไม่ต้องเร่งรีบนำออก ต้องมั่นใจว่าปลอดภัย 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องวางแผนทุกอย่างให้ดี โดยจะทำทุกวิถีทางช่วยเหลือ โดยคืนนี้คาดว่าจะวางสายโทรศัพท์ได้แล้วเสร็จ เพื่อน้องๆ จะได้ติดต่อพูดคุยกับพ่อแม่ได้ ที่ผ่านมามีข่าวลือเพียบ เราทำเต็มที่ ไม่ต้องกังวล

เตือนนำเด็กดำน้ำออกจากถ้ำอตร.

          นายอันมาร์ เมียร์ซา จากคณะกรรมการกู้ชีพในถ้ำแห่งชาติของสหรัฐ กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น แสดงความวิตกกังวลว่า การดำน้ำภายในถ้ำเป็นวิธีที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและอันตรายอย่างมาก แม้แต่กับผู้ที่มีประสบการณ์สูงเช่นทีมช่วยเหลือ การนำทั้ง 13 คน ซึ่งไม่เคยได้รับการฝึกฝนเรื่องนี้มาก่อนให้ดำน้ำออกจากถ้ำแม้มีอุปกรณ์ครบครันรวมถึงถังอากาศที่ติดตั้งไว้ตลอดเส้นทาง แต่ความผิดพลาดแม้เพียงเสี้ยววินาทีอาจส่งผลถึงแก่ชีวิตของทั้ง 13 คน และเสนอว่าทางที่ดีควรเดินหน้าส่งเสบียงเข้าสู่ภายในถ้ำ และการให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์เพื่อให้สภาพร่างกายของทั้ง 13 คนดีขึ้นก่อน จนกระทั่งระดับน้ำลด หรือค้นพบทางเข้า-ออกใหม่

รพ.เชียงรายฯ เตรียมแผนดูแล

          นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขตที่ 1 ร่วมกับ นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผอ.โรงพยาบาล แถลงข่าวว่า เมื่อทั้ง 13 คน ถูกส่งมาถึงโรงพยาบาล ขั้นตอนแรกในการดูแลรักษา จะเจาะเลือดเพื่อหาข้อมูลว่าติดเชื้ออะไรมาบ้าง ภายใน 24 ชม. เนื่องจากภายในถ้ำอาจมีทั้งค้างคาว หนู สัตว์ แมลงต่างๆ ที่อาจนำพาหะเชื้อโรคมาติดต่อได้ อาจจะมีทั้งเชื้อไวรัส โรคฉี่หนู ซึ่งทั้งหมดนี้แพทย์สามารถวินิจฉัยได้ไม่ยาก จากนั้นจะเป็นขบวนการขั้นตอนการปฏิบัติและดูแลรักษา อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 7 วัน เพื่อให้สภาพร่างกายคืนสู่ปกติ จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่างๆ มาดูแลรักษา โดยเฉพาะจักษุแพทย์ เนื่องจากทั้ง 13 ชีวิตอยู่ในที่มืดตลอด 10 วัน ม่านตาอาจจะมีปัญหาได้

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          ทั้งนี้ ได้เตรียมพยาบาล 13 คน ดูแลทั้ง 13 ชีวิต แบบคนต่อคนไว้แล้ว ส่วนทีมงานทั้งหมดที่ลงพื้นที่ช่วยชีวิตผู้ติดในถ้ำ ได้มีการเตรียมแจกการ์ดให้ทีมงานทุกคน และให้เฝ้าระวังการติดเชื้อไวรัสบางตัว โรคฉี่หนู หรืออาจพบมีอาการผิดปกติ ให้นำการ์ดนี้เข้าพบแพทย์ ซึ่งมีบันทึกว่าไปช่วยงานอะไรมา อาจจะติดเชื้อจากอะไร รวมทั้งได้จัดเตรียมที่พักให้ญาติทั้ง 13 คนไว้ที่หน้าห้องผู้ป่วยแล้ว

รถพยาบาล13 คันพร้อมนำส่งรพ.

          ทีมงานแพทย์เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางทีมแพทย์ได้เตรียมรถพยาบาลไว้จำนวน 13 คัน จอดสแตนด์บายไว้ที่จุดจอดรถด้านหน้าโรงพยาบาลสนาม โดยแยกเป็นคันที่ 1-2 เป็นของโรงพยาบาลตำรวจ คันที่ 3-4 โรงพยาบาลทหาร คันที่ 5-6 โรงพยาบาลตำรวจ คันที่ 7-8 โรงพยาบาลทหาร คันที่ 9-13 โรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข

8 ขั้นตอนเคลื่อนย้าย 13 ชีวิต

          รายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนำทีมหมูป่าออกมาจากถ้ำได้แล้ว ขั้นตอนที่จะปฏิบัติ 8 ขั้นตอนมีดังนี้

          1.หน่วยเตรียมขนส่งนำผู้ประสบภัย ให้อยู่บนบอร์ดลำเลียง พร้อมประเมินอาการตอบสนองเบื้องต้น ก่อนลำเลียงออกจากปากถ้ำไปที่รถพยาบาล 2.หน่วยให้การรักษาเบื้องต้น ประเมินอาการผู้ประสบภัย หากยังช่วยเหลือตัวเองได้ ก็จะพาออกมาหน้าถ้ำ เพื่อขึ้นรถพยาบาลทันที แต่หากอยู่ในอาการวิกฤติ ต้องทำการปฐมพยาบาลก่อน 3.ลำเลียงผู้ป่วยทั้งหมดไปยังโรงพยาบาลสนาม ใกล้ปากทางเข้าถ้ำ 4.หน่วย Triage and Resuscitation จะวิเคราะห์อาการตามความรุนแรง และความเร่งด่วน ให้การรักษา พร้อมตัดสินใจในการส่งตัวต่อ หากมีอาการเร่งด่วนจริงๆ ก็จะทำการรักษาที่โรงพยาบาลสนามทันที เนื่องจากมีความพร้อม รวมถึงสามารถทำการผ่าตัดได้

          5.หน่วยขนส่ง ลำเลียงผู้ป่วยไปยังท่าอากาศยาน ก่อนเร่งลำเลียงไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 6.หน่วยดูแลผู้ป่วยนำผู้ป่วยไปยังโรงพยาบาล โดยจะมี Sky Doctor 2 คน ทำการปฐมพยาบาลผู้ป่วยบนเฮลิคอปเตอร์ เป็นทีมจากโรงพยาบาลตำรวจ และทีมทหาร 7.หน่วยดูแลผู้ประสบภัยที่ลานบินเป้าหมาย ดูแลผู้ประสบภัยจากสนามบินเก่าไปยัง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 นาที 8.หน่วยดูแลผู้ป่วยของ รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งทางโรงพยาบาลเตรียมพร้อมไว้ทั้งหมด 13 ทีม ประเมินอาการ พร้อมนำข้อมูลจากแพทย์สนามมาดู เพื่อเตรียมการรักษาภายใน 30 นาที ตามสภาพอาการของแต่ละคน

นายกฯขอให้เป็นบทเรียนบรรเทาภัยพิบัติ

          พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ประชุมทางไกลผ่านดาวเทียมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ได้พระราชทานกำลังใจและสิ่งของพระราชทาน ตลอดจนขอพระบารมีปกเกล้าฯ คุ้มครองเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครให้ประสบความสำเร็จในการทำงานด้วยความเรียบร้อย

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!
 

          จากนั้นกล่าวขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ อาสาสมัคร เอกชน พี่น้องประชาชน ชาวต่างชาติและหน่วยงานจากต่างประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีส่วนร่วมในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้ ชมเชยการทำงานของทุกภาคส่วนว่าเป็นแบบอย่างการทำงานแบบบูรณาการ เป็นบทเรียนที่ต้องนำมาศึกษาในการปฏิบัติภารกิจในอนาคตต่อไป นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ฝากความห่วงใย ขอให้นำทั้ง 13 คนออกมาด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย อีกทั้งให้พิจารณาดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพื้นที่รับน้ำ และปรับให้คืนสภาพเดิมโดยเร็ว

          พ.อ.อธิสิทธิ์กล่าวอีกว่า ก่อนจบการประชุม นายกรัฐมนตรีได้ชื่นชมและให้กำลังใจผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และประชาชนทุกคน ขอให้ยังคงปฏิบัติหน้าที่ให้สำเร็จสมบูรณ์ รวมทั้งเน้นย้ำขอให้การทำงานครั้งนี้เป็นบทเรียนในการบรรเทาภัยพิบัติในอนาคต

นายกฯ สั่งดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบ

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ได้ย้ำเรื่องการดูแลแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำที่ระบายออกมาจากถ้ำ ซึ่งได้มีการหารือกันไว้ตั้งแต่ต้นในวันแรกที่มีการระบายน้ำแล้ว เขาก็สบายใจ พอใจ และยอมเสียสละพื้นที่ให้มีการระบายน้ำ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับคืนพื้นที่ให้สู่สภาพปกติ


"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!

          หลังจากที่นำทีมหมูป่าออกมาแล้ว ก็ให้ปรับคืนสู่ธรรมชาติตามเดิม และดูแลด้วยว่าจะทำอย่างไร ในเรื่องการท่องเที่ยวให้สถานที่นี้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและของโลก เนื่องจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในอนาคต ฉะนั้นจึงต้องเตรียมมาตรการรองรับการท่องเที่ยวในอนาคตด้วย เพื่อให้มีความปลอดภัย และที่ผ่านมายังไม่ได้มีการสำรวจที่ชัดเจน ยังไม่ได้มีการทำแผนผังต่างๆ ก็ต้องทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

คำสั่งย้ายผู้ว่าฯคงเดิมไม่เปลี่ยน

          กรณีที่ ครม.เคยมีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทย(มท.) ย้ายนายณรงค์ศักดิ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยานั้น นายกฯ กล่าวว่า “เมื่อเช้าผมได้ชื่นชมเรื่องการทำงานไปแล้วกับตัวเขาเอง และให้เขาทำงานต่อไป ส่วนการย้ายนั้นเป็นการปรับย้ายตามรอบปกติของมท. ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้แล้ว ไม่ได้หมายความว่าเขาดีหรือไม่ดีอย่างไร เพราะฉะนั้นผมคิดว่า คนเราถ้าเป็นคนดี ทำที่ไหนก็เจริญ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็เจริญที่นั่น เขาไม่ได้มีข้อบกพร่องอะไรหรอก เพียงแต่เราต้องการคนที่มีฝีมือไปพัฒนาในพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนามากนัก เพื่อให้เขาไปพัฒนา ฉะนั้นเราต้องการคนแบบนี้ไป ก็ได้อวยพรกับเขาไปแล้ว และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มาแล้ว จากการนำเสนอไปเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นไปตามหลักการปรับย้าย”

“บิ๊กตู่” สั่งมท.จัดพา13หมูป่าเที่ยวพัทยา

          ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ จะพาเด็กๆ ไปเที่ยวพัทยาตามที่ได้เคยกล่าวไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ก็เคยพูดเอาไว้แล้ว เมื่อเขาพร้อมแล้วค่อยมาว่ากัน เดี๋ยวให้มท.เขาดำเนินการ”

"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!

          เมื่อถามย้ำว่า นายกฯ จะพาไปด้วยตัวเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมก็มีงานตั้งเยอะแยะของผม ถ้านายกฯ ต้องทำเองหมด ก็ไม่ต้องเป็นนายกฯ หรอกมั้ง ผมมีคนทำงานให้ผมตั้งเยอะตั้งแยะ แล้วยังจะต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณต่างประเทศ ก็คงต้องแบ่งหน้าที่กันบ้าง”

‘รองผบ.ตร.’ขอบคุณจนท.สู้ไม่ถอย

          หลังข่าวน่ายินดีดังกล่าว พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. หนึ่งในผู้นำทีมเจ้าหน้าที่ค้นหาปล่องบนดอยผาหมีเพื่อหาช่องทางลงไปช่วย “ทีมหมูป่าอะคาเดมี่” ทั้ง 13 คน ก็ได้ทวิตข้อความระบุ “ขอขอบคุณ จนท.ทุกคน ทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันปฏิบัติภารกิจการค้นหา #ทีมหมูป่า #ถ้ำหลวง กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าอุปสรรคจะมากมายขนาดไหนก็สู้ไม่ถอย จนในที่สุดก็พบน้องๆ ทุกคนปลอดภัย และขอขอบคุณทีมงานจากต่างประเทศ ทุกๆ ประเทศที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ด้วยครับ” อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่ข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างมีชาวเน็ตเข้ามารีทวิตและกดถูกใจข้อความดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

เกษตรฯ เตรียมเยียวยานาข้าว 1,600 ไร่

          นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ว่า ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายว่ามีน้ำท่วมนาข้าว 3 ตำบล เสียหาย 1,600 กว่าไร่ คิดเป็น 8 เปอร์เซ็นต์ และจะมีการสำรวจเพิ่มเติมอีก เพราะจะมีการระบายน้ำออกมาจำนวนมาก และยังจะระบายออกมาอีกอย่างต่อเนื่อง


"ซีล" สอน 13 หมูป่าดำน้ำ ลุ้น 2 วันออกจากถ้ำ!

          ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ จะช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 1,100 บาท โดยใช้งบประมาณของจังหวัด ซึ่งมีวงเงินอยู่ 50 ล้านบาท และจะเยียวยาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ นอกจากนี้ยังได้เตรียมพันธุ์ข้าวไว้แจกจ่ายแก่เกษตรกร พร้อมมอบหมายให้อธิบดีกรมชลประทานไปดูเส้นทางระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตร เช่น ระบายลงแม่น้ำคำ แม่น้ำแม่สาย เป็นต้น