
โทษมิติใหม่ !!! "ตัดไม้-รุกป่า"ต้องปลูกคืน
คดีรุกป่าพุ่งสีคิ้วลำปาง สุรินทร์ ครอง 3 อันดับต้นๆ. ยธ.จับมือกรมอุทยาน ส่งผู้ถูกคุมประพฤติกว่า 1,000 ราย ทำงานบริการสังคมปลูกป่า-สร้างฝายชะลอน้ำหวังการลง
29 มิถุนายน 2561 คดีบุกรุกป่าพุ่ง สีคิ้ว ลำปาง สุรินทร์ ครอง 3 อันดับต้นๆ. ยธ.จับมือกรมอุทยาน ส่งผู้ถูกคุมประพฤติกว่า 1,000 ราย ทำงานบริการสังคมปลูกป่า-สร้างฝายชะลอน้ำ หวังการลงโทษมิติใหม่กระตุ้นจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม.
นายประสาร มหาลี้ตระกูล อธิบดีกรมคุมประพฤติ และนายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปาและพันธุ์พืชลงนามในบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือในการจัดให้ผู้ถูกคุมประพฤติทำงานบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ เพื่อนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เหมาะสมและไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำ
นายประสาร กล่าวว่า ปัจจุบันมีสถิติผู้ถูกคุมประพฤติจำนวน 200,000 ราย ที่ศาลมีคำสั่งว่าเป็นผู้กระทำความผิดในระบบที่ไม่ต้องควบคุมตัว แต่จะต้องมารายงานตัวและปฎิบัติตามเงื่อนไขของกรมคุมประพฤติในด่านต่างๆ เช่น การบริการสังคม และบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ซึ่งกรมคุมประพฤติมีสำนักงานคุมประพฤติอยู่ทั่วประเทศกว่า 100 แห่ง สามารถกระจายผู้ที่ถูกคุมประพฤติเข้าทำบริการสังคมได้
โดยในปีงบประมาณ 2561 พบผู้กระทำความผิดตามพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ทำผิดพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯจำนวนทั้งสิ้น 526 คดี.โดยมีผู้กระทำความผิดกว่า 1,000 ราย และศาลได้กำหนดเงื่อนไขให้ผู้กระทำความผิดดังกล่าวทำงานชดใช้สังคม ที่ผ่านมาสำนักงานคุมประพฤติได้มีการประสานงานกับกรมอุทยานฯส่งผู้ถูกคุมประพฤติไปทำงานทั้งการทำฝายชะลอน้ำ การทำแนวป้องกันไฟป่า เก็บขยะ แต่ยังไม่ครอบคลุมในทุกพื้นที่
นายประสาร กล่าวอีกว่า สำหรับจังหวัดที่มีสถิติการกระทำความผิดพ.ร.บ.ป่าไม้ฯ สูงสุด 3 อันดับแรก คือ สำนักงานคุมประพฤติตังหวัดนครราชสีมา สาขาสีคิ้ว จำนวน 31 คดี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดลำปาง จำนวน 26 คดี และสำนักงานคุมประพฤติสุรินทร์ จำนวน 22 คดี จากสถิติดังกล่าวพบว่าพื้นที่ในการกระทำความผิดเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ป่าไม้จำนวนมาก
ดังนั้นเพื่อเป็นการเปิดมิติด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงจัดให้ผู้ถูกคุมประพฤติเข้าทำงานสาธารณประโยชน์ในพื้นที่ของกรมอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เพื่อกระตุ้นให้มีจิตสำนึกต่อสังคมมากขึ้น ส่วนผู้ถูกคุมประพฤติที่ศาลมีคำสั่งห้ามเข้าพื้นที่ กรมคุมประพฤติก็จะตรวจสอบพฤติกรรมและให้ไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่ส่งผลกระทบต่อเงื่อนไขของศาล โดยให้ทำกิจกรรมพื้นที่อื่น เช่น วัด หรือโรงเรียน
ด้านนายเฉลิมชัย กล่าวว่า กรมอุทยานฯมีหน่วยงานในระดับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคจำนวน 21 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ภาคสนามรองรับการทำกิจกรรมด้านต่างๆของผู้ถูกคุมประพฤติตามเงื่อนไขของศาลจำนวนมาก ทั้งเขตห้ามล่าสัตว์ป่า หน่วยต้นน้ำ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ในพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าฯและเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมีกิจกรรมจำนวนมาก ทั้งการเพาะพันธุ์กล้าไม้ งานบริการนักท่องเที่ยวการปลูกป่า การทำแนวป้องกันไฟป่า และการลาด ตระเวนพื้นที่ร่วมกับเจ้าพนักงานพิทักษ์ป่า ซึ่งการลงนามในบันทึกข้อตกลงจะทำให้ผู้ที่ถูกคุมประพฤติเข้ามีมีบทบาทในช่วยดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย



