ข่าว

จุฬาจูงมือศรีราชาตกชั้นเมืองทองชนะฉลองแชมป์

จุฬาจูงมือศรีราชาตกชั้นเมืองทองชนะฉลองแชมป์

19 ต.ค. 2552

"เสือสามย่าน" จุฬา ยูไนเต็ด บุกพ่าย พัทยา ยูไนเต็ด 1-2 กระเด็นตกชั้นไทยพรีเมียร์ลีก ขณะที่ "บลูมาร์ลิน" ศรีราชา แม้บุกชนะ โอสถสภา 1-3 มี 30 แต้มเท่า "แข้งเทพ" แบงค็อก ยูไนเต็ด และราชนาวี ระยอง แต่สุดท้ายมินิลีกสู้ไม่ได้ ร่วงไปเล่นดิวิชั่น 1 อีกทีม ส่วน "

การแข่งขันฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีก 2009 นัดสุดท้ายของฤดูกาลเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา ไฮไลท์อยู่ที่การลุ้นหนีตกชั้น ที่สนามเทศบาลหนองปรือ “โลมาฟ้าขาว” พัทยา ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 12 มี 29 แต้มเปิดบ้านพบ “เสือสามย่าน” จุฬา ยูไนเต็ด ทีมรองบ๊วยที่มี 26 แต้ม นัดนี้เจ้าถิ่นขอเพียง 1 คะแนนจะรอดตกชั้นแต่ถ้าแพ้ตกชั้น ขณะที่ทีมเยือนหลังชนฝาต้องชนะสถานเดียวแล้วไปลุ้นให้ ศรีราชา เอฟซี ไม่ชนะหรือ แบงค็อก ยูไนเต็ด แพ้ถึงจะรอด

 เขี่ยบอลเล่นมาแค่ 11 นาทีกองเชียร์เจ้าถิ่นได้เฮกันลั่นจากลูกเตะมุมสั้นทางฝั่งขวา สันติ ไชยเผือก ปั่นด้วยซ้ายบอลพุ่งโค้งข้ามมือ เอนกูโล ฌอง มาร์ก นายประตูจุฬา เข้าเสียบเสาสอง พัทยา นำ 1-0 ถัดไปนาที 32 ซีเกต หมาดปูเต๊ะ ผ่านบอลให้ อิทธิพล พูลทรัพย์ วิ่งเข้ายิงจังหวะแรกไปติดขากองหลังจุฬา ที่ยืนอยู่บนเส้นแล้วกระเด้งมาเข้าทาง อิทธิพล ตามเข้าซ้ำอีกทีตุงตาข่ายเป็นประตูให้พัทยา นำห่าง 2-0 ในครึ่งแรก

 ครึ่งหลังนาที 51 อดิศักดิ์ กานู เปิดลูกฟรีคิกให้ มาริโอ เนโต้ โขกตีไข่แตกให้จุฬาไล่มา 1-2 หลังจากนั้นทีมเยือนโหมบุกต่อเนื่อง ขณะที่พัทยาดึงเกมช้า แต่ช่วงเวลาที่เหลือก็ไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดเวลา พัทยา ชนะ 2-1 มี 32 คะแนน หนีตกชั้นได้สำเร็จ จบฤดูกาลด้วยอันดับ 11 ด้านจุฬา ยูไนเต็ดมี 26 แต้มอยู่อันดับรองบ๊วยตกชั้นไปเล่นดิวิชั่น 1 หลังจากขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้ 2 ฤดูกาล

 ที่สนามสมุทรสงคราม “ปลาทูคะนอง” สมุทรสงคราม อันดับ 10 รับการมาเยือน “เด็กเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด อันดับ 13 เกมนี้ทีมเยือนต้องการผลเสมอ เพื่อรอดจากการตกชั้น แต่ถ้าเกิดแพ้ต้องรอดูผลของ ศรีราชา กับ จุฬา ยูไนเต็ด ด้วย ขณะที่เจ้าถิ่นไม่มีผล

 เริ่มเกมขึ้นมาเป็นเจ้าถิ่นที่เปิดเกมเข้าใส่มาถึงนาที 23 เจ้าถิ่นได้เฮเมื่อ กรวิทย์ นามวิเศษ พาบอลขึ้นไปทางด้านซ้าย ก่อนจะผ่านเข้าหน้าประตู แจน โรเจอร์ วิ่งเข้ามาแปโล่งๆ แค่ 6 หลาเข้าไป เจ้าถิ่นนำ 1-0 หลังเสียประตูทีมเยือนลุยแหลก จนมาประสบความสำเร็จในครึ่งหลังนาที 53 จากจังหวะที่บอลขึ้นไปเล่นทางฝั่งซ้าย จีรนัฐ นนทเกษ ลากตัดเข้าในก่อนซัดซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งเรียดเสียบเสาสองอย่างสวยงาม เสมอ 1-1 จากนั้นไม่มีทีมใดทำประตูกันได้ จบเกมเสมอ 1-1

 ที่สนาม อบจ.สระบุรี “นายห้างขายยา” โอสถสภา สระบุรี ยังต้องลุ้นอันดับ 5 เปิดรังพบ “บูลมาร์ลิน” ศรีราชา ที่กำลังดิ้นหนีตายต้องการ 3 แต้ม แล้วไปลุ้นสถานการณ์ของแบงค็อก ยูไนเต็ด กับพัทยา ยูไนเต็ด เริ่มเกม โอสถสภา ขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่นาที 13 เมื่อ อีวาน มานชาห์ เปิดจากกราบขวาหลุดมาถึง สุรเดช ธงชัย แตะยิงเผาขนเสยตาข่าย หลังโดนยิงทีมเยือนลุยแหลกมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก เอกชัย ฤทธิพันธุ์ นาที 44

 ครึ่งหลัง ศรีราชา ลุยแหลก มาได้ประตูนำ 2-1 นาที 88 จาก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงด้วยซ้ายแฉลบขา โกศวัต ว่องไวลิขิต เข้าประตูไป และมาได้ประตูที่ 3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จาก ธงไชย รัฐไชย หมดเวลา ศรีราชา ชนะ 3-1  แต่ศรีราชา ไม่รอดตกชั้น เพราะมี 30 คะแนนไปเท่ากับ แบงค็อก ยูไนเต็ด และราชนาวี ระยอง เมื่อมาทำมินิลีก ศรีราชา แพ้ ราชนาวี ไป-กลับ และได้แค่แต้มเดียวจากแบงค็อก ยูไนเต็ด จึงกลายเป็นทีมตกชั้นทีมสุดท้ายของฤดูกาลแบบเจ็บปวด

 ด้าน เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด เปิดบ้านธันเดอร์โดม พบกับ บีอีซี เทโรศาสน ก่อนที่ เมืองทองจะเป็นฝ่ายเอาชนะ 2-0 จาก ธีรศิลป์ แดงดา นาที 25 และวิศรุต พันนาสี นาที 82 ทำให้ เมืองทอง ฉลองถ้วยแชมป์ด้วยชัยชนะอย่างชื่นมื่น

 ส่วนผลคู่อื่น ที่สนามกีฬากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา “มนุษย์ไฟฟ้า” การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชนะ “ตะหานน้ำ” ราชนาวี-ระยอง 4-1, ที่สนาม ม.เกษตร กำแพงแสน “เจดีย์ใหญ่” นครปฐม เอฟซี พ่าย “กระต่ายบีจี” บางกอกกล๊าส เอฟซี 2-5, ที่สนามสถาบันพลศึกษาสมุทรสาคร “สำเภามหาชัย” ทีทีเอ็ม-สมุทรสาคร เสมอกับ “ฮัลโหล” ทีโอที เอฟซี แต้ม 1-1, ที่สนามศุภชลาศัย “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ชนะ “สิงห์เจ้าท่า” การท่าเรือไทย เอฟซี 2-1

 หลังจบเกมที่ ชลบุรี เอาชนะ การท่าเรือไทย "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชลบุรี ทันที ด้วยการให้เหตุผลว่า ก่อนเข้ามารับหน้าที่มีเป้าหมายว่าต้องคว้าแชมป์ให้ได้ เนื่องจากทรัพยากรนักเตะเพียงพอ แต่เมื่อทำไม่สำเร็จก็ต้องขออำลา อนาคตยังเปิดกว้างให้ทุกทีม อาจกลับไปคุมฮอง อัน ยาลาย ในเวียดนาม หรือคุมทีมในไทยต่อไป หากไปต่างประเทศคงจะช่วยคุมทีมได้แค่ ซีเกมส์ ส่วนการเข้าไปช่วยงานทีมชาติชุดเอเชี่ยน คัพ ก็ต้องขึ้นอยู่กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย

 ส่วนเงินรางวัล เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด แชมป์ 10 ล้านบาท, รองแชมป์ ชลบุรี 2 ล้านบาท, อันดับ 3 บางกอกกล๊าส 1.5 ล้านบาท, อันดับ 4 บีอีซี เทโรศาสน 8 แสนบาท, อันดับ 5 โอสถสภา 7 แสนบาท, อันดับ 6 การท่าเรือไทย 6 แสนบาท, อันดับ 7 ทีโอที 5 แสนบาท และอันดับ 8 ทีทีเอ็ม สมุทรสาคร 4 แสนบาท ส่วนรางวัลอื่นๆ จะมีการพิจารณาภายหลังและมีพิธีมอบเป็นทางการในวันที่ 26 ตุลาคมนี้

สรุปตารางคะแนน
 แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ได้ เสีย แต้ม
1.เมืองทองฯ 30 19 8 3 48 20 65
2.ชลบุรี เอฟซี 30 18 8 4 50 30 62
3.บางกอกกล๊าส 30 16 8 6 45 31 56
4.บีอีซี-เทโร 30 15 6 9 53 34 51
5.โอสถสภา 30 13 8 9 36 32 47
6.ท่าเรือไทย 30 12 8 10 33 30 44
7.ทีโอที  30 10 12 8 33 33 42
8.ทีทีเอ็ม 30 8 13 9 29 32 37
9.การไฟฟ้า 30 9 9 12 37 41 36
10.สมุทรสงคราม 30 9 7 14 22 31 34
11.พัทยา  30 7 11 12 27 33 32
12.ศรีราชา 30 8 6 16 28 34 30
13.แบงค็อก 30 5 15 10 24 34 30
14.ราชนาวี 30 8 6 16 29 40 30
15.จุฬา  30 4 14 12 29 47 26
16.นครปฐม 30 6 7 17 32 53 25