
เชื่อ!! 13ชีวิต ติดถ้ำหลวง ไม่ติดเชื้อจากค้างคาว
กรมควบคุมโรค เชื่อ!! 13ชีวิต ติดถ้ำหลวง ไม่ติดเชื้อจากค้างคาว เตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญพร้อมลงพื้นที่ร่วมสนับสนุน-ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อเก็บตัวอย่าง-ส่งตรวจ
วันนี้ (28 มิ.ย.2561) นพ.อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงกรณีที่ทีมนักฟุตบอลเยาวชนและผู้ฝึกสอน "หมูป่าอะคาเดมี่" รวม 13 คน ติดอยู่ภายใน
ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ว่า กรมควบคุมโรค ได้ปรึกษาหารือผู้เชี่ยวชาญ และเตรียมทีมผู้เชี่ยวชาญ ทีมจากสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ พร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง และร่วมดำเนินสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด และโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
"เพื่อเก็บตัวอย่างและส่งตรวจ รวมถึงเร่งดำเนินการให้รู้ผลเร็วที่สุด สิ่งสำคัญในขณะนี้ คือการให้กำลังใจญาติพี่น้องของเด็กๆ รวมถึงทีมค้นหาทั้งหมด โดยขอให้พบโดยเร็วและปลอดภัยทุกคน"โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าว
โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่าสำหรับเรื่องสุขภาพของเด็กที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลายวัน สภาพร่างกายอาจอ่อนแรงบ้างและอาจมีบาดแผลเล็กๆ ขีดข่วนตามแขนขา แต่เด็กทั้งหมดเป็นนักกีฬา จึงคาดว่าสภาพร่างกายจะสามารถปรับตัวและอดทนต่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้ นอกจากนี้ เด็กอาจจะป่วยด้วยโรคทั่วไปได้ เช่น โรคไข้หวัด โรคตาแดง โรคอุจจาระร่วง และโรคน้ำกัดเท้า เป็นต้น
นพ.อัษฎางค์ กล่าวว่า กรณีมีความเป็นห่วงว่าเด็กอาจติดโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะค้างคาวที่มักอาศัยอยู่ในถ้ำ ขอให้ข้อมูลว่าแม้ว่าจะมีรายงานจากต่างประเทศเกี่ยวกับการติดเชื้อจากค้างคาวในบางประเทศ แต่ที่ผ่านมา ในประเทศไทยไม่มีรายงานผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายจากค้างคาวแพร่ไปสู่คนแต่อย่างใด และหากพบเด็กๆ แล้ว เจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการเก็บตัวอย่างอุจจาระของค้างคาว ส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาเชื้อรา แบคทีเรีย และเชื้อไวรัส รวมถึงเร่งดำเนินการให้รู้ผลโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะญาติพี่น้องของเด็ก และทีมค้นหาที่ร่วมดำเนินการทั้งหมด โดยขอให้พบเด็กโดยเร็วและปลอดภัยทุกคน โดยขอให้ญาติและประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะหลังจากพบเด็กแล้ว จะเป็นหน้าที่ของทางทีมแพทย์ในการดูแลเด็กอย่างใกล้ชิดทั้งสภาพร่างกายและจิตใจของทุกคนต่อไป



