ข่าว

พาณิชย์ยึดนโยบายตรึงราคาสินค้าสิ้นปีเมินต้นทุนสินค้าพุ่ง

พาณิชย์ยึดนโยบายตรึงราคาสินค้าสิ้นปีเมินต้นทุนสินค้าพุ่ง

19 ต.ค. 2552

พาณิชย์ยึดนโยบายเดิม เบรกขึ้นราคาแบตเตอรี่ หลังพ่อค้าขอปรับขึ้นอีก 10-15% อ้างต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ส่วนราคาเหล็กขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังไม่เกินเพดานกำหนด

 นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงรายการสินค้าที่ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนวัตถุดิบช่วงเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว ว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการแบตเตอรี่รถยนต์ได้เสนอเรื่องขอปรับราคาขายส่งแบตเตอรี่หน้าโรงงานอีก 10-15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากราคาวัตถุดิบการผลิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทองแดงเพิ่มสูงกว่า 50% จากตันละ 4,000 ดอลลาร์ เป็น 6,000 ดอลลาร์ จนส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
 นอกจากนี้ยังพบว่า สินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะราคาวัสดุเหล็กที่ขณะนี้เหล็กแท่งยาว (บิลเลต) และเหล็กแท่งแบน (สแลบ) ปรับเพิ่มจากช่วงต้นปีอย่างต่อเนื่อง จากตันละ 400 ดอลลาร์ เพิ่มเป็นตันละ 500-600 ดอลลาร์ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีนโยบายให้ขึ้นราคาสินค้าทุกรายการจนถึงสิ้นปี เพื่อช่วยดูแลค่าครองชีพให้ประชาชน
 รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ประกอบการแบตเตอรี่ได้ขอขึ้นราคาอีก 10-15% จากราคาขายส่งหน้าโรงงานปัจจุบันขายเฉลี่ย ชนิดเอ็น 70 ที่ 2,200-2,300 บาทต่อลูก ทำให้จะมีราคาเพิ่มถึง 220-330 บาท แต่พบว่าภาวะตลาดจริงผู้ประกอบการหลายรายไม่กล้าปรับราคา เนื่องจากการแข่งขันสูงขณะที่การบริโภคหดตัว
 ส่วนราคาเหล็กยังคงยืนราคาแนะนำเท่ากับช่วงปักษ์สองช่วงเดือนมีนาคม 2552 เนื่องจากที่ผ่านมา ผู้ประกอบการจำหน่ายเหล็กเส้นราคาต่ำกว่าราคาแนะนำมาก แม้จะมีการขยับราคาขายขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังต่ำกว่าราคาแนะนำที่กระทรวงพาณิชย์ประกาศไว้ อย่างไรก็ตาม ราคาเหล็กในตลาดโลกยังอยู่ในภาวะผันผวน แม้หลายเดือนก่อนหน้านี้ ราคาบิลเลต และสแลบจะเพิ่มขึ้น แต่ช่วงเดือนตุลาคม แนวโน้มราคาเหล็กได้ปรับตัวลดลง เนื่องจากผู้นำเข้าบิลเลตและโรงรีดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ชะลอการเสนอซื้อและเสนอขายออกไป