
โลภมากมักได้คุก
ช่วงที่เศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะในแดนดินถิ่นอินทรีหงอยอเมริกากำลังตกต่ำอยู่นี้ สารพัดศัพท์แสงที่ว่า "น้ำลดตอผุด" หรือ "กรรมทันตาเห็น" หรือ
"โลภมากมักได้คุก" ปรากฏให้เห็นเกลื่อนไปหมดตามสื่อต่างๆ เมื่อบรรดาผู้บริหารบริษัทใหญ่น้อยต่างถูกกระบวนการยุติธรรมตรวจสอบ และส่งฟ้องในข้อหาทุจริตฉ้อฉล ฟอกเงิน และแสวงหาความมั่งคั่งให้ตัวเองโดยมิชอบ
ผู้บริหารขี้ฉ้อที่ล้มบนฟูก หนีไปเสพสุขในต่างแดนแบบที่เห็นอยู่ในไทยแลนด์แดนแค่นยิ้มนั้นแทบจะเห็นไม่เลย
ส่วนใหญ่ที่เห็นมักจะก้มหน้ายอมรับกรรมที่ก่อไว้แต่โดยดี ถ้าเป็นวิถีเอเชียบูรพาก็มักจะค้อมหัวยอมรับผิดและออกปากขอโทษ หรืออาจจะฆ่าตัวตายล้างอาย ส่วนที่เป็นวิถีตะวันตกนั้น มักจะเดินคอตกเข้าคุกโดยไม่โวยวายใดๆ อย่าง นายพอล กรีนวู้ด และ นายสตีเฟน วอลช์ สองผู้จัดการการเงินของบริษัทเพื่อการลงทุนดับเบิลยูจี เทรดดิ้ง อินเวสเตอร์ ที่ถูกกระทรวงยุติธรรมอเมริกันส่งฟ้องในข้อหาสมรู้ร่วมคิด ยักยอก และฟอกเงินของลูกค้า รวมแล้วเป็นเงินถึง 554 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2,000 ล้านบาท โดยแปลงผ่านบัญชีส่วนตัวของศรีภรรยา แล้วนำไปเสพสุขอย่างสุขสำราญกับชีวิตที่สุดแสนหรูหราราวกับเป็นกระปุกออมสิน
เชื่อได้ว่าทั้งสองคนนี้มีหวังติดคุกหัวโต หลังจากทรัพย์สินที่ฉ้อโกงได้ถูกทางการอายัดไว้ แม้ว่าทั้งสองคนจะยอมลงนามในเอกสารว่ายอมคืนเงินที่โกงมาให้แก่ลูกค้าก็ตาม
กรรมการตลาดหลักทรัพย์ในนิวยอร์กคนหนึ่งให้ความเห็นว่า คดีของนายกรีนวู้ดและนายวอลช์นั้นถือเป็นหนึ่งในคดีว่าด้วยการฉ้อฉลหรือบริหารเงินที่ไม่เหมาะสมรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งในตลาดตราสารล่วงหน้าของสหรัฐก็ว่าได้
แต่ที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยที่ตกเป็นเหยื่อเจ็บใจมากที่สุดก็คือเมื่อรู้ว่าทั้งสองคนนั้นได้ผันเงินของตัวเองไปเสพสุขกับชีวิตเยี่ยงไร อย่างเช่นนำไปซื้อหุ้นทีมฮ็อกกี้อาชีพ นิวยอร์กไอส์แลนเดอร์ นายกรีนวู้ดยังได้นำเงินไปซื้อโอลด์ ซาเลม ฟาร์ม ซึ่งเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าและโรงเรียนสอนฝึกม้าจากพอล นิวแมน นักแสดงชื่อก้องของฮอลลีวู้ด ก่อนจะบอกขายต่อในภายหลัง อีกทั้งยังซื้อคฤหาสน์สุดหรูขนาด 4 เอเคอร์ ในวงเงิน 9.5 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 300 ล้านบาท โดยตกแต่งภายในด้วยเฟอร์นิเจอร์สุดอลังการ ซื้อรถยนต์ราคาแพง รวมทั้งซื้อม้างามไว้อวด อีกทั้งยังสะสมของหายากราคาแพงอย่างเช่นเท็ดดี้ แบร์ของสตีฟฟ์ เป็นต้น
ส่วนนายวอลช์ทำตัวหรูน้อยลงมานิด เมื่อซื้อบ้านขนาดครึ่งเอเคอร์ด้วยวงเงินเกือบ 4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 140 ล้านบาท
แต่สุดท้ายทั้งสองคนก็ต้องระเห็จไปนอนคุกที่ห้องกว้างแค่พอนอนเท่านั้นเอง



