
"ซีล" ชะงักสามแยก น้ำลึก-ทางแคบ !
"ซีล"เจออุปสรรคใหญ่สะดุดแค่สามแยก น้ำลึก ทางแคบ ไปต่อไม่ได้ เสริมกำลังพล เครื่องมือเดินหน้าสู่พัทยาบีช ด้าน ผบ.มทบ.37 ใช้แบ็คโฮเจาะทลายถ้ำทรายทองช่วยเบี่ยงน้ำ
การติดตามค้นหาผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า รวม 13 คน ที่เข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน แล้วไม่สามารถกลับออกมาได้ โดยเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนต่างสนธิกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มความสามารถ ขณะที่ทุกคนต่างยังหวังว่า เจ้าหน้าที่จะพาทุกคนกลับออกมาจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย
เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ช่วยเหลือผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิต ที่ติดอยู่ภายในถ้ำเป็นวันที่ 10 ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมชลประทานได้ปิดทางน้ำบริเวณห้วยน้ำดั้ง ดอยผาหมี เพื่อไม่ให้มีน้ำไหลเข้ามาเติมได้อีก ส่วนหน่วยซีลยังอยู่ใกล้เคียงกับบริเวณทางสามแยก ซึ่งหากเลี้ยวซ้ายไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตรจะถึงพัทยาบีช โดยการเลี้ยวซ้ายจะมีจุดที่ยากที่สุด คือเป็นลักษณะหลุมลึกและแคบ เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำอุปกรณ์ลงไปได้ จึงจะต้องขยายหลุมดังกล่าวก่อน เพื่อนำอุปกรณ์เข้าไป และรักษาไม่ให้หลุมปิดลงอีกจากการอุดตันของดิน ซึ่งตลอดทั้งวันได้ส่งถังอากาศอัดเข้าไปได้มากและน่าพอใจ ขณะที่การสูบน้ำทางตอนใต้ บริเวณถ้ำทรายทองก็สำเร็จ ทำให้ระดับน้ำภาพรวมลดลง
ส่งออกซิเจน 600 ถังเข้าถ้ำ
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวว่าหลังจากเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันขนถังออกซิเจนเข้าไปให้หน่วยซีลใช้ในการปฏิบัติภารกิจกว่า 200 ถัง และในวันนี้เพิ่มอีก รวมทั้งหมดประมาณ 600 ถัง ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่หน่วยซีลสามารถปฏิบัติงานได้โดยไม่ต้องถอนกำลังกลับมา
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับในโถง 3 ซึ่งเป็นเนินที่เจ้าหน้าที่สามารถอยู่ได้ ซึ่งมีระยะประมาณ 1,500-1,700 เมตรจากปากถ้ำ ซึ่งเราได้ตั้งฐานบัญชาการภายในถ้ำตั้งแต่เมื่อวานนี้ ถ้าไม่มีความจำเป็นหน่วยซีลจะไม่ออกมาข้างนอกแล้ว โดยใช้จุดดังกล่าวพักผ่อนตรงนั้นเลย โดยโทรศัพท์และระบบสื่อสารตรงนั้นถึงกันหมด และสามารถสื่อสารจากภายนอกเข้าไปภายในได้ด้วย
เชื่อจะต้องค้นหา 13 ชีวิตเจอ
“น้องๆ ทั้ง 13 ชีวิตต้องรักษาพลังงาน ปกติมนุษย์หากเลย 10 วัน ร่างกายจะนำไขมันและกล้ามเนื้อมาใช้ ทำให้มนุษย์อาจอยู่ได้ 30 วัน เราจึงยังมีความหวัง แต่อาจไม่มีแรงในการเคลื่อนย้าย จึงมีหมอดำน้ำไปดูแลสุขภาพด้วย เพื่อดูความพร้อมของทั้ง 13 ชีวิต โดยอาจให้อาหารมีพลังงานสูง ซึ่งเชื่อว่าในเวลาอันใกล้เราอาจหาทั้ง 13 ชีวิตพบ จึงขอให้สวดมนต์ให้ทั้ง 13 ชีวิตปลอดภัยด้วย แต่ความชัดเจนอย่างเป็นทางการตอนนี้ยังไม่มี เพราะยังเข้าไปไม่ถึง เนื่องจากมีความเสี่ยง แต่ถ้ามีความพร้อม 90 เปอร์เซ็นต์เจ้าหน้าที่จะเข้าไปทันที” ผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าว
ปฏิบัติการเปิดช่องให้กว้าง
“เจ้าหน้าที่จะบุกต่อจากสามแยก แผนแรกคือเลี้ยวซ้าย หากในช่องทางซ้ายกำลังซีลลาดตระเวนได้มากพอแล้วจะแบ่งกำลังส่วนหนึ่งหากเหลือพอจะส่งซีลไปสำรวจในทางขวา เราต้องบุกสามแยกให้ได้ก่อน จุดวิกฤติที่สุดในการดำน้ำในถ้ำนี้คือจากสามแยกเลี้ยวซ้าย เพราะเป็นหลุมลักษณะขึ้นแล้วลงอย่างแคบ เลี้ยวนิดหนึ่ง แคบมาก นักประดาน้ำต่างชาติติดอุปกรณ์ประดาน้ำไม่สามารถผ่านไปได้ มีช่องเดียวเท่านั้นที่ผ่านไปได้ เราจะทำ 2 หน้าที่ คือเปิดช่องนั้นให้ผ่านไปให้ได้ และรักษาช่องนั้นไว้ เพื่อฝ่าเข้าไปให้คนเข้าไปทำงานได้ ย้ายฐานบัญชาการผ่านจุดนี้ไปให้ได้" นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ยืนยันยังไม่ถึงพัทยาบีช
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวต่อว่า ที่มีข่าวว่าไปถึงหาดพัทยาแล้วไม่เป็นความจริง ตอนนี้ยังผ่านจุดวิกฤตินี้ไม่ได้ เมื่อผ่านได้ เข้าไปวางกำลังพลได้เพียงพอจะเริ่มปฏิบัติการสำรวจทางขวาจากสามแยกทันที เพื่อตอบข้อกังขาว่าเหตุใดจึงไม่สำรวจทางขวา ทั้งนี้ก็เพราะจุดดังกล่าวโดยธรรมชาติแล้วการอยู่ลำบากมาก แต่เราจะพิสูจน์ให้เห็น สำหรับการสูบน้ำคืบหน้าไปมากแม้ปริมาณน้ำในจุดสามแยก ยังคงมาก สูบออกได้น้อย แต่ส่วนอื่นๆ น้ำลดไปมาก
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในการสำรวจแผนรองคือหาโพรงเข้าถ้ำนั้น มีความคืบหน้าที่ดีจากเดิมที่พบโพรง ที่มีความเป็นไปได้ในการเข้าถึงถ้ำเพียง 2 โพรง ขณะนี้มีโพรงถ้ำที่พบความเป็นไปได้ เพิ่มรวมเป็น 6 โพรง ใน 2 โพรงแรก โพรงหนึ่งเข้าสำรวจได้แล้ว ในระยะจากปากถ้ำลึก 200 เมตร อีกโพรงเข้าได้ 60 เมตร แต่ยังไม่สามารถเข้าถึงถ้ำหลวงได้ ส่วนแผนที่จะเจาะด้านข้างถ้ำเข้าไป ตอนนี้เป็นไปไม่ได้แล้ว ด้วยติดขัดอุปกรณ์ที่ไม่สามารถทำได้ในสภาพพื้นที่นี้ ส่วนการสูบน้ำบาดาลออกก็เสริมการนำน้ำออกจากถ้ำหลวงได้ดี
ยืนยันลงทะเบียนทำบัตรเข้าพื้นที่
กรณีมีข่าวว่ามีผู้ที่จะเข้าไปในพื้นที่ทำงานของเจ้าหน้าที่ภายในถ้ำแล้วไม่ได้รับอนุญาตนั้น ผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าวว่า ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องเพราะเป็นคำสั่งโดยตรงจากตน และหากไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิด เนื่องจากก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติงานโดยไม่ลงทะเบียน ทำงานโดยพลการ เมื่อเกิดปัญหาจึงทำให้ฝ่ายอื่นต้องเข้าไปช่วยเหลือ ทำให้เสียเวลาในการปฏิบัติหน้าที่ จึงอยากขอความร่วมมือหากจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จะต้องลงทะเบียนก่อนทุกครั้งเพื่อเช็กจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน
“ขอให้ทุกคนได้ทำตามกติกา ต้องมีบัตรเข้าออกถูกต้อง และการจะปฏิบัติการใดๆ ต้องแจ้งให้ทราบ เพราะล่าสุดคืนที่ผ่านมาเกิดเหตุอาสาสมัครปีนเขา 1 คนที่ไม่ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อน ปีนเขาแล้วประสบอุบัติเหตุตกกระแทกพื้นจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้านาน 3 ชั่วโมงจนถึง 5 ทุ่มเข้าไปช่วยออกมา แล้วนำส่งโรงพยาบาล” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
ใช้แบ็กโฮเจาะทลายถ้ำ
พล.ต.บัญชา ดุริยะพันธ์ ผบ.มทบ.37 กล่าวว่า ถ้ำหลวงมีโพรงมากมาย ดังนั้นจึงต้องกันน้ำเข้าไป เพื่อให้ซีลทำงานได้สะดวก เริ่มจากการขุดเจาะบ่อบาดาลลงไปในหินปูน 3 ตัว ตอนนี้สามารถพร่องน้ำได้ชั่วโมงละ 5 หมื่นลิตร จุดต่อมาบริเวณถ้ำทรายทอง พบมีตาน้ำและน้ำอยู่เต็มถ้ำ เบื้องต้นจึงใช้รถแบ็กโฮและหัวเจาะทลายถ้ำ ก่อนเบี่ยงน้ำที่ขังอยู่ออกมา ด้วยการระบายน้ำและต่อท่อ พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ขนาดใหญ่ด้วย ทำให้ตอนนี้สามารถระบายน้ำได้ชั่วโมงละ 1.6 ล้านลิตร พร้อมขุดแอ่งรับน้ำด้วย
ฮ.ลำเลียงเครื่องขุดเจาะโพรง
พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ส่งกำลังทหารไปปฏิบัติงานบนเขากว่า 100 นาย โดยตรวจสอบโพรงทั้งหมด 4 จุดและพบเพิ่มอีก 2 จุด ซึ่งมีอยู่ 1 จุดที่เข้าไปสำรวจแล้ว 400 เมตร อีกโพรงเข้าไป 50 เมตร ส่วนอีก 4 โพรงกำลังดำเนินการ ส่วนงานใช้เครื่องมือเจาะลงไป ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ยกเครื่องจักรขึ้นไปบนเขา เพื่อเตรียมดำเนินการขุดเจาะในคืนนี้ แต่บางจุดที่ใช้เฮลิคอปเตอร์ขนไม่ได้ จะใช้กำลังพลลำเลียงเครื่องเจาะที่มีขนาดใหญ่มากขึ้นไป
ฮ.ลำเลียงทีมค้นหา-อุปกรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ ค้นหากู้ภัยกองทัพบก จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ พร้อมอากาศยานจากศูนย์การบินทหารบก ยังคงร่วมกับทีมวิศวกรและนักธรณีวิทยา ในการสำรวจค้นหาปล่องโพรงที่จะเข้าไปภายในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ซึ่งจากการสำรวจเจ้าหน้าที่ได้กำหนดจุดที่จะขุดเจาะไว้ 2 พื้นที่ ในบริเวณเหนือพัทยาบีช โดยในวันนี้ได้ใช้เฮลิคอปเตอร์ เอ็มไอ 17 ลำเลียงทีมวิศวกรพร้อมเครื่องมือขุดเจาะลงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีชุดปฏิบัติการรบพิเศษ 2 ชุด จะร่วมกับวิศวกรแท่นขุดเจาะร่วมกันดำเนินการขุดเจาะในจุดที่หนึ่งก่อน สำหรับการขุดเจาะในจุดที่สอง อยู่ในระหว่างการประสานเตรียมพื้นที่และการนำเจ้าหน้าที่ขุดเจาะพร้อมเครื่องมือเข้าพื้นที่ทางอากาศต่อไป ทั้งนี้ ตลอดวันนี้ชุดปฏิบัติการรบพิเศษค้นหากู้ภัย และกองพลทหารราบที่ 7 จะยังคงร่วมกันลาดตระเวนพิสูจน์ทราบ หาช่องทางเข้าและปล่องโพรงในพื้นที่ที่เหลือต่อไป
“ซีล”ขอขวดพลาสติกเปล่าทำทุ่นลอย
เมื่อเวลาเวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่จิตอาสา ซึ่งมาช่วยปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวก และสนับสนุนด้านต่างๆ ของทีมช่วยเหลือ ได้ประกาศทางโทรโข่ง กระจายเสียงเพื่อขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่นำขวดน้ำเปล่าพลาสติกขนาด 700 มิลลิลิตร พร้อมฝา จำนวน 200 ขวดมา โดยแจ้งว่าหน่วยซีลร้องขอเพื่อจะนำไปใช้ภายในถ้ำ ซึ่งคาดว่จะนำไปทำทุ่นลอยเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายใน โดยผู้ที่ได้ยินประกาศต่างให้ความร่วมมือ รีบนำขวดเปล่ามามอบให้ โดยได้ตามเป้าหมายที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
ส่งหน่วยซีลอีก 20 นายเสริมถ้ำหลวง
พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ หรือ “บิ๊กนุ้ย” ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งสนับสนุนหน่วยซีลเต็มที่ ต้องการอะไรเพิ่มพร้อมจัดหาให้ทันทีเพื่อช่วยทั้ง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง โดยเฉพาะวันนี้(2 ก.ค.) หน่วยซีลได้เข้าใกล้หาดพัทยามากขึ้นแล้ว จึงได้ส่งหน่วยซีลทีม 4 อีก 20 นายไปเสริมกำลังที่ถ้ำหลวง รวมมีหน่วยซีลร่วมปฏิบัติการ 84 นาย โดยมี พล.ร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว หรือ “บิ๊กน้อย” ผบ.หน่วยซีล คุมปฏิบัติการเอง พร้อมกับนักดำน้ำของตำรวจ และอังกฤษ สวีเดน เสริมกำลังด้วย
เตรียมทะลวงถ้ำเหนือพัทยาบีช
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทวิตเตอร์ armypr_news โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุว่า 11.00 น. “ชุดปฏิบัติการรบพิเศษ ค้นหากู้ภัย ทบ.” ใช้เฮลิคอปเตอร์ MI 17 นำทีมวิศวกร พร้อมเครื่องมือขุดเจาะส่งลงทางอากาศยังพื้นที่ขุดเจาะที่ได้สำรวจไว้แล้ว บริเวณเหนือหาดพัทยา พร้อมขุดเจาะ#ถ้ำหลวง เพื่อช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต
เจอต้นน้ำไหลเข้าถ้ำเร่งเบี่ยงเส้นทาง
นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า หลายวันที่ผ่านมาถึงวันนี้ เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ได้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเข้ามาปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตเด็กๆ โดยอยู่ในพื้นที่ตลอดเวลา ภารกิจของกรมอุทยานฯ มี 2 จุดหลักๆ คือ อยู่นอกถ้ำ หาจุดที่เป็นต้นน้ำที่จะมีน้ำไหลเข้าถ้ำ และสกัดไม่ให้น้ำไหลไปเพิ่มในตัวถ้ำ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า 60 คน เจ้าหน้าที่จากกรมชลประทานอีก 20 คน รวมทั้งชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนรอบๆ ถ้ำอีกร่วม 100 กว่าคน ช่วยกันตามหาต้นน้ำที่ไหลเข้าถ้ำ และยังมีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอีกจำนวนหนึ่ง เข้าไปสนับสนุนการทำงานของหน่วยซีลภายในถ้ำ
“ตอนนี้เจอจุดใหญ่แล้ว 1 จุด แต่มีจุดเล็กๆ อีกจำนวนมากที่ยังหาไม่เจอ เมื่อเจอก็ใช้วิธีเบี่ยงทางไหลของน้ำโดยทำฝาย แล้วเอาท่อใส่เข้าไปในฝาย ให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่ให้ไหลเข้าถ้ำ โดยน้ำก็จะเบี่ยงออกไปในพื้นที่เกษตรกรรมภายในหมู่บ้าน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางกรมอุทยานฯ ก็คุยกับชาวบ้านแล้วถึงกรณีนี้ ชาวบ้านไม่มีใครมีปัญหา มีคนเข้ามาช่วยด้วยจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาผมและนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ก็เดินหาต้นน้ำพร้อมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าคนอื่นๆ โดยพบจุดที่เป็นต้นน้ำ ทั้งจุดเล็กจุดน้อยหลายจุดมาก ภารกิจยังไม่เสร็จ ยังต้องตามหาต่อ และเบี่ยงเส้นทางน้ำให้ได้มากที่สุด ซึ่งจนถึงขณะนี้สามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลเข้าถ้ำได้แล้วประมาณ 60%" นายจงคล้าย กล่าว
เบี่ยงน้ำบนดอยผาหมีไม่ให้เข้าถ้ำหลวง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณห้วยน้ำดั้น ลำธารบนดอยผาหมี มีชาวบ้านกว่าร้อยคนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ทหารจากค่ายเม็งรายมหาราช เจ้าหน้าที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และเจ้าหน้าที่บริษัท เชฟรอน จำกัด (มหาชน) รวมแล้วกว่า 200 คน ร่วมกันสร้างฝายกั้นลำธาร แล้วต่อท่อ 4 นิ้ว จำนวน 4 เส้น ความยาว 300-400 เมตร
เจ้าหน้าที่รายหนึ่งให้ข้อมูลว่าปฏิบัติการครั้งนี้เรียกว่า การเบี่ยงทางน้ำ หรือบายพาสน้ำผ่านท่อ เนื่องจากลำธารบนดอยผาหมีเป็นต้นน้ำที่ไหลลงสู่ถ้ำหลวง ไปทะลุออกถ้ำทรายทอง ลำธารสายนี้มีรอยแตกของร่องหินที่น้ำสามารถซึมลงไปถึงถ้ำหลวงได้ เพื่อเป็นการตัดยอดน้ำจึงต้องหาวิธีกั้นน้ำไม่ให้ผ่านไปที่รอยแตกของชั้นหิน วิธีการก็คือการบล็อกน้ำไม่ให้ไหลผ่านลำธารเดิมแต่ให้ไหลลงท่อ ซึ่งท่อก็มีความยาวมากพอที่จะให้น้ำไหลผ่านไปที่อื่นโดยไม่ต้องผ่านร่องหิน
“การทำฝายกั้นนี้เป็นการทำชั่วคราวหลังเสร็จภารกิจก็จะเร่งรื้อออกเพื่อคืนสภาพเดิม”
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การสร้างฝายบายพาสน้ำมีทั้งหมด 2 แห่ง บนลำห้วยน้ำดั้น ฝายแห่งที่ 1 ใช้ท่อผันน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 400 เมตร จำนวน 4 แถว ผันน้ำได้มากกว่า 0.2 ลบ.ม.ต่อวินาที ฝายแห่งที่ 2 ใช้ท่อผันน้ำขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 4 นิ้ว ยาว 400 เมตร จำนวน 3 แถว ผันน้ำได้มากกว่า 0.15 ลบ.ม.ต่อวินาที และใช้ร่วมกับท่อลำเลียงน้ำของชาวบ้านที่มีอยู่เดิม 0.05 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมทั้งสิ้นผันน้ำได้มากกว่า 0.4 ลบ.ม.ต่อวินาที รวมแล้วอัตราการผันน้ำรวม 34,560 ลบ.ม.ต่อวัน โดยวันที่ 3 กรกฎาคม จะมีเจ้าหน้าที่กรมชลประทานเข้าติดตามระดับน้ำที่ปากถ้ำด้วย
เกษตรฯ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย
ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เกษตรสำรวจความเสียหายพื้นที่รับน้ำของเกษตรกร บริเวณรอบถ้ำหลวง อ.แม่สาย จ.เชียงราย นั้น นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เกษตรจังหวัดเชียงรายลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ ใน อ.แม่สาย พบว่ามีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จำนวน 3 ตำบล ได้แก่ ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา และ ต.บ้านด้าย พบว่า มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมและปริมาณน้ำที่สูบออกลงลำรางสาธารณะ จำนวน 1,397 ไร่ เกษตรกร 101 ราย คิดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบราว 8.39% เมื่อเทียบกับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ ในฤดูกาลผลิต ปี 60/61 ในพื้นที่ 3 ตำบล 16,646 ไร่ 907 ครัวเรือน
สำหรับการช่วยเหลือภายหลังน้ำลด กรมส่งเสริมการเกษตรจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งข้าวสามารถทนน้ำท่วมสูงได้ ประมาณ 10-15 วัน หากพบต้นข้าวเสียหาย ผู้ว่าราชการจังหวัดจะประกาศเขตภัยพิบัติ และเกษตรกรจะได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยา ไร่ละ 1,113 บาท รวมไม่เกินรายละ 30 ไร่ ตามระเบียบกระทรวงการคลัง
ทั้งนี้ เกษตรกรทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบ ต่างยินดีเป็นพื้นที่รับน้ำ ขอเพียงให้สามารถช่วยเหลือน้องๆ นักฟุตบอลทีมหมูป่าทั้ง 13 ชีวิตได้โดยเร็ว
ในหลวงพระราชทานสิ่งของ
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานสิ่งของสนับสนุนเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย
ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ท.ชิดชัย กาญจนโภคิน เป็นผู้แทนพระองค์มอบชุดดำน้ำ 30 ชุด ถุงดำ 2 กระสอบ ถุงซิปล็อก 2 กระสอบ กาต้มน้ำ 2 ตัว ปลั๊กไฟ 1 กล่อง เทปกาว 1 กล่อง และผ้าห่มให้ความอบอุ่น 1 โหล ยังความปลื้มปีติแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ญาติพี่น้องของผู้ประสบเหตุอย่างล้นพ้น
กฟผ.ส่งกล้องส่องพื้นที่แคบช่วยค้นหา
ทีมงานจากฝ่ายบำรุงรักษาไฟฟ้า กฟผ. นำกล้องบอร์สโคป ซึ่งเป็นกล้องส่องในพื้นที่แคบ จำนวน 2 กล้อง ความยาว 6 เมตร และ 3 เมตร ปลายสายมีกล้องความละเอียดสูง สามารถปรับโฟกัสทิศทางและแสงสว่างในที่มืดได้ อีกทั้งสามารถบันทึกภาพได้ทั้งวิดีโอและภาพนิ่ง ร่วมสนับสนุนปฏิบัติการสำรวจปล่องและโพรงถ้ำของถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เพื่อค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน โดยก่อนหน้านี้ได้นำกล้องบอร์สโคปมาร่วมในการค้นหาแล้ว 1 กล้อง
ทั้งนี้ กฟผ.ยินดีสนับสนุนทั้งบุคลากรและอุปกรณ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คนให้พบโดยเร็ว
ขณะที่ กฟผ.เขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ นำถังอากาศจำนวน 20 ถัง และเรกกูเรเตอร์ 10 ชุด เดินทางถึงถ้ำหลวงแล้ว พร้อมรายงานตัวกับหน่วยซีล เตรียมร่วมสนับสนุนภารกิจค้นหาผู้สูญหายทั้ง 13 คน
มรภ.เชียงรายแปลข่าว 3 ภาษา
ดร.ณัฏฐพล สันธิ ผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายต่างประเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย เปิดเผยว่า ทางมหาวิทยาลัยได้รับการติดต่อจากทางประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย เพื่อขอผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจีน อังกฤษ และญี่ปุ่น ได้ดำเนินการให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และวัันนี้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏได้ทำหน้าที่ช่วยแปลข่าวที่ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายส่งมาจากภาษาไทยเป็น 3 ภาษา คือ จีน อังกฤษ และญี่ปุ่น เพื่อส่งกลับไปให้ทางสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นำไปเผยแพร่แก่สื่อมวลชนต่างประเทศให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ยังช่วยสนับสนุนน้ำดื่ม อาหาร และยารักษาโรค ให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทำงานออกติดตามช่วยเหลือพาน้องๆ ออกจากถ้ำได้อย่างปลอดภัย
ส่วนการเข้าไปช่วยเหลือด้านอื่นนั้น ทางมหาวิทยาลัยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือหากได้รับการร้องขอเข้ามาในทันที ที่ผ่านมาได้มีคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ช่วยสนับสนุนข้อมูลทางภูมิศาสตร์ของถ้ำหลวง เพื่อช่วยทีมค้นหาได้ทำงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ 10 แล้วที่น้องๆ ติดอยู่ในถ้ำ อยากส่งกำลังใจไปให้ทั้งน้องๆ ในถ้ำ และเจ้าหน้าที่ที่ทุ่มเทกับภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ
“บิ๊กป้อม” มั่นใจ“ซีล”เข้าถึง13 ชีวิต
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้รับรายงานการติดตามค้นหาโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่า รวม 13 คน อยู่เป็นระยะ ขณะนี้ทราบว่ามีความคืบหน้าตามลำดับ
พล.อ.ประวิตรคาดว่า ในวันนี้เจ้าหน้าที่จะสามารถเข้าถึงจุดที่คาดว่าเด็กและโค้ชรวม 13 ชีวิตอยู่ได้ โดยมีระยะทางห่างจากโถง 3 ที่ทหารหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (นสร.) หรือซีล ตั้งกองบัญชาการส่วนหน้าไว้เกือบ 2 กิโลเมตร แต่ก็ยังคงมีอุปสรรคเป็นน้ำที่ไหลแรง และในวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เริ่มปฏิบัติงานตั้งแต่ช่วงเวลา 04.00 น.เป็นต้นมา โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้รายงานเรื่องนี้มาเป็นระยะ แต่หากเข้าไปถึงแล้วก็ยังไม่รู้ว่าเด็กจะยังอยู่จุดนั้นหรือไม่ ก็คาดหวังว่าเด็กจะยังอยู่ในจุดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทุกหน่วยงานยังคงทำงานด้วยความเต็มที่เพื่อช่วยเหลือทุกชีวิตออกมาให้ได้
มท.1 เผยสัญญาณดีพร่องน้ำได้มาก
ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้การสูบน้ำเพื่อพร่องออกจากภายในถ้ำเป็นไปด้วยดี ทำให้เอื้อต่อการดำเนินการของหน่วยซีลที่เข้าไปในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเครื่องมือติดต่อสื่อสาร การส่งถังออกซิเจนได้เพิ่มเติมเข้าไปในโถงชั้น 3 ที่ตั้งเป็นฐานปฏิบัติการแล้ว และการลำเลียงปั๊มน้ำได้ส่งสายไฟฟ้าเข้าไปถึงเพียงพอพร้อมที่จะติดตั้งปั๊มน้ำเพิ่มได้หากจำเป็น ในขั้นตอนต่อไปหน่วยซีลจะมุ่งหน้าไปยังจุดพัทยาบีช แต่ความคืบหน้าในขณะนี้ล่าสุดยังไม่ได้รับรายงาน
ทีมแพทย์สนามพร้อมดูแล
พล.ต.ปราโมทย์ อิ่มวัฒนา เสนาธิการศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ในฐานะผู้บัญชาการโรงพยาบาลสนาม กรณีการเตรียมการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลและโค้ช ทั้ง 13 คนว่า ในขณะนี้ โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช เป็นหลักในการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือ โดยมีโรงพยาบาลค่ายจากจังหวัดพิษณุโลก ลำปาง อุตรดิตถ์ ร่วมสนับสนุน
พล.ต.ปราโมทย์ ยืนยันว่า สำหรับทีมแพทย์ที่สามารถดำน้ำเพื่อเข้าไปช่วยเหลือ เบื้องต้นมี พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน ที่ผ่านการฝึกหน่วยปฏิบัติการพิเศษทางเรือ หรือหน่วยซีล ซึ่งหากสามารถเข้าถึงตัวเด็กได้ ก็จะประเมินอาการช่วยเหลือ 13 ชีวิตในถ้ำ ซึ่งยอมรับว่าปัญหาใหญ่คือการขาดอาหาร น้ำ และการสูญเสียความร้อนของร่างกาย ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายที่สุด ดังนั้นเบื้องต้นต้องทำให้ร่างกายอบอุ่นด้วยให้อาหาร น้ำเกลือ เพื่อให้เกิดความแข็งแรง รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจ
เตรียมส่งทีมแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ
พล.ร.ท.สมคิด ทิมสาด เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ กล่าวว่า เบื้องต้นได้จัดส่งทีมแพทย์จากเวชศาสตร์ใต้น้ำและการบิน 1 ชุด ประกอบด้วย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญหาการดำน้ำ 1 นาย และพยาบาล 4 นาย อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้ มีพยาบาล 1 นาย ที่ผ่านการฝึกจากหน่วยซีล ซึ่งจะร่วมภารกิจกับ พ.ท.นพ.ภาคย์ อีกทางหนึ่ง
สำหรับภารกิจการค้นหาที่ต่อเนื่องมากว่าสัปดาห์ เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ ยังห่วงถึงปัญหาจากความเหนื่อยล้าของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เตรียมส่งทีมแพทย์เวชศาสตร์ใต้น้ำ จากสัตหีบ เข้าไปสับเปลี่ยนในพื้นที่
สธ.เตรียมฮ.นำหมูป่าถึงรพ.ใน 15 นาที
นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการให้การช่วยเหลือด้านการแพทย์ว่า กระทรวงสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างเป็นห่วงผู้ติดอยู่ในถ้ำ จึงได้พยายามสร้างระบบสาธารณสุขเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพของทุกคนหลังออกมาจากถ้ำ จึงเตรียมความพร้อมและร่วมมือกันทุกภาคส่วน โดยหลังออกมาแล้วจะต้องได้รับการดูแลตั้งแต่ต้น การให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ดูแลอุณหภูมิ เรื่องสายตาที่ต้องอยู่กับความมืด เรื่องโลหิต เรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อาจจะลดลงจากการที่ขาดอาหารและน้ำ เรื่องการติดเชื้อและด้านอื่นๆ จนครบ
การช่วยเหลือผู้ป่วย ได้เตรียมเฮลิคอปเตอร์ไว้ 6 ลำ หากฟ้าเปิดจะสามารถนำทั้ง 13 ชีวิตเดินทางถึงโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้ภายใน 15 นาที แต่หากฟ้าปิดก็จะมีรถพยาบาล 13 คัน นำส่ง 1 ต่อ 1 ไปยังโรงพยาบาลเชียงรายฯ จะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง และได้รับการดูแลตั้งแต่มีการเคลื่อนย้าย



