ข่าว

ห่วง 2 ใน 13 ชีวิตติดถ้ำหอบหืด !!

ห่วง 2 ใน 13 ชีวิตติดถ้ำหอบหืด !!

27 มิ.ย. 2561

แพทย์ห่วง 2 ใน 13 ชีวิตติดถ้ำมีโรคประจำตัว "หอบหืด" ตร. ปรับสาวเชียงรายโพสต์เรี่ยไรช่วยเหลือป้องกันมิจฉาชีพ

               27 มิ.ย. 61  เมื่อเวลา 18.40 น. ที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย  พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ด้านความมั่นคงและกิจการพิเศษ เดินทางตรวจความพร้อมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดภายในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้นำเฮลิคอปเตอร์กู้ชีพ 1 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงผู้ป่วย เตรียมพร้อมในพื้นที่เพื่อรอให้การช่วยเหลือ

 

 

 

               รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผบช.ภ.5 และคณะ เดินทางไปที่ สภ.แม่สาย โดยมีทีมตำรวจสื่อสาร พร้อมรถโมบายดาวเทียมส่งสัญญาณจากกองตำรวจสื่อสาร คณะแพทย์พยาบาลจาก รพ.ตร. เตรียมพร้อมเข้าช่วยเหลือ

               ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ สอบปากคำ นางสาวประกายแสง พวงจำปา อายุ 32 ปี ชาวบ้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ซึ่งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวขอเรี่ยไรเงินบริจาคช่วยเหลือเด็กและโค้ชที่ติดในถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน โดยไม่ได้ขออนุญาตเรี่ยไรตามกฎหมาย ทั้งนี้ พนักงานสอบสวน สภ.แม่สาย ทำการเปรียบเทียบปรับตามความผิดเรี่ยไรไม่ขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เป็นค่าปรับ 200 บาท

               นางสาวประกายแสง กล่าวว่า ตนปรึกษากับเพื่อนที่จะเรี่ยไรเงินเพื่อซื้อหมูและข้าวเหนียวมาทำให้ผู้ที่มาช่วยเหลือทั้ง 13 ชีวิตได้รับประทาน มีผู้โอนเงินเข้าบัญชี 5 ราย รวมเงิน 1,300 บาท ไปซื้อของจนหมด ไม่พอด้วยซ้ำ ต้องออกเงินเอง เจตนาช่วยเหลือ ไม่ทราบว่ากลายเป็นประเด็นถูกโจมตี ถูกสังคมออนไลน์ต่อว่า ตนยอมรับผิดที่ขอเรี่ยไรโดยไม่ได้ขออนุญาต ขอให้ดูตนเป็นตัวอย่าง อย่าทำโดยไม่รู้

               รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความผิดลหุโทษ แต่ลงโทษตามกฎหมายเพื่อป้องกันมิจฉาชีพ เรื่องนี้ละเอียดอ่อน การเรี่ยไรต้องทำให้ถูกต้อง ขออนุญาตฝ่ายปกครองตามกฎหมาย ไม่ควรทำเป็นเยี่ยงอย่าง เดี๋ยวอาจมีมิจฉาชีพตามมา

 

 

 

               จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้ประชุมติดตามความคืบหน้า จัดระบบการช่วยเหลือให้เป็นระบบเป็นไปตามระเบียบกฎหมาย โดยสั่งการให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) หรือ ตำรวจป่าไม้ ไปตรวจหาผู้ที่เคยรับสัมปทานทำป่าไม้ในพื้นที่ ถ้ำหลวง เคยเป็นแปลงสัมปทานป่าไม้ เมื่อปี 2529 - 2530 ซึ่งรู้พื้นที่ เชี่ยวชาญพื้นที่ เพื่อหาข่าวว่าพื้นที่ดังกล่าวมีช่องทาง โพรงลับ หรือไม่อย่างไร นอกจากนี้สั่งการ สภ.แม่สาย ให้ดำเนินการรับแจ้งความคนหาย หลังจากพบว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องทั้ง 13 ชีวิตสูญหาย ตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ยังไม่มีการรับแจ้งความ ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดสิทธิ์ตามกฎหมาย โดย รอง ผบ.ตร. ได้ตำหนิ สภ.แม่สาย และตำรวจท่องเที่ยว ที่ไม่แนะนำให้ญาติของทั้ง 13 ราย ดำเนินการลงบันทึกประจำวัน ให้สิทธิ์ตามกฎหมาย

               ขณะที่แพทย์ รพ.ตำรวจ ได้ลงพื้นที่สอบถามจากญาติของผู้สูญหายทั้ง 13 ราย พบว่า เด็กสองคนที่ติดอยู่ภายในถ้ำมีความเสี่ยง เนื่องจากมีโรคประจำตัวหอบหืด ทางแพทย์จึงเตรียมความพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือเป็นกรณีพิเศษแล้ว และวางแผนขนย้ายประสาน รพ.ในพื้นที่

               นอกจากนี้่ในที่ประชุมรายงานว่า เตรียมส่งโดรนขึ้นสำรวจเพื่อจับคลื่นความร้อน หาสัญญาณสิ่งมีชีวิต ขณะนี้ยังรอความพร้อมเตรียมพบผู้ว่าฯ ราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อเสนอแผนการปฏิบัติและรับรองแผนให้เป็นไปตามกฎหมายตามพระราชบัญญัติบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างระบบและถูกต้องตามหลักกฎหมาย