ข่าว

โกลด์ฟิวเจอร์สทำร้านทองทยอยปิดตัว

โกลด์ฟิวเจอร์สทำร้านทองทยอยปิดตัว

19 ต.ค. 2552

ร้านค้าทองทยอยปิดกิจการเกือบ 100 แห่งแล้ว หลังตลาดหลักทรัพย์เปิดให้ซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส "จิตติ" ชี้หากเปิดให้ซื้อขายสัญญาล่วงหน้าขนาดน้ำหนักทอง 10 บาทต่อสัญญาในปีหน้า กระทบร้านค้าทองคำปิดตัวเพิ่มอีกจำนวนมาก แนะปรับตัวรองรับธุรกิจ 2 ระบบ

 นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เปิดซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ส่งผลให้ร้านค้าทองคำต้องปิดกิจการลงเกือบ 100 แห่ง จากทั้งสิ้น 7,000 แห่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ร้านค้าบางแห่งใช้เป็นโอกาสในการปิดกิจการ โดยที่มีผลกำไรเกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันมองว่า การทำธุรกิจในอนาคตอาจได้รับผลกระทบจากการที่ลูกค้าหันไปซื้อขายในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ามากขึ้น
 ส่วนกรณีที่จะมีการเปิดซื้อขายสัญญาล่วงหน้า (โกลด์ฟิวเจอร์ส) ขนาดน้ำหนักทอง 10 บาทต่อสัญญาในปีหน้านั้น จากปัจจุบันที่มีเพียงขนาดสัญญา 50 บาททองคำต่อหนึ่งสัญญา คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อขายของร้านค้าทองคำแท่งหายไปประมาณ 50% เมื่อเทียบกับปัจจุบันปริมาณการซื้อขายทองคำแท่งหายไป 30% จากการซื้อขาย (เทรด) น้ำหนักทอง 50 บาทต่อสัญญา
 "ในอนาคตร้านค้าทองคำอาจจะต้องปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีก เพราะการที่เปิดให้มีการซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์สขนาดสัญญา 10 บาททองคำต่อหนึ่งสัญญานั้น จะทำให้ลูกค้ารายย่อยหันมาเก็งกำไรในโกลด์ฟิวเจอร์สมากกว่าที่จะซื้อขายทองคำแท่ง ซึ่งหากใครไม่ปรับตัวก็ต้องยอมปิดกิจการไปเลย แต่อีกด้านหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสเช่นกัน โดยร้านค้าทองคำจำเป็นต้องทำธุรกิจ 2 ด้าน ทั้งค้าทองคำแท่งและเป็นตัวแทนรับคำสั่งซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่อ้างอิงราคาทองคำ" นายจิตติ กล่าว
 แนวโน้มราคาทองคำในช่วงที่เหลือของปีนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,020-1,085 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นแนวต้านใหม่ หลังได้ผ่านระดับ 1,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์มาแล้ว จากเดิมที่คาดว่าราคาทองในปีนี้จะอยู่ที่ระดับ 1,060 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นผลจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงเรื่อยๆ ทำให้นักลงทุนโยกเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่า เช่น ทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ขณะที่ราคาทองคำแท่งในประเทศปีนี้ คงว่าจะปรับตัวขึ้นไปไม่ถึงระดับ 1.8 หมื่นบาท เพราะเงินบาทยังแข็งค่าต่อเนื่อง