
รวบคารพ.โจ๋ขี่จยย.ตระเวนชิงทรัพย์ ชนแท็กซี่บาดเจ็บ
2 โจ๋อุกอาจควงมีดขี่จยย.ตระเวนจี้ชิงทรัพย์ เหยื่อนั่งกินข้าวข้างทางถูกจี้เอาทรัพย์สินเผ่นหนี ระหว่างทางขี่รถชนแท็กซี่เจ็บ ตร.ตามรวบคารพ. ขยายผลค้นประวัติ
เมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา พ.ต.ท.โสภณ แย้มชมชื่น สารวัตร (สอบสวน) สน.ประเวศ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ บริเวณหน้าร้านส้มตำ ข้างเซเว่นอีเลฟเว่น ซอยพรีเมียร์ 1 แยก 6 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ
ที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหารขายริมถนน ภายในซอยดังกล่าว พบนายชาคริต วิทยรัตน์ อายุ 21 ปี ผู้เสียหายยืนรอให้การกับทางตำรวจด้วยอาการหวาดกลัว โดยเจ้าตัวเล่าว่าขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่ร้านอาหารแห่งนี้ จู่ๆได้มีคนร้ายเป็นชายจำนวน 2 คนขับขี่ รถ จยย.ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนมาจอด แล้วคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ลงมาจากรถแล้วชักอาวุธมีดมาข่มขู่ผู้กล่าวหา จนเกิดความกลัว และได้หยิบเอาทรัพย์สิน อาทิ โทรศัพท์ไอโฟน 7 สีขาว จำนวน 1 เครื่อง โทรศัพท์ไอโฟนSE สีขาว จำนวน 1 เครื่อง แบตสำรอง สีขาว จำนวน 1 อัน พาวเว่อแบ้ง สีเทา จำนวน 1 อัน สายชาจต์ สีดำ จำนวน 2 เส้น บัตร ATM จำนวน 1 ใบ และกระเป๋าสะพาย ยี่ห้อคอนเวิส สีดำ จำนวน 1 ใบ ก่อนคนร้ายจะเดินไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่จอดติดเครื่องยนต์รออยู่ขับขี่หลบหนีไป ทางตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจึงได้ตรวจสอบพบว่าโทรศัพท์มือถือที่ถูกชิงเอาไปนั้น อยู่ที่ สภ.บางพลี จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับผู้เสียหาย เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ปรากฎว่าบุคคลที่นำโทรศัพท์มือถือเครื่องดังกล่าวไปนั้นได้ประสบอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถแท็กซี่ จนได้รับบาดเจ็บ และนำตัวส่ง รพ.บางบ่อ ทราบชื่อภายหลัง นายเอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปีผู้ต้องหา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศได้ไปตรวจสอบรถ จยย.คันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นผู้เสียหายได้ยืนยันเป็นรถคันที่ก่อเหตุจริง รวมทั้งเมื่อดูตัวนายเอ ที่โรงพยาบาลก็ยืนยันว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์โดยเป็นผู้ขับขี่ในขณะเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตามทางพนักงานสอบสวนจะรีบดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.ประเวศ ยังสามารถขยายผลจับกุมชายไทยไม่ทราบชื่อ อายุ 20 ปี ผู้ต้องหาอีกรายได้แล้ว
เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์ผู้อื่นในเวลากลางคืนโดยมีและใช้อาวุธมีดและโดยใช้ยาพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด” ทั้งนี้ทางตำรวจอยู่ระหว่างการขยายผลว่าคนร้ายกลุ่มนี้จะเคยก่อเหตุลักษณะนี้อีกหรือไม่



