ข่าว

เรื่องเศร้าไม่รู้จบของผู้หญิง

เรื่องเศร้าไม่รู้จบของผู้หญิง

19 ต.ค. 2552

ข่าวดีสำหรับผู้หญิงหัวก้าวหน้าที่ต้องการให้ผู้หญิงกับผู้ชายมีความเสมอภาคกันก็คือปีนี้เป็นปีที่ผู้หญิงสามารถคว้ารางวัลโนเบลสาขาต่างๆ มากเป็นประวัติการณ์ถึง 5 คน หรือเท่ากับเกือบ 1 ใน 8 ของผู้หญิง 41 คนที่เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติยิ่งนี้ตลอดช่วง 108 ปีท

อีกทั้งยังเป็นครั้งแรกที่ผู้หญิงได้รับรางวัลเศรษฐศาสตร์ที่ผู้ชายผูกขาดมาตลอดช่วงกว่าร้อยปี ซึ่งเท่ากับลบล้างความเชื่อว่าผู้หญิงมีความสามารถสู้ผู้ชายไม่ได้ในเรื่องของวิทยาศาสตร์ ทั้งๆ ที่มีการพิสูจน์ให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเพศไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อความสามารถของมนุษย์แม้แต่น้อย

 ยอดหญิงทั้ง 5 คนนี้ ได้แก่ นางเออร์ตา มุลเลอร์ ชาวเยอรมัน ซึ่งคว้ารางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม นางเอลิซาเบ็ธ แบล็คเบิร์น นักวิจัยชาวอเมริกันเชื้อสายออสเตรเลีย และนางคารอล ไกรเดอร์ ชาวอเมริกัน ได้โนเบลสาขาการแพทย์ นางอาดา โยนาธ ชาวอิสราเอล สาขาเคมีและนางเอลิเนอร์ ออสตรอม สาขาเศรษฐศาสตร์

 แต่ข่าวดีมักจะมาพร้อมกับข่าวร้ายเสมอ ข่าวร้ายก็คือ แม้จะครบรอบ 15 ปีของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยประชากรโลกและความเสมอภาคของผู้หญิงให้เท่าเทียมกับผู้ชายที่กรุงไคโร นครหลวงของอียิปต์ แต่ปัญหาของผู้หญิงยังมีความคืบหน้าน้อยมาก ไม่ว่าจะเรื่องความรุนแรงทางเพศ โดยเฉพาะในประเทศที่เกิดสงครามและสงครามกลางเมือง จนทำให้ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อในรูปแบบต่างๆ เรื่องของการกีดกันเด็กผู้หญิงไม่ให้เข้าถึงการศึกษา การบังคับให้ผู้หญิงแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อย การไม่ยอมให้อำนาจทางเศรษฐกิจแก่ผู้หญิง และการไม่ให้สิทธิแก่ผู้หญิงที่จะเลือกว่าจะยอมมีลูกหรือไม่และพร้อมจะตั้งครรภ์เมื่อใด

 ถึงแม้ว่ายุคนี้จะมีการคุมกำหนดที่ปลอดภัยมากขึ้น ขณะที่จำนวนทารกที่เสียชีวิตในช่วงปีแรกลดลงจาก 71 คนต่อทุกๆ พันคนเมื่อปี 2537 เหลือแค่ 51 คนต่อทุกๆ พันคน ในส่วนจำนวนการเสียชีวิตของผู้หญิงขณะคลอดลูกยังไม่เปลี่ยนแปลงคือมีราว 5 แสนคนในแต่ละปี แต่หลายประเทศก็ยังไม่ยอมเปิดกว้างให้ผู้หญิงมีสิทธิในเนื้อตัวร่างกายและการดูแลสุขภาพ รวมไปถึงการเข้าถึงการวางแผนครอบครัวภายใต้ข้ออ้างว่าขัดต่อวัฒนธรรมอันดีงาม ทำให้ผู้หญิงราว 200 ล้านคนไม่สามารถเข้าถึงการคุมกำเนิดที่ปลอดภัยและได้ผล หลายคนต้องหันไปพึ่งพาการทำแท้งทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย 

 นายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติยอมรับว่าปัญหาความเสมอภาคทางเพศระหว่างหญิงและชายยังเป็นเพียง "เป้าหมายมากกว่าที่จะมีผลในทางปฏิบัติให้เป็นจริง" พร้อมกับเรียกร้องอีกครั้งให้ทุกประเทศเร่งรื้อฟื้นคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อปี พ.ศ.2537

บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์