ข่าว

"เทือก"จวกปล่อยข่าวลือเป็นพวกทรยศชาติ

"เทือก"จวกปล่อยข่าวลือเป็นพวกทรยศชาติ

19 ต.ค. 2552

“สุเทพ”จวกพวกปล่อยข่าวลือไม่เป็นมงคลพวกทรยศชาติ ประสานรมว.คลัง หาต้นตอ สั่งจนท.หน่วยข่าวล่าตัว ถ้าโยงนักการเมืองปั่นหุ้นหาเงินเล่นการเมืองจะเล่นงานให้หนัก

(19ต.ค.) เวลา 08.30 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการสกัดการปล่อยข่าวลือสำคัญอันไม่เป็นมงคลอย่างไร ซึ่งขณะนี้เริ่มแพร่กระจายและมีการพูดถึงกันมาก หลังจากที่ข่าวลือดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการซื้อขายในตลาดหุ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างหนัก ว่า ”ผมคิดว่าคนที่ปล่อยข่าวลือทั้งหลายนี้ เป็นพวกทรยศต่อชาติอย่างแท้จริง เพราะการปล่อยข่าวลือทั้งหลายทำให้ประเทศชาติเสียหาย ประชาชนตระหนกตกใจ ผมดีใจที่ 2-3 วันนี้คนไทยมีความสุขมากขึ้นเมื่อได้ฟังข่าวจากสื่อ ได้รับรายงานข่าวจากสื่อกรณีที่ทูลกระหม่อม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้อาจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี ได้ตรัสพระราชทานแก่คนไทยที่เยอรมัน และเป็นเจ้าฟ้าที่ได้เข้าเฝ้าและได้มาตรัสประทานแก่คนไทยทำให้คนไทยชื่นใจขึ้น และเมื่อติดตามรายงานข่าวจากแถลงการณ์ของคณะแพทย์ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระอาการดีขึ้นตามลำดับ ผมว่าคนไทยมีความสุข เรื่องนี้ทำให้ช่วยสถานการณ์บ้านเมืองดีขึ้นเยอะ  เพราะพี่น้องประชาชนคนไทยก็มีความจงรักภักดี มีความกังวลใจ พอได้รับข้อมูลที่ดีอย่างนี้ก็ชื่นใจ ”

          เมื่อถามว่ามีการสืบสวนสอบสวนหาต้นตอของการปล่อยข่าวลือดังกล่าวบ้างหรือยัง นายสุเทพ กล่าวว่า   ตนก็พยายามทำอยุ่ตลอดเวลา สั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวให้พยายามติดตาม ใครก็ตามที่ทำร้ายประเทศชาติจะต้องหาทางจะดำเนินการให้ได้

 ต่อข้อถามที่ว่า กรณีของการทุบหุ้นในครั้งนี้ค่อนข้างมีเส้นทางเดินของข่าวชัดเจนว่าเป็นโบรกเกอร์รายหนึ่งการตรวจสอบไม่น่าจะยาก นายสุเทพ กล่าวว่า ก็พยายามอยู่ วันก่อนตนก็คุยกับนายกรณ์ จาติกวนิช รมว.คลังให้ท่านได้ดำเนินการในส่วนของท่านไปด้วย ตนก็พยายามหาข่าวทางด้านในซีกที่ตนรับผิชดอบอยู่   

 ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อเท็จจริงทางการข่าวไปเกี่ยวพันกับนักการเมืองที่ชอบเล่นหุ้นทำการปั่นทุบหุ้นเพื่อนำเงินมาใช้เล่นการเมืองหรือไม่ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง กล่าวว่า  ถ้าตนได้ข้อมูลอย่างนั้นตนจะเล่นงานให้หนักเลย   และจะนำมาเรียนต่อพี่น้องประชาชนด้วยตนเอง   เพราะเห็นว่าคนที่ทำอย่างนั้นเป็นคนที่กระทำการที่เลวร้ายมากสำหรับประเทศไทยในภาวะการณ์อย่างนี้