
"ยธ."ยกข้อกฎหมายเตือนสื่อก่อนสัมภาษณ์ 13หมูป่า
ยธ.แนะสื่อสัมภาษณ์เด็ก-เยาวชน 13 ราย หลังได้รับการข่วยเหลือได้แต่ต้องระวังคำถามอย่าให้กระทบจิตใจ อย่าถามนำสุ่มเสี่ยงผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
3 ก.ค.61ยุติธรรม แนะสื่อสัมภาษณ์ เด็ก-เยาวชน 13 ราย หลังได้รับการข่วยเหลือได้ แต่ต้องระวังคำถามอย่าให้กระทบจิตใจ อย่าถามนำสุ่มเสี่ยงผิดพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก
นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงประเด็นข้อกฎหมายในกรณีที่สื่อมวลชนจะขอสัมภาษณ์เด็กหรือเยาวชน 13 ราย หลังได้รับการข่วยเหลือออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนว่า หากพิจารณาการปกป้องคุ้มครองเด็กตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 27 ซึ่งบัญญัติ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
ดังนั้น หากการสัมภาษณ์ไม่ทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิประโยชน์อื่นใดของเด็ก หรือเพื่อแสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบแล้ว ย่อมสามารถกระทำได้ แต่ต้องระมัดระวังคำถาม เพราะการที่เด็กหรือเยาวชนที่อยู่ในภาวะที่เพิ่งผ่านตื่นกลัวอย่างสุดขีดมาคำถามที่ถามออกไปอาจไปจี้หรือกระทบภาวะจิตใจทำให้เกิดผลกระทบจิตใจไปในทางที่รุนแรงเพิ่มขึ้นได้
“การถามนำบางคำถาม สื่อไม่ควรถามนำที่จะส่งเสริมให้เด็กไปกระทำผิดหรือมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ให้ไปกระทำผิดกฎหมายอีกครับ เพราะอาจจะเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 26 (3) ที่เป็นผู้ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ ไม่ว่าเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ในระยะแรกสื่อควรให้เด็กพักผ่อนอย่างเพียงพอ และได้รับบำบัดตามอาการจากแพทย์หรือจิตแพทย์จนอยู่ในภาวะถึงพร้อมเสียก่อน และการจะนำตัวเด็กไปทำอะไร ควรได้รับการอนุญาตจากบิดามารดาหรือผู้ปกครองเสียก่อนด้วย”รองปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุ



