
สังฆราชนำสวดมนต์อธิษฐานจิตช่วย13ชีวิตทีมหมูป่า
ในหลวงโปรดเกล้าฯ จัดพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิตให้ 13 ชีวิตทีมหมูป่าปลอดภัย ขณะที่ จนท.โรยตัวถึงพื้นคาดเป็นห้องโถงฝั่งขวาแต่ยังพบ ปล่อยกล่องยังชีพลอยน้ำหวังติดต่อกลับ
การปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิต ผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่ลดละ ขณะที่กำลังใจจากทั่วทุกสารทิศต่างส่งไปให้การค้นหาประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะน้ำพระราชหฤทัยจากในหลวง โปรดเกล้าฯ ให้พระสังฆราชนำประชาชนชาวไทยสวดมนต์ให้ทีมหมูป่าปลอดภัย
เมื่อเวลา 17.53 น. วันที่ 29 มิถุนายน ที่พระลานพระราชวังดุสิต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมหามงคลบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมพโร) ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และทรงนำพระสงฆ์จำนวน 199 รูป สวดเจริญพระพุทธมนต์ ในโอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงนำสวดบทกรณียเมตตสูตรจำนวน 3 จบ และร่วมอธิษฐานจิตให้เด็กนักเรียนและโค้ชทีมหมูป่าอะคาเดมี่ ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ปลอดภัย โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีและประชาชนที่ได้เดินทางมาร่วมในพิธีมหามงคลในครั้งนี้อย่างเนืองแน่น
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 07.00 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า รวมถึงให้กำลังใจผู้ปกครองของทั้ง 13 คน
ทันทีที่มาถึงนายกฯ ฟังบรรยายสรุปจากนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย ถึงการระบายน้ำออกจากถ้ำ การสำรวจโพรงถ้ำ ตลอดจนการขุดเจาะ โดยนายกฯ กล่าวแสดงความห่วงใยเรื่องความปลอดภัยของกระแสไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องสูบน้ำให้มีระบบตัดไฟอัตโนมัติป้องกันกระแสไฟรั่วเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และเด็ก พร้อมระบุว่าให้ระบายน้ำออกหลายๆ ท่อ หลายๆ เครื่อง ขาดเหลืออะไรบอกมา รัฐบาลเต็มที่ เรื่องนี้ถือเป็นภัยพิบัติเร่งด่วน จะมีการประสานงานกับทางการพม่าให้การช่วยเหลือเกี่ยวกับการลดระดับน้ำเพื่อไม่ให้ไหลเข้าถ้ำด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า ไม่ได้กังวลกับการทำงาน แต่กังวลกับเวลาและผู้ที่หลงอยู่ข้างใน นั่นเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด วันนี้มาให้กำลังใจ ไม่ได้อยากเป็นภาระใคร
จากนั้นนายกฯ ได้พบกับผู้ปกครองของเด็กๆ โดยนั่งพูดคุยให้กำลังใจ นำความห่วงใยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบ พร้อมกล่าวว่า เหตุการณ์นี้ถือเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งของประเทศ ทำให้เห็นน้ำใจของคนไทยและจากต่างประเทศที่เข้าให้การช่วยเหลือโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ขอให้ทุกคนมีความหวังอย่าท้อแท้ ขอให้เชื่อมั่นว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะสามารถช่วยเหลือเด็กทุกคนได้ เข้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ผู้ปกครองดี ขอให้ทุกคนเชื่อมั่นและศรัทธาตัวเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และเชื่อมั่นรัฐบาล อยากให้ทุกคนปลอดภัยไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นมาอีก
ระหว่างที่นายกฯ พูดคุย ผู้ปกครองบางคนร้องไห้และเช็ดน้ำตาอยู่ตลอดเวลา และในจังหวะหนึ่งมีผู้ปกครองของเด็กคนหนึ่งได้พูดขึ้นว่า “ช่วยลูกหนูด้วย” โดยนายกฯ กล่าวว่า เข้าใจทุกคน เราพยายามที่จะช่วยอย่างดีที่สุด แต่ก็มีอุปสรรคเรื่องน้ำและดินโคลน และขอให้ทุกคนช่วยกันบนบานศาลกล่าวขอเจ้าป่าเจ้าเขาช่วยคุ้มทุกคน
พล.อ.ประยุทธ์แถลงและกล่าวกับเจ้าหน้าที่ว่า ด้วยพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยแรงศรัทธาจะต้องสำเร็จ ซึ่งพระองค์ทรงเป็นห่วง
“วันนี้พอใจเจ้าหน้าที่ เพราะได้เตรียมมาตรการต่างๆ ไว้หมดแล้ว ทั้งการระบายน้ำ การเข้าไปค้นหา พร้อมวางแผนร่วมกันภายใต้ศูนย์บัญชาการที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหน่วยงานเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง จึงถือเป็นการทำงานแบบประชารัฐ คือรัฐกับประชาชน วันนี้ขอให้ทุกคนช่วยกัน ขอเทพเทวดาทั้งหมด ขอให้ฝนอย่าตกอีกเลย ให้ฟ้าเปิดเถอะ ขอให้ทุกคนมีความสุข คิดว่าประสบความสำเร็จแน่นอน ขอให้ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ด้วยใจ ด้วยแรงรัก ศรัทธา และห่วงใย ใต้ร่มพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านทรงติดตามทุกข่าว” นายกฯ กล่าว
พร้อมกันนี้นายกฯ ยังร่วมทำอาหารกับโรงครัวพระราชทาน และได้นั่งรับประทานอาหารมื้อเที่ยงเป็นข้าวกล่องผัดกะหล่ำปลีหมูยอ ไข่เจียว ร่วมกับผู้ปกครองของเด็กๆ ด้วย ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
ส่วนความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหาย 13 ราย วันเดียวกัน พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการ สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ กล่าวว่า วันนี้ได้หย่อนกล่องช่วยเหลือ 20 กล่อง ลงไปในปล่องถ้ำต้นน้ำให้ลอยตามกระแสน้ำ โดยมีแผนที่มาร์คจุดเพื่อให้ลอยน้ำออกมาเพื่อจะช่วยเหลือให้ตรงจุด โดยกล่องบรรจุเป็นกล่องเรืองแสง ในกล่องบรรจุ ขนม น้ำดื่ม แผนที่ โทรศัทพ์มือถือ ไฟกะพริบ และจดหมายระบุข้อความว่า “ถ้าได้รับแล้วขนมกินได้เลย และกรุณามาร์คจุดที่อยู่กันตอนนี้ แล้วใส่แผนที่ลอยน้ำกลับมาให้ด้วย เจ้าหน้าที่จะรีบไปรับโดยเร็วที่สุด”
ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. นำตำรวจพลร่ม และตชด.ไปสำรวจโพรงด้านขวาของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน พร้อมทั้งมีการติดตั้งอุปกรณ์โรยตัวเพื่อลงไปสำรวจด้านล่าง ซึ่งปากโพรงมีความกว้างประมาณ 1 เมตร หลังจากเมื่อวาน (28 มิ.ย.) ผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศมาสำรวจแล้วลงไปได้ 22 เมตร ซึ่งวันนี้ (29 มิ.ย.) มาสำรวจต่อ และจากการสำรวจพิกัดด้วยจีพีเอสพบว่าตรงกับห้องโถงใหญ่ของถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน
ขณะที่พลร่มติดกล้องโรยตัวลงไปในโพรงดังกล่าว ให้ข้อมูลว่า ด้านล่างของโพรงกว้างกว่าที่เห็นด้านบน โดยด้านล่างมีอากาศหายใจ เมื่อลงไป 11 เมตร ด้านล่างลงไปได้อีกแต่เป็นทางแคบ คนตัวเล็กมุดตัวลงไปก็สามารถโรยตัวลงไปต่อได้อีก ต่อมาเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ลงถึงพื้นถ้ำแล้ว มีทางเดิน คาดว่าเป็นห้องโถงฝั่งขวา ทำให้ ผบ.ตร.และเจ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านบนต่างดีใจ เห็นความหวังว่าโพรงนี้จะมีทางเชื่อมไปยังห้องต่างๆ ของถ้ำได้
ต่อมาในช่วงเย็น ผู้ว่าฯ เชียงราย ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์การช่วยเหลือ 13 ชีวิต ในถ้ำหลวง จ.เชียงราย แถลงความคืบหน้าว่า ล่าสุดชุดปฏิบัติการนเรศวรประสานกำลังกับ ตชด.32 และชุดกู้ภัย ได้ตรวจสอบบริเวณถ้ำพระและโรยตัวลงไปในบริเวณปล่องได้ ลงไปถึงพื้น 40 เมตร พบว่าบริเวณพื้นถ้ำไม่มีน้ำ แต่เป็นดินโคลน มี 2 ตาน้ำผุดเล็กๆ เราจึงได้ระดมกำลังพลส่วนหนึ่งไปขยายผลต่อไป ส่วนจะเชื่อมไปยังพื้นที่ที่คาดว่าเด็กและโค้ชทั้ง 13 คนอยู่หรือไม่ ยากที่จะคาดเดา โดยหวังเพียงแต่ว่าจะไม่มีฝนตกมาเพิ่มในวันนี้
ส่วนกรณีมีการแพร่ข่าวว่าเกิดไฟรั่วและทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บถูกไฟช็อตนั้น ผู้ว่าฯ เชียงรายกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง ในข้อเท็จจริงเป็นเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จาก จ.อุบลราชธานี ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งเครื่องสูบน้ำ อาสาเดินทางมาช่วยงานจากอุบลราชธานี เมื่อเดินทางมาถึงก็เข้าไปทำงานทันทีโดยไม่ได้รับประทานอาหารจึงเกิดอาการเป็นลมและถูกนำส่งโรงพยาบาลสนามของมทบ. ซึ่งตรวจร่างกายครบถ้วนแล้วยืนยันว่าเป็นลม ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว
เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ปภ.คนดังกล่าวมีอาการเป็นลมล้มลง จึงเข้าใจผิดคิดว่าไฟฟ้าช็อต และต้องรีบตัดกระแสไฟฟ้าไว้ก่อน โดยจุดที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากปากถ้ำประมาณ 200 เมตร ลูกน้องของตนยืนอยู่เป็นแผง ไม่ใช่ไฟฟ้าช็อตแน่นอน เพราะถ้าไฟฟ้าช็อตจะมีคนบาดเจ็บมากกว่านี้
รายงานข่าวแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ได้เตรียมอุปกรณ์พร้อมกำลังพล เตรียมเดินทางขึ้นไปบนภูเขา เพื่อสร้างลานจอด ฮ.แบล็กฮอว์ก บนดอยนางนอน ซึ่งจะนำอุปกรณ์ขึ้นไปเพื่อเตรียมขุดเจาะผนังถ้ำ
ความคืบหน้าการค้นหาทีมกู้ภัยจากกองทัพอเมริกาและจากอังกฤษได้ออกจากถ้ำมาแล้ว หลังจากเข้าไปนานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ยังเข้าไปไม่ถึงบริเวณพัทยาบีช เนื่องจากเส้นทางต่อจากแอ่งน้ำเส้นทางเป็นดินโคลน จึงต้องกลับออกมาก่อนเพื่อพักผ่อน
ส่วนที่บ้านสันป่าสัก ต.โป่งผา ตั้งอยู่ท้ายๆ ของถ้ำหลวง กลุ่มนักวิชาการอิสระและอาจารย์มหาวิทยาลัยต่างๆ นักปีนเขา นักเดินถ้ำ รวมตัวกันตั้งสำนักงานชั่วคราว เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือ 13 ชีวิต โดยได้วิเคราะห์แผนที่แบบสามมิติ นำค่ามาประมวลจนได้พิกัดที่ใกล้เคียง หลังจากนั้นได้ใช้วิธีการเดินเท้าเข้าทำแผนที่ปักหมุดโดยเจ้าหน้าที่จากกรมชลประทาน เพื่อจะนำอุปกรณ์ไปดำเนินการช่วยเจาะ
นายทรงวิทย์ แก้วมหานิล เจ้าหน้าที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ทีมงานทั้งหมดได้ทำแผนที่จนได้จุดที่คาดว่าจะเป็นห้องโถงที่ทั้งหมดอาศัยอยู่ โดยอาศัยข้อมูลจากแผนที่ แผนผังของนักสำรวจถ้ำที่เคยเข้าไปในถ้ำแห่งนี้จนสุดทางมาแล้วเป็นระยะทางเกือบ 10 กม. ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศและยังบอกว่าตรงใกล้สุดความยาวของถ้ำมีช่องแสงที่มองเห็นได้ชัดเจน ทีมงานจึงพุ่งเป้ามายังจุดนี้และคาดว่าจะมีช่องทางผ่านลงไปในถ้ำได้แน่นอน
ขณะเดียวกันหลังจากที่ทีมค้นหาโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์ลงไปในโพรงถ้ำหลวงเรียบร้อยแล้ว แต่ ฮ.ยังคงบินวนเพื่อสำรวจจุดอื่นๆ รวมทั้งรอการแจ้งข้อมูลจากทีมโรยตัวหากมีเหตุอะไรฉุกเฉินจะได้ช่วยเหลือได้ทัน เบื้องต้นทราบว่าทีมโรยตัวถึงพื้นด้านล่างของถ้ำแล้ว ซึ่งโพรงที่ลงไปยังไม่แน่ชัดว่าจะใช่พัทยาบีช หรือใกล้เคียงกับพัทยาบีชหรือไม่ ต้องรอการแจ้งข่าวอีกครั้ง
พลเรือเอกนริส ปทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปที่บริเวณถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน กล่าวว่า มาให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานค้นหา และนำอุปกรณ์ประจำตัว อุปกรณ์การแพทย์ เสื้อผ้ามาให้เพิ่มเติม แต่ไม่ได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษ เพราะทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์อยู่แล้ว
นอกจากนี้ยังได้นำเจ้าหน้าที่หน่วยซีลมาเพิ่มอีกหนึ่งชุดจำนวน 12 นาย ทำให้ตอนนี้มีกำลังเจ้าหน้าที่ของหน่วยซีลกว่า 50 นายที่ปฏิบัติหน้าที่ภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อีกทั้งยังเชื่อว่าผู้สูญหายทั้ง 13 คนอยู่ที่บริเวณหาดพัทยา แต่อุปสรรคสำคัญสำคัญคือปริมาณน้ำและกระแสน้ำที่เชี่ยว ทำให้ขณะนี้ทุกฝ่ายต้องเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาและระบายน้ำได้ตามที่กำหนดก็จะสามารถเข้าไปยังจุดเป้าหมายได้ตามที่คาดไว้
ที่ศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลธรณีวิทยาสนับสนุนภารกิจถ้ำหลวง กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) สรุปสถานการณ์การช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิต โดยการดำเนินงานของ ทธ. ได้แบ่งเป็น 4 ทีม โดยทีมที่ 1 สำรวจเข้าพื้นที่ปล่องในพื้นที่ ข เพื่อหาช่องทางหย่อนกล้องสำรวจข้อมูลภายในโพรงถ้ำ ทีมที่ 2 เดินทางขึ้นยอดเขาตรวจเช็กโพรงและหาจุดเจาะในแนวดิ่ง และจุดวางเครื่องเจาะ ร่วมกับหน่วย อส.เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานเร่งหาโพรงที่จะใช้เจาะช่วยค้นหาน้องๆ ขณะที่ทีมที่ 3 ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินเท้าขึ้นสำรวจความต้านทาน (Resistivity survey) สแกนหาโพรงในพื้นที่ ข พร้อมทีมพันธมิตรนำเครื่องมือขึ้นเตรียมพร้อม โดยมีทหารนำทางอำนวยความสะดวกและช่วยเดินสายไฟ และทีมที่ 4 เข้าสำรวจฝายธรรมชาติที่อาจกั้นการไหลของน้ำในถ้ำสายทอง และจุดน้ำมุดบริเวณถ้ำผาหมี นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่กรมธรณี เตรียมพร้อมที่กองอำนวยการเพื่อประสานความร่วมมือระหว่างทีมงานศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลธรณีวิทยาสนับสนุนภารกิจถ้ำหลวง และกองอำนวยการ รวมทั้งคอยประสานและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ 4 ทีม
ผู้ว่าฯ เชียงราย กล่าวว่า จากที่ประชุมได้สรุปแนวทางการให้ความช่วยเหลือใน 4 แนวทาง คือ 1.เดินสายไฟเพิ่ม เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ สนับสนุนการดำน้ำของหน่วยซีลและทีมผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ 2.เจาะผนังถ้ำ ตามแนวทางของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมทรัพยากรธรณี 3.สำรวจบริเวณสุดปลายทางถ้ำหาทางน้ำออกบริเวณหาดพัทยา เพื่อหาทางขยายช่องให้น้ำไหลออกมามากขึ้น และ 4.ค้นหาช่องทางช่วยเหลืออื่น โดยเฉพาะโพรงทางเข้าถ้ำซึ่งใช้ทั้งการเดินเท้า และเฮลิคอปเตอร์สำรวจ
ทั้งนี้การหาช่องทางที่จะเข้าไปภายในถ้ำจากด้านบน จากการสำรวจพบว่ามีโพลงหลายแห่ง แต่มีบางแห่งที่คาดว่าจะเข้าไปภายในถ้ำได้ ซึ่งมีการสำรวจอีกครั้ง ส่วนการเจาะผนังถ้ำ เพื่อเปิดทางจากด้านข้างของถ้ำนั้น ต้องวางแผนให้ชัดเจนว่าจะเจาะจุดใด เพราะเป็นถ้ำหินปูน ซึ่งอาจจะกระทบตัวถ้ำ และอาจเกิดอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในถ้ำ นอกจากนี้จะต้องหายานพาหนะสำหรับเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักอย่างน้อย 2 ตัน หากวางระดับผิดก็อาจจะทำให้เครื่องเสีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาและกู้ภัยถ้ำ 6 คน โดย Mr.Wang Yingjie หัวหน้าทีม ชุดแรกจากมูลนิธิ BEIJING PEACELAND พร้อมอุปกรณ์หุ่นยนต์ใต้น้ำ อุปกรณ์ดำน้ำ การถ่ายภาพสามมิติ และอุปกรณ์อื่นๆ จากประเทศจีน ได้เดินทางถึง จ.เชียงใหม่แล้ว ก่อนจะเดินทางต่อไปยังจังหวัดเชียงรายเพื่อร่วมค้นหาผู้ช่วยโค้ชและนักฟุตบอลทีมหมูป่า
อนึ่ง กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศให้พื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย เป็นเขตพื้นที่ประสบภัยพิบัติ พร้อมระดมหน่วยงานเร่งให้ความช่วยเหลือเด็ก 13 คน ในทุกช่องทาง



