
อีกนิดเดียว!! "หน่วยซีล" ไปได้อีก 600 เมตร
รองแม่ทัพภาคที่3 ปลื้ม"หน่วยซีล" ทะลุโถง 3 ถ้ำหลวงและไปได้อีก 600 เมตร กรมอุทยานฯเผย สูบน้ำออกจากถ้ำหายไปร้อยละ 60
เมื่อวันที่ 1 กรกฏาคม 2561 เมื่อเวลา 16.30 น-.พล.ต.สุภโชค ธวัชพีระชัย รองแม่ทัพภาคที่3 กล่าวระหว่างแถลงข่าวถึงการดำเนินการช่วยเหลือฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่ที่
ผู้พลัดหลงในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนถึงภารกิจในส่วนของหน่วยซีลว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ไปที่โถง 3 แล้ว แม้จะไปจุดอื่นได้ช้าไม่ได้หมายความว่าไม่สำเร็จ ตอนนี้ ไปได้อีก 600 เมตรแล้ว ในส่วนของกำลังทั้งหมดที่ไปด้านบน มีกำลังจากทหารบกจจาก ชร. ,รบพิเศษ ลพบุรี ,อากาศยานฝูงการบินลพบุรี ในการขนยุทโธปกรณ์ไป
รองแม่ทัพภาคที่3 กล่าวอีกว่า วันนี้(1ก.ค.2561) จะทดสอบยกหิ้วลำเลียงทางอากาศ ซึ่งในทุกโซนที่มี ประชาชนแจ้งมา มีโพรงมีถ้ำจำนวนมาก ได้มีการคะเนดูจากความเป็นไปได้ และเข้าสำรวจ 2-3 ถ้ำ ซึ่งถ้ำที่พบว่า ไปได้ลึกสุด ก็จะใช้เครื่องมือจาก กฟผ.ส่องดูเส้นทางต่อ ซึ่งวิธีการเข้าก็มีการคำนวนมาเรียบร้อย ว่าพิกัดปล่อง ตรงกับส่วนใดของถ้ำ และมีการใช้อุปกรณ์สแกนพื้นผิวถ้ำ เพื่อให้หาเส้นทางอื่นๆ ของถ้ำให้ได้
ในส่วนของการระบายน้ำ กำลังของทหารบก ก็เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยยกอุปกรณ์ ในการสูบน้ำออก และยังมี ไปเปิดพื้นที่แห่งใหม่ ที่ถ้ำทรายทอง ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน เพื่อระบายน้ำให้เร็วขึ้น และได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบจากเอกชน ( ท่อพยานาคสูบซิ่ง ) มีการเจาะบาดาลระบายน้ำออก เชื่อว่า น้ำเชื่อมต่อกันกับถ้ำหลวงการเจาะออกน่าจะช่วยให้น้ำระบายเร็วขึ้น
นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า น้ำที่อยู่ในถ้ำ มีการเจาะน้ำบาดาลเพื่อระบายน้ำ และการสำรวจนอกถ้ำ ส่วนของกรมอุทยานฯ ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจทางดอยผาหมี และไปเจอลำห้วยซึ่งเป็นลำห้วยสายเล็กๆ 2 สาย จากการไปตรวจสอบ
โดยกรมทรัพยากรธรณี พบว่าช่วงหนึ่งของน้ำหายไป ประมาณร้อยละ 60 คาดว่าอาจจะหายเข้าไปในถ้ำ จึงมีการนำท่อเพื่อจะเบี่ยงน้ำประมาณ 300 เมตร และทำฝายเล็กๆ เพื่อให้น้ำเปลี่ยนทิศทางไม่เข้าถ้ำ ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการกันน้ำไม่ให้เข้าถ้ำ ตอนนี้อยู่ระหว่างดำเนินการและต่อท่อ คาดว่าจะเสร็จในทันทีวันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จาการสอบถามหน่วยซีล บอกว่าด้านในถ้ำหลวงพิกัดโถง3 กระแสน้ำแรงมาก และมีน้ำสูงถึงระดับเอว
นายกอบชัย บุญอรนะ รองอธิบดีกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ในฐานะฝ่ายสนับสนุนเป็นเลขาของท่านผู้ว่าจังหวัดในปฏิบัติการค้นหาครั้งนี้ ซึ่งขณะนี้มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นจีน ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักรสหรัฐอเมริกาและอื่นๆซึ่งเราก็น้อมรับการสนับสนุนจากทุกที่และทฤษฎีต่างๆในการช่วยเหลือซึ่งจะมีการประชุมหารือแนวทางต่างๆและวิธีการต่างๆอุปกรณ์ต่างๆที่จะเข้ามาเสริมในประกาศทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือ 13 ชีวิต ซึ่งเป็นหลักการภารกิจหลัก
โดยในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเอง สนับสนุนทั้งวัสดุยุโธปกรณ์และกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก ระดมช่วยเหลือในแทบทุกภารกิจไม่ว่าจะภายนอกหรือในถ้ำ โดยเฉพาะการสูบพร่องน้ำจากบริเวณใกล้เคียงไม่ว่าจะเป็นตาองทัมที่อยู่ใกล้กับถ้ำหลวงหรือการท่องน้ำจากอ่างน้ำพุและจากขุดเจาะบ่อบาดาลซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนให้น้ำในถ้ำลดลงอย่างรวดเร็ว



