
ช็อก!อดีตปลัดพม.กินยาพิษดับคาบ้าน-คาดเครียดปมโกงเงินคนจน
อดีตปลัดพม.กินยาพิษดับคาบ้านพัก ส่วนเมียโคม่า คาดปมคิดสั้นเครียดต้องคดีโกงเงินคนจน ด้าน"บิ๊กตู่"เสียใจกับครอบครัว ขณะที่ปปป.เผยคดีอาญาจบแต่คดีแพ่งดำเนินการต่อ
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 29 มิถุนายน พ.ต.ต.สัญชัย เมธีวิวัฒน์ สว.สอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุผู้เสียชีวิตกินยาฆ่าตัวตายและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ภายในหมู่บ้านชื่อดัง หมู่ 8 ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบและเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.จีรเดช เหมจินดา รองผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.พีรพล โชติกเสถียร ผกก.สภ.เมืองปทุมธานี และเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้น บริเวณห้องนอนชั้นสองเจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตทราบชื่อคือ นายพุฒพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อายุ 59 ปี อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เบื้องต้นทราบว่ากินยาฆ่าตัวตายส่วนภรรยาถูกนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี อาการสาหัส แพทย์อยู่ระหว่างการช่วยเหลือ
จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบว่าสภาพของทั้งสองคนนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนทั้งคู่ ที่ข้างเตียงพบแก้วไวน์วางไว้จำนวน 2 แก้ว เบื้องต้นพบว่าในแก้วไวน์ของผู้ตายพบสารแขวนลอยค่อนข้างขุ่นและสันนิษฐานว่าผู้ตายคงจะฆ่าตัวตายพร้อมกับภรรยาจึงนำส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ อย่างไรก็ตามทราบว่า นายพุฒพัฒน์ มีข้อพิพาทเกี่ยวกับคดีการทุจริตเรื่องการทุจริตเงินผู้ยากไร้และคนไร้ที่พึ่งซึ่งเชื่อว่าประเด็นดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุให้นายพุฒพัฒน์คิดสั้น
ด้านนพ.ณรงค์ ตั้งตรงไพโรจน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า นายพุฒิพัฒน์เสียชีวิตจากการกินยาเกินขนาด แต่ไม่สามารถบอกถึงตัวยาที่กินเข้าไปได้ ส่วนภรรยาซึ่งกินยาฆ่าตัวตายเข้าไปเหมือนกันนั้น ขณะนี้แพทย์โรงพยาบาลปทุมธานีพยายามช่วยชีวิตด้วยการล้างท้อง แต่ยังไม่พ้นวิกฤติ
ขณะที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายพุฒิพัฒน์ กินยาฆ่าตัวตายที่บ้านพักว่า ก็ติดตามข่าวอยู่”
ด้านพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งนายกฯ ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวนายพุฒิพัฒน์ ส่วนจะมีการรายงานผลสอบการทุจริตให้นายกฯ รับทราบแล้วหรือไม่นั้น เข้าใจว่าคงมีการรายงานให้นายกฯ รับทราบแล้ว
เมื่อถามว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ต่อนายพุฒิพัฒน์ ผลสอบในเรื่องทุจริตจะกระทบคนอื่นๆ ที่อยู่ในขบวนการหรือไม่ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า คิดว่าไม่กระทบ เพราะนายกฯ ระบุว่า กระบวนการยุติธรรม ก็ให้ดำเนินการไปตามครรลอง และเรื่องทั้งหมดก็ขอให้เป็นอุทาหรณ์ให้ข้าราชการทุกคนในการปฏิบัติหน้าที่ นายกฯ ระบุเพียงสั้นๆ แค่นี้
วันเดียวกันที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวถึงกรณีนายพุฒิพัฒน์กินยาฆ่าตัวตายว่า กรณีทุจริตเงินสงเคราะห์คนยากจนเป็นเรื่องใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจ ป.ป.ท.ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐาน ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร เมื่อตรวจสอบพบความผิดก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย โดยในส่วนของข้าราชการระดับสูงซึ่งอยู่นอกอำนาจการไต่สวนของป.ป.ท.ได้ส่งสำนวนไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการ ขณะเดียวกันป.ป.ท.ก็ส่งหลักฐานไปให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบธุรกรรมการเงินจนมีคำสั่งอายัดทรัพย์กับบุคคลที่เกี่ยวข้องไปแล้ว ส่วนกรณีการฆ่าตัวตายนั้นไม่ขอแสดงความเห็น
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน คณะกรรมการธุรกรรม ปปง. มีมติให้อายัดทรัพย์สินของกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) 3 ราย ได้แก่ นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายณรงค์ คงคา อดีตรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายธีรพงษ์ ศรีสุคนธ์ อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้ และบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับบุคคลดังกล่าวประมาณ 12 ราย เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ รวม 41 รายการ มูลค่าประมาณ 88 ล้านบาท เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน
ทั้งนี้ปปง.ตรวจสอบพบพฤติการณ์การทำงานเป็นขบวนการผ่านทางการจัดสรรเงินงบประมาณลงไปยังศูนย์และหน่วยงานต่างๆ ในสังกัดทั่วทุกภาค และมีการจัดทำเอกสารการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอันเป็นเท็จ โดยนำเงินที่ได้จากการทุจริตเบิกจ่ายส่งกลับคืนไปยังผู้บริหารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการในขณะนั้น และแปลงเงินไปเป็นทรัพย์สินในรูปแบบอื่นให้แก่บุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ เช่น ที่ดิน ห้องชุด รถยนต์หรู เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และหลักทรัพย์ต่างๆ
ขณะที่ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) กล่าวว่า ในส่วนของคดีอาญาของนายพุฒิพัฒน์ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วต้องจบลงตามกฎหมาย ยกเว้นแต่คดีแพ่งที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังคงยึดทรัพย์ที่เป็นชื่อของนายพุฒิพัฒน์ไว้ตรวจสอบต่อไป ส่วนหญิงสาวคนสนิทเจ้าหน้าที่จะติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและยังคงดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าการเสียชีวิตของนายพุฒิพัฒน์จะไม่กระทบต่อการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดรายอื่น ๆ แน่นอน หลังจากนี้จะมีการวางแผนเรื่องการดำเนินการและการลงพื้นที่หาหลักฐานเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินคนจนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สำหรับประวัติของนายพุฒิพัฒน์นั้นได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นปลัดกระทรวงในยุคของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต รมว.พม. เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2560 โดยเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ “นายพุฒิพัฒน์” กลับถูกนายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ ให้ตรวจสอบการทุจริตโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพคนไร้ที่พึ่งและคนขอทาน ผู้ป่วยโรคเอดส์ พร้อมขอให้มีคำสั่งย้ายนายพุฒิพัฒน์ และนายณรงค์ คงคำ รองปลัดพม.กับพวก รวม 5 คนออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพ หลังจากนั้นเพียง 2 วัน ก็มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 52/2561 ให้นายพุฒิพัฒน์ และนายณรงค์ มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรีโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ต่อมาเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นายวิทยา นีติธรรม เลขานุการกรม สำนักงานป้องกันปราบปรามการทุจริต (ปปง.) เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์ในสมัยดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และร้องทุกข์กล่าวโทษอดีตข้าราชการหญิงคนสนิทนายพุฒิพัฒน์ หลังปปง.ตรวจสอบพบเส้นทางการเงินการทุจริตที่เกี่ยวข้องกันกับการทุจริตโกงเงินผู้ยากไร้ กระทั่งวันที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา ปปง.มีมติอายัดทรัพย์ของนายพุฒิพัฒน์ พร้อมพวกรวม 12 คน มูลค่า 88 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังแจ้งความดำเนินคดีอาญากับทุกคน จากนั้นส่งตัวแทนปปง.ร้อง ปปป.เอาผิดอดีตปลัด พม. และหญิงสาวคนสนิทกระทำผิดร่วมกันฐานฟอกเงินด้วย
(ข่าวหน้า1นสพ.คมชัดลึก)



