
พายุไต้ฝุ่น"ลูปิต"มุ่งหน้าเข้าฟิลิปปินส์
พายุ"ลูปิต"เพิ่มความรุนแรงเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่น ขณะมุ่งหน้าสู่ฟิลิปปินส์ ขณะที่ยอดเหยื่อพายุลูกเก่าพุ่งเกือบ 1 พันคนแล้ว
(19ต.ค.) เว็บไซท์ข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า พายุไต้ฝุ่น ลูปิต ได้เพิ่มความแรงลมเป็นซูเปอร์ไต้ฝุ่นแล้วขณะเคลื่อนตัวอยู่ทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ขณะที่ทางการกำลังวางแผนอพยพสำหรับความเป็นไปได้ที่พายุจะพัดเข้าฝั่ง หลังจากยอดผู้เสียชีวิตจากพายุลูกก่อนหน้านี้ มาตั้งแต่วันที่ 26 กันยายน เพิ่มกว่า 850 คนแล้ว โดยศูนย์เตือนภัยพายุไต้ฝุ่นร่วมของกองทัพเรือสหรัฐ ได้พยากรณ์ล่วงหน้าเป็นเวลา 5 วันว่า พายุลูปิต อยู่ห่างจากเมืองพาลานัน บนเกาะลูซอน ที่อยู่ทางตะวันออกของประเทศ 1,251 กิโลเมตร เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ตาม
เวลาในท้องถิ่น และกำลังเคลื่อนตัวไปทางเหนือด้วยความเร็วลม 7 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ความแรงลมจะเพิ่มขึ้นระหว่าง 250 - 306 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และหลังจากพัดออกจากฟิลิปปินส์อย่างช้า ๆ ได้ 36 ชั่วโมง ก็คาดว่า จะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกและวกกลับทาง
เหนือสุดของเกาะลูซอนอีกในวันที่ 22 ตุลาคมนี้
ฟิลิปปินส์ยังคงเสียหายอย่างยับเยินจากพายุไต้ฝุ่นป้าหม่า และพายุกิสนา รัฐบาลกำลังส่งความช่วยเหลือด้านอาหารและการบรรเทาทุกข์อื่น ๆ ไปยังพื้นที่ที่อาจถูกตัดขาดเพราะพายุลูปิต ลูปิตเป็นภาษาตากาล็อก แปลว่า โหดร้าย ซึ่งศูนย์เฮอร์ริเคนแห่งชาติของสหรัฐ ระบุว่า ความแรงในระดับ 5 ที่ได้ชื่อรุนแรงที่สุดตามมาตรวัดของแซฟไฟร์-ซิมส์สัน ที่ใช้วัดความรุนแรงของพายุ ซึ่งระดับ 5 จะมีความแรงลม 250 กิโลเมตรขึ้นไป และมีขีดความสามารถในการสร้างความหายนะที่รุนแรง
ด้านคณะกรรมการประสานความร่วมมือรับมือภัยพิบัติแห่งชาติของฟิลิปปินส์ ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากพายุ 2 ลูก ที่พัดกระหน่ำฟิลิปปินส์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 858 คนแล้ว โดยผู้ที่เสียชีวิตจากพายุกิสนา มีจำนวน 420 คน สูญหาย 37 คน หลังทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ในกรุงมะนิลา เมื่อวันที่ 26 กันยายน และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 4.35 ล้านคน และบางพื้นที่ยังคงเกิดน้ำท่วมขัง และอีก 189,000 คน ต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิงผู้ประสบภัย
ส่วนพายุป้าหม่า ได้พัดเข้าสู่ฟิลิปปินส์ เมื่อวันทีท 3 ตุลาคม ทำให้เกิดดินถล่มและคร่าชีวิตประชาชนไป 438 คน อีก 51 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ตามบริเวณภูเขาส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน 4.16 ล้านคน รวมทั้งอีกกว่า 32,000 คนที่ยังต้องหลบภัยอยู่ตามศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเช่นกัน
กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า โรคเลปโต-สไตโรซิส หรือ โรคฉี่หนู ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากแบคทีเรียที่สามารถทำให้เกิดอาการไตวาย โดยมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อจากปัสสาวะของสัตว์ที่ปนเปื้อนอยู่ในน้ำ ได้ทำให้มีผู้เสียชีวิต 89 คน .



