ข่าว

หวั่นพับแผนมาบตาพุดดันหนี้เสียพุ่ง

หวั่นพับแผนมาบตาพุดดันหนี้เสียพุ่ง

19 ต.ค. 2552

ธปท.ประเมินหากนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่สามารถเดินหน้าก่อสร้างต่อไปได้สร้างปัญหาหนี้ เอ็นพีแอลให้ระบบแบงก์กว่า 9 หมื่นล้านบาทตามวงเงินกู้ ระบุแม้ยังไม่เป็นปัญหา แต่ต้องติดตามใกล้ชิด

 นายสรสิทธิ์ สุนทรเกส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งอาจจะประสบปัญหาการเร่งตัวของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จากการปล่อยสินเชื่อให้แก่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด วงเงินรวมกว่า 9 หมื่นล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา หากโครงการดังกล่าวไม่สามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้ และจะกระทบต่อเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ในระบบธนาคารพาณิชย์ให้ลดลง 0.3% จาก 15.6% ในปัจจุบัน

 "ปัญหาดังกล่าวแม้จะไม่ทำให้ ธปท.เกิดความกังวล เพราะระบบธนาคารพาณิชย์มีความแข็งแกร่งของเงินกองทุน และมีปริมาณการกันสำรองหนี้เสียอยู่ในระดับสูง แต่เรื่องนี้ต้องเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้งเงินสินเชื่อที่ธนาคารพาณิชย์ปล่อยไปนั้นจะกลายเป็นความสูญเปล่าต่อระบบเศรษฐกิจไทย แทนที่จะนำไปทำประโยชน์ด้านอื่น และส่งผลต่อเนื่องไปยังปัญหาการจ้างงาน" นายสรสิทธิ์กล่าว

 ด้านนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงการแก้ปัญหามาบตาพุดของรัฐบาลว่า เป็นแนวทางดีที่สุดกับข้อจำกัดในปัจจุบัน ซึ่งปัญหาเกิดจากข้อกฎหมายต้องแก้ไขด้วยกฎหมายเพื่อให้การลงทุนเดินหน้าได้ การใช้อำนาจตามมาตรา 46 พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเป็นแนวทางที่ดี เพราะการพิจารณากฎหมายลูกในรัฐสภาต้องใช้เวลา ถ้าการพิจารณาผ่าน 3 วาระรวดจะออกเป็นกฎหมายได้ประมาณเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม 2553 ส่วนการกำหนดมาตรการชั่วคราวเป็นแนวทางที่คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยตีความว่าการออกกฎหมายต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบอาชีพของประชาชน