ข่าว

“สาทิตย์”ยันปัญหาในประชาธิปัตย์ไม่ลุกลาม

“สาทิตย์”ยันปัญหาในประชาธิปัตย์ไม่ลุกลาม

19 ต.ค. 2552

“สาทิตย์” ยันปัญหาในพรรคปชป.ไม่ลุกลามเป็นความขัดแย้งภายในรัฐบาล มั่นใจคนปชป.มีอุดมการณ์ -จิตวิญญาณรู้ดีว่าควรทำอย่างไร

(19ต.ค.) เวลา 11.30 น. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการล่ารายชื่อถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่พอใจที่นายสุเทพเอาใจพรรคร่มรัฐบาลมากเกินไป ว่า ถ้ารู้จักพรรคประชาธิปัตย์ดีจะรู้ว่าข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพียงแค่ข่าวปล่อย พรรคประชาธิปัตย์ตั้งพรรคมา 60 - 70 ปี สิ่งที่สำคัญที่สุดในพรรค คือ วินัยในพรรค มีเรื่องอะไรก็คุยกันในพรรค แต่เข้าใจว่าในเวลานี้มีคนพยายามที่จะทำข่าวให้เหมือนว่าพรรคเกิดความแตกแยก แต่ก็ป่วยการที่พรรคจะต้องออกมาชี้แจง สิ่งที่เรายืนยันได้ คือ ทำงานไม่มีปัญหาอะไร

 เมื่อถามว่าจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบที่มาของข่าวหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า คนในพรรคเองทุกคนก็รู้ วันนี้พรรคมีบทบาทหน้าที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เพราะฉะนั้นเราทำอะไรก็อยู่ในความคาดหวังของประชาชน ถ้าเราทำให้ประชาชนเสื่อมเสียความคาดหวังเสียก็มีผลกระทบต่อพรรค ซึ่งทุกคนก็รู้ดี เพราะฉะนั้นมีคนที่ต้องการอยากเห็นพรรคมีปัญหากัน สื่อบางฉบับก็เขียนยุอยู่ทุกวัน แต่ข้อเท็จจริงก็เป็นข้อเท็จจริง ส่วนคนที่ไม่เห็นด้วยอย่าง กรณีนายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก และนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้นัดมาหารือเกี่ยวกับเรื่องรัฐธรรมนูญกันแล้วด้วย ซึ่งก็มีข้อยุติระดับหนึ่งในพรรค

 ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่การออกมาแสดงความเห็นลักษณะแบบนี้บ่อย ๆ มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า จริง ๆ โต ๆ กันแล้ว และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องมีความรับผิดชอบ แต่ภายในพรรคทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้ และเวลาประชุมพรรคมีความดุเดือดกว่านี้เยอะ แต่แนวทางของพรรคก็มีอยู่ ฉะนั้นพรรคก็ต้องเคารพในความคิดเห็นของสมาชิกพรรค ตนไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของรัฐบาล ไม่น่าที่จะเป็นปัญหากับจุดยืนหรือแนวทางที่นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรคได้ประกาศไปแล้ว เรื่องในพรรคคงคุยกันได้ไม่น่ามีปัญหาอะไร ภารกิจใหญ่กว่านั้นคือการแก้ไขปัญหาของประชาชนใหญ่กว่านี้เยอะ

 ต่อข้อถามว่า นายชาญชัย บอกว่าจะล่าชื่อปลดเลขาธิการพรรคออกเรื่องรุนแรงขนาดนั้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เป็นความเห็นของท่าน แต่ภายในพรรคทุกคนรู้ดีว่าขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ในการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และแบกความหวังคนทั้งประเทศในการแก้ไขปัญหา ถ้าทำให้เกิดปัญหาเสียเองพรรคก็เสื่อมความนิยม ตนไม่คิดว่าสมาชิกคนอื่นจะทำให้เรื่องนี้มีปัญหาขึ้นมาด้วย เพราะในการประชุมทุกครั้งก็มีการชี้แจงแนวคิดนี้ อย่างไรก็ตามเมื่อพรรคประกอบด้วยคนจำนวนมาก แต่ที่สุดจบลงด้วยเสียงข้างมากภายในพรรค

 เมื่อถามว่าสุดท้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบฟรีโหวตหรือเป็นมติพรรค นายสาทิตย์ กล่าวว่า มีทั้งสองแนว การแก้รัฐธรรมนูญรองรับเรื่องเอกสิทธิของส.ส.แต่แนวปฏิบัติของพรรคประชาธิปัตย์ทำอะไรต้องหารือกันก่อน ฉะนั้นสมาชิกมีสิทธิ มีเสรีในการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวได้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบต่อแนวคิดของตนเองและต่อสังคม ฉะนั้นตนยืนยันว่าแนวคิดนี้ไม่เป็นความขัดแย้งภายในพรรคที่นำไปสู่ปัญหาความแตกแยก หรือลุกลามทำให้เกิดปัญหาภายในรัฐบาล หรือทำให้มีปัญหาการต่อรองกันเองภายในพรรค แต่เรื่องความคิดเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา

 เมื่อถามว่า ต้องมีการคุยกันนอกรอบหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่ คุยกันในที่ประชุมพรรค ทุกเรื่องคุยกันในที่ประชุมไม่มีปัญหาอะไร แต่อาจจะมีบางฝ่ายอยากเห็นพรรคมีความแตกแยกก็เขียนเรื่องโน้น เรื่องนี้ คนในพรรคต้องมองเห็นจุดนี้ด้วย เพราะความจริงคนที่วิเคราะห์เรื่องนี้ไว้ก็คือนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ที่วิเคราะห์ไว้ว่าขณะนี้ยุทธศาสตร์ฝ่ายตรงข้ามในการโจมตีมี 2 เรื่องคือ 1.พยายามบอกว่าพรรคมีความขัดแย้ง 2. พยายามบอกว่ารัฐบาลทุจริตคอรัปชั่น ส่วนที่หนึ่งเป็นความรับผิดชอบของคนในพรรคที่จะต้องทำให้เห็นเอกภาพภายในพรรค ส่วนเรื่องทุจริตเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปแก้ปัญหา

 ต่อข้อถามว่าข่าวที่ออกมาเป็นการต่อรองพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่มีอะไรต่อรอง เมื่อถามย้ำว่าทำไมไม่ให้เอกสิทธิแก่ส.ส. นายสาทิตย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญรองรับเอกสิทธิอยู่แล้ว ซึ่งมติพรรคไม่สามารถที่จะใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ แต่ในความเป็นประชาธิปัตย์ก็มีอุดมการณ์ มีจิตวิญญาณของความเป็นพรรคอยู่ ฉะนั้นคนที่อยู่ในพรรครู้ดีว่าอุดมการณ์ จิตวิญญาณของพรรคคืออะไร