
ลุ้นช่วยเหลือ 13 ชีวิตติดถ้ำได้ในเร็วชั่วโมงนี้ !!
ผู้ว่าฯ เชียงราย หวัง 13 ชีวิตติดถ้ำปลอดภัยรอการช่วยเหลือ คาดเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการสำเร็จในเร็วชั่วโมงนี้
นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยความคืบหน้าว่า สถานการณ์หลักที่วันนี้ทำ หนึ่ง คือเหมือนที่ตั้งเป้ามาโดยตลอดคือการทำอย่างไรที่จะระบายน้ำออก โดยวันนี้ได้มีการติดตั้งจัดเตรียมความพร้อมสำหรับอุปกรณ์ชิ้นใหม่ที่ส่งตรงมาจากกรุงเทพฯ ซึ่งก็คือเครื่องสูบน้ำสุญญากาศประสิทธิภาพสูง ที่ทางกรุงเทพฯ ใช้เมื่อยามเกิดวิกฤติอุทกภัย โดยมีลักษณะเป็นคล้ายปลาหมึกที่มีหนวดหลายเส้นดูดน้ำจากที่ต่างๆ มารวมไว้ที่เดียว และอุปกรณ์อีกตัวก็คือ สูบน้ำทั้งหมดด้วยแรงดันสูงออกมาภายนอก โดยมีความพยายามในการติดตั้งอุปกรณ์ตั้งแต่ก่อนเที่ยงกระทั่งแล้วเสร็จเมื่อประมาณ 14.00 น. กระทั่งสามารถสูบน้ำได้เมื่อราว 17.00 น. ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งแรกในเรื่องนี้
ทุกคนที่อยู่หน้างานที่ปฏิบัติหน้าที่กันมาตลอด 3 - 4 วัน ต่างมีรอยยิ้มมีความหวังเพิ่มมากขึ้นเมื่อเราสามารถสูบน้ำออกจากถ้ำได้จริง และหากเรามีความสามารถมีประสิทธิภาพในการสูบน้ำได้มากขึ้นกว่านี้ ก็คาดหวังว่าจะสามารถสูบน้ำได้หมดจากถ้ำได้ในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนี้ ซึ่งขอเรียนว่าแท้จริงแล้วมีหัวสูบที่เหมือนหนวดปลาหมึกทั้งหมด 19 ตัว แต่ขณะนี้ใช้จริงเพียง 5 ตัว ประสิทธิภาพการสูบประมาณ 25% เนื่องด้วยเหตุผลว่า เกรงจะเกิดการขัดข้อง เช่น ไฟช็อต หรือเหตุการณ์ไม่คาดคิดใดก็ตาม ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วจะต้องมาเสียเวลาเซ็ตอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งเสี่ยงจะสร้างความเสียหายใช้เวลายาวนานอย่างมาก จึงเริ่มทำงานที่ 5 ตัวก่อนจะเพิ่มกำลังเป็น 15 ตัว จนกระทั่งเต็มกำลังต่อไป
ส่วนเรื่องที่ สอง เรื่องของการดำน้ำค้นหาหน่วยซีลเองก็ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ 24 ชั่วโมง โดยล่าสุดเรายังได้ความร่วมมือจากผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำโคลนในถ้ำจากอังกฤษ ซึ่งจะมาให้คำแนะนำหารือให้แก่ทีมงาน และหากมีความสื่อสารสัมพันธ์กันได้ดีก็จะร่วมปฏิบัติการด้วย เชื่อว่าจะเสริมสมรรถภาพการทำงานได้อย่างมาก
ส่วนเรื่องของโพรงปล่องที่จะทะลุถ้ำ หรือ หลุมยุบ ที่ได้มีการสำรวจอย่างต่อเนื่องนั้น เบื้องต้น มีแจ้งไว้ 4 ปล่อง แต่จากการสำรวจโดยทีมปฏิบัติการที่ก่อนหน้านี้อนุมัติปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง 4 วันไม่ต้องกลับ ได้สำรวจแล้วเพียง 3 ปล่อง และจัดการสำรวจและทดลองเจาะลงไป ส่วนใหญ่เป็นหลุมทางตัน ซึ่งจะต้องส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทดลองส่งไฟและกล้องส่องทางไกลสำรวจให้ละเอียดอีกครั้งเพื่อความชัดเจน โดยหลุมที่พบลึกลงไปเพียง 5 เมตร และ 20 เมตร ซึ่งในวันพรุ่งนี้ อาจจะมีการส่งเจ้าหน้าที่ป่าไม้และหน่วยงานเกี่ยวข้องมาร่วมสำรวจและนำฝ่ายต่างๆ ส่องสว่างให้ชัดเจนว่าสามารถเจาะทะลุหรือมีเส้นทางเข้าไปหลบซ่อนอยู่หรือไม่ ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีอุปกรณ์ส่องสว่างเพิ่มเติมเข้ามา
“วันนี้ถือว่ามีความคืบหน้ามากที่สุด โดยยังมีความหวังว่าเด็กทั้ง 13 คน จะยังอยู่รอดปลอดภัยแล้วรอให้เราเข้าไปช่วยเหลือ และยังมีความสุขดีรวมทั้งหวังว่าเจ้าหน้าที่จะปฏิบัติการสำเร็จ สามารถช่วยเหลือได้ภายในเร็วชั่วโมงนี้ ไม่ใช่เร็ววันนี้” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว
อย่างไรก็ตาม วันนี้ทางสื่อมวลชนอาจจะค่อนข้างทำงานยากลำบาก เนื่องจากการจัดระเบียบที่เข้มงวดขึ้น จะเห็นได้ว่าในวันนี้ต่างจากวันแรกๆ ซึ่งจะเห็นว่ามีความสับสนวุ่นวายมีรถเข้าออกหนาแน่น ซึ่งได้จัดระเบียบไป และการแบ่งโซนพื้นที่ จะเห็นว่ามีพื้นที่จำกัดที่ไม่อนุญาตให้เข้า โดยเฉพาะวันนี้พื้นที่ปากถ้ำนั้นไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปโดยเด็ดขาด เพื่อความสะดวกในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่
แต่กระนั้นก็ยังคงมีสื่อบางช่องที่ฝ่าฝืนตีหน้ามึน ปะปนเข้าไปกับบรรดาญาติหรือเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะนี้นั้นได้มีการกำชับให้มีการนับคนที่เดินเข้าออกปากถ้ำ ซึ่งทำให้การนับจำนวนคนเกิดความสับสน ดังนั้น หลังจากนี้ขอความร่วมมือสื่อต่างๆ ให้ช่วยปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยเมื่อใดก็ตามที่มีความคืบหน้าสำคัญสามารถเข้าไปแถลงข่าวยังปากถ้ำได้ ก็จะอนุญาตให้สื่อเข้าไปได้อย่างแน่นอน
“ประเด็นสำคัญในวันนี้นั้น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานความห่วงใยมายัง 13 คน ที่ติดอยู่ในถ้ำ รวมทั้งบรรดาพ่อแม่และญาติ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ โดยพระราชทานอุปกรณ์ที่จำเป็นมาให้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกันฝนและอุปกรณ์ต่างๆ และทรงฝากความห่วงใยและความประสงค์ที่จะให้ปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ และทรงหวังให้ 13 ชีวิตนั้นมีความปลอดภัยในที่สุด” ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าว



