ข่าว

ความฝันด้านความมั่นคงร่วมของอาเซียน (จบ)

ความฝันด้านความมั่นคงร่วมของอาเซียน (จบ)

19 ต.ค. 2552

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การที่อาเซียนไม่สามารถบูรณาการได้อย่างสมบูรณ์นั้น เกิดจากความแตกต่างระหว่างชาติสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรมหรือการปกครอง ตลอดจนความรู้สึกเป็นปฏิปักษ์ไม่ไว้วางใจกันลึกๆ ประเด็นเหล่านี้มักนำไปเปรียบกับสหภาพยุโรป

 ที่ร้อยรัดความร่วมมือไปไกลแล้ว โดยเข้าใจว่าฝรั่งมีความแตกต่างและความเป็นปรปักษ์น้อยกว่าอาเซียน แนวคิดเช่นนี้มีส่วนถูกต้องอยู่ก็จริง แต่ข้อจัดกัดของความร่วมมือกันระหว่างอาเซียนที่สำคัญที่สุด คือ อัตตาของผู้ขับเคลื่อนประเทศที่วางอยู่เหนือผลประโยชน์โดยรวมของอาเซียน ซึ่งยุโรปที่มีความแตกต่างและประวัติศาสตร์ความขัดแย้งไม่น้อยหน้าอาเซียนได้ก้าวพ้นไปแล้ว

 อัตตาที่ประกอบขึ้นเป็นมโนทัศน์นั้นยุดโยงกับสิ่งที่อ้างว่าเป็นผลประโยชน์ของชาติ เท่าที่ผ่านมาผู้มีอำนาจมักจะหาช่องทางที่ทำให้ชาติของตัวได้ประโยชน์จากอาเซียนสูงสุด โดยเสียประโยชน์น้อยที่สุด โดยการกระทำนั้นมีเรื่องของอัตตาและความเข้าใจเอาเองเจืออยู่เสียมาก อาการอย่างนี้ทำให้ความร่วมมืออย่างเต็มเปี่ยม ยอมเสียบางอย่างเพื่อบางอย่างเกิดขึ้นได้ยาก ทั้งยังทำให้กลไกมารยาท คือ การไม่แทรกแซงซึ่งกันและกัน ลงหลักปักฐานอย่างเข้มแข็ง ไม่ว่าโลกจะมีพัฒนาการไปถึงขนาดไหนก็ตาม

 ความหวังที่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียนจะเกิดขึ้นภายในปี 2558 นั้น ต้องเผชิญกับความจริงที่ต้องมีการแทรกแซงกัน เช่น มีตัวเดินประสานการแก้ไขความขัดแย้งในหมู่ชาติสมาชิก หรือมีการงดใช้ฉันทามติในบางเรื่อง แต่เรื่องเหล่านี้ยากในการนำมาปฏิบัติจนก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพราะแต่ละชาติจะคำนึงว่า เมื่อถึงทีที่ตนต้องถูกแทรกแซง ตนจะยอมรับได้หรือ

 เท่าที่ผ่านมา ไทยปฏิเสธอย่างแข็งขันต่อการเข้ามายุ่งเกี่ยวในทางเปิดจากนานาชาติกรณีชายแดนใต้ ชาติรัฐชายฝั่งช่องแคบมะละกาก็ไม่ยอมให้มหาอำนาจเข้ามาช่วยเหลือ ยกเว้นเงิน ยิ่งพม่ายิ่งไม่ต้องพูดถึง ไม่เพียงแต่ปัญหาภายในเท่านั้น ปัญหาทวิภาคี เช่น ไทยกับเขมร ที่สร้างความอึดอัดแก่อาเซียน จะแก้ไขด้วยกลไกอาเซียนอย่างไรไม่ให้บัวช้ำน้ำขุ่น ชาติที่ได้เปรียบกรณีเขาพระวิหารอย่างกัมพูชาอาจอยากให้อาเซียนเข้ามาประทับความชอบธรรมให้ตน แต่ชาติที่เสียเปรียบอย่างไทยจะยอมให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่หรือ

 ในเมื่อชาติสมาชิกยังไม่กล้าลงโทษกันเอง ความร่วมมือใดๆ ด้านความมั่นคงจึงน่าจะมีขึ้นเพื่อกันมหาอำนาจเข้ามายุ่งเกี่ยวเสียมากกว่า แต่ความร่วมมือสไตล์อาเซียนเวย์นี่ใช่ว่าจะเป็นแค่การสร้างภาพ เพราะความร่วมมือที่เพิ่มมากขึ้นทั้งการเจรจา การฝึกและการทำงานร่วม น่าจะสามารถรับมือกับปัญหาร่วมหนักๆ เช่น ภัยพิบัติ การก่อการร้ายสากล และอาชญากรรมข้ามชาติได้เข้มแข็งขึ้น

 ส่วนประเด็นสิทธิมนุษยชนในบางชาติหรือความขัดแย้งด้านอธิปไตยในเขตทับซ้อนนั้น ยังเป็นแค่ความฝัน