
เร่งวิเคราะห์ชั้นหินหาพิกัดช่วย 13 นักเตะหมูป่า
ทีมช่วย 13 ชีวิตปรับแผนหลังฝนตกต่อเนื่อง ระดับน้ำในถ้ำยังสูง เล็งเจาะปล่องถ้ำ เร่งวิเคราะห์ชั้นหิน วิศวกรชี้ใช้เวลาเพียงครึ่งวัน นักดำน้ำชาวอังกฤษ-ลาว ร่วมค้นหา
ทุกภาคส่วนยังคงระดมกำลังเร่งค้นหาโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า ที่เข้าไปในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย แล้วไม่สามารถกลับออกมาได้ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังจากผ่านไปแล้ว 4 วัน ปัญหาใหญ่ที่เป็นอุปสรรคก็คือ ฝน และปริมาณน้ำภายในถ้ำ ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ทหารนำรถแบ็กโฮเข้าพื้นที่เพื่อเคลียร์ทางน้ำไหลและบริเวณหน้าถ้ำ สนธิกำลังทุกฝ่าย ทั้งทหารและทีมกู้ภัยทั้งหมด ช่วยลำเลียงสายไฟลงในถ้ำ ระยะทางประมาณ 2-3 กม. เพื่อติดตั้งไฟฟ้าและเครื่องสูบน้ำ แต่ฝนที่ตกลงมาทั้งวันทั้งคืน ทำให้น้ำภายในถ้ำเพิ่มขึ้นรวดเร็ว โดยปริมาณน้ำลงมาจากเขาปริมาณมาก มีรายงานว่า บางห้องโถงน้ำจรดเพดาน ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติการได้อย่างสะดวก แม้จะมีความตั้งใจปฏิบัติงานกันตลอดทั้งคืน โดยสลับสับเปลี่ยนกันเข้าไป
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ได้รับข่าวจากราชเลขานุการส่วนพระองค์ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแนะนำให้จัดระบบการทำงาน เพื่อค้นหา 13 ชีวิตที่สูญหายในถ้ำหลวง โดยเฉพาะคนที่ไม่เกี่ยวข้องกับแผนปฏิบัติการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้สะดวกมากขึ้น
ทุกฝ่ายทำงานต่อเนื่องแข่งกับเวลา
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าการช่วยเหลือ ตลอดทั้งคืนทุกฝ่ายยังคงทำงานต่อเนื่อง และต้องแข่งกับเวลา โดยแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน คือ การสูบน้ำออกจากถ้ำ
แต่อุปสรรคคือน้ำในถ้ำมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากฝนที่ตกหนัก และอีกส่วน หน่วยซีลยังคงดำน้ำเพื่อหาช่องทางเข้าไปด้านในให้ได้มากที่สุด ซึ่งวันนี้มีแผนและตั้งเป้าว่าจะดำเข้าไปเป็นระยะ โดยใช้เชือกวางเป็นแนวนำทางให้ชุดต่อไปได้เข้าไปผลัดเปลี่ยน และเข้าถึงตัวเด็กให้เร็วที่สุด ส่วนเมื่อพบแล้วจะนำตัวทั้งหมดออกมาอย่างไร จะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
มท.1 เชื่อจะมีข่าวดีทุกคนปลอดภัย
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกันชุดปฏิบัติการด้านนอกได้เตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการนำเฮลิคอปเตอร์บินขึ้นไป เพื่อให้เจ้าหน้าที่โรยตัวเข้าไปในปล่องที่ค้นพบ แต่อุปสรรคคือเมฆหมอกที่ยังปกคลุม จึงต้องใช้ชุดเดินเท้าเข้าไปในป่าให้มากที่สุด เพราะจากการตรวจสอบพบว่า ภายในถ้ำมีอากาศหมุนเวียนถ่ายเทตลอด จึงเป็นไปได้ว่าจะหาทางเข้าไปในถ้ำช่องทางอื่นอีก
ส่วนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ที่ทุกภาคส่วนรวมสรรพกำลังเพื่อเร่งสูบน้ำออก รวมถึง กทม.ที่ส่งไปช่วยเพิ่มเติม จะพร่องน้ำด้านนอก ไม่สามารถเข้าไปได้เนื่องจากปากถ้ำแคบ ขณะที่เครื่องสูบน้ำในถ้ำเป็นเครื่องไฟฟ้าขนาดเล็ก โดยให้เจ้าหน้าที่เดินสายไฟเข้าไปเพื่อให้เครื่องทำงานได้จึงทำให้เสียเวลา แต่วันนี้ทุกอย่างน่าจะราบรื่นและเดินหน้าได้
“ยืนยันพร้อมรับทุกข้อเสนอ ทุกคนทุกฝ่ายในการหาแนวทางช่วยเหลือ และเชื่อว่าจะได้รับข่าวดี ตามที่ทุกคนตั้งความหวังไว้ว่าทุกคนจะปลอดภัยออกมา ซึ่งส่วนตัวมั่นใจว่าทุกคนจะสามารถเอาชีวิตรอดได้ เพราะเป็นนักกีฬา และเคยเข้าไปในถ้ำนั้นมาก่อนแล้ว พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือสื่อมวลชนที่ปฏิบัติงานและนำเสนอข่าว ควรคำนึงและไตร่ตรองความถูกต้องความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญหาย โดยเฉพาะการใช้คำถามที่สร้างสรรค์ ไม่ทำลายความรู้สึกคนอื่น และสิ่งสำคัญต้องไม่ขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
ฝนถล่มเร่งสูบน้ำออกจากถ้ำ
สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าบริเวณปากถ้ำหลวง ยังคงมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่คืนที่ผ่านมา ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการค้นหา อย่างไรก็ตามทางชุดค้นหายังคงพยายามสูบน้ำออกจากถ้ำให้ได้ โดยระดมกำลังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ชลประทาน และทหาร กว่า 100 นาย ลำเลียงอุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์สูบน้ำเข้าไปในถ้ำเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเพิ่มสายยางส่งน้ำขนาดที่ใหญ่ขึ้น เพื่อเอาชนะมวลน้ำในถ้ำที่มีปริมาณมากเนื่องจากฝนตกต่อเนื่อง
เวลาประมาณ 09.30 น. ทางหน่วยกู้ภัยได้นำเครื่องสูบน้ำซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมชลประทาน จำนวน 2 เครื่อง ซึ่งเป็นเครื่องระบบสุญญากาศ ที่ใช้ไฟฟ้าเป็นกำลังขับ ขนาดความกว้าง 6 นิ้ว ความยาว 1.5 กิโลเมตร และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 ลำปาง ได้นำสายเข้ามาเพิ่มอีก 1.5 กิโลเมตร เพื่อให้เข้าถึงจุดที่น้ำท่วม ซึ่งจะปลอดภัยสำหรับเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานและผู้ประสบภัยเนื่องจากไม่สร้างก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์
ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีมวลน้ำที่ไหลลงถ้ำ 25 คิวต่อชั่วโมง หรือ 30 ซม. แต่กำลังสูบของเครื่องสูบน้ำไม่ทัน ส่วนการช่วยผู้ติดอยู่ในถ้ำ การขุดเจาะมีความเสี่ยง เพราะเนื้อหินเป็นหินปูนยุ่ย
“หน่วยซีล”หัวแตกเย็บ 4 เข็มลุยต่อ
ขณะที่หน่วยซีลยังคงเดินหน้าลุยค้นหาตามเส้นทางทั้งที่เดินลัดเลาะไปได้และพื้นที่ช่องทางลอดถูกน้ำปิดกั้นอย่างไม่ลดละความพยายาม โดยมีรายงานว่าเมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. มีเจ้าหน้าที่หน่วยซีลเข้ามาเย็บแผลที่ศีรษะ 4 เข็ม เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่หลังจากเย็บแผลเสร็จแล้วก็ได้รีบกลับเข้าไปปฏิบัติงานต่อ เช่นเดียวกับชุดลาดตระเวนจำนวน 12 ชุด ยังคงเดินป่าค้นหาปล่องทางเข้าถ้ำเพิ่มอย่างต่อเนื่อง ด้าน บก.ช่วยเหลือฯ เตรียมประชุมหาวิธีโรยตัวผ่านปล่องเข้าไปในจุดที่ใกล้กับพัทยาบีชของถ้ำหลวง ที่คาดว่าผู้สูญหายทั้ง 13 ชีวิต หนีน้ำไปอยู่
ระดมกำลังค้นหาทั้งใน-นอกถ้ำ
เวลา 10.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือฯ เปิดเผยว่าภารกิจในการติดตามในวันนี้ยังคงยึดรูปแบบเดิมวันก่อน โดยเน้นค้นหาทั้งในถ้ำและนอกถ้ำเพื่อหาช่องทางเข้าอื่นๆ โดยพยายามปิดกั้นเส้นทางน้ำไม่ให้ไหลเข้ามาสมทบภายในถ้ำ แต่ก็ยังสู้ปริมาณน้ำที่ไหลมาไม่ได้ จึงเพิ่มระบบสูบน้ำเข้าไปอย่างเต็มที่เพื่อให้น้ำลดให้ได้
ขณะที่ชุดซีลก็หมุนเวียนกันค้นหาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเปลี่ยนกำลังเป็นชุดที่ 3 แล้ว แต่ก็เข้าไปไม่ถึง พอจะเข้าไปใกล้เนินซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าเยาวชนอยู่ น้ำและโคลนไหลมาทำให้ต้องถอยร่นออกมา การช่วยเหลือตอนนี้จึงมีสองทางเท่านั้นที่จะช่วยเด็กๆ ออกมาได้ คือไม่ด้านบนในช่องทางใดทางหนึ่งก็จะต้องสูบน้ำออกให้หมด วันนี้ต้องพูดเป็นวินาทีแล้วไม่คิดเป็นนาทีเหมือนวันก่อนๆ
อุปสรรคฝนตกหนักระดับน้ำสูง
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ได้ระดมเครื่องสูบน้ำมาตั้งที่ปากทางเข้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กว่า 30 เครื่อง และในถ้ำอีกประมาณ 10 เครื่อง เพื่อระดมสูบน้ำออกจากถ้ำหลวง ซึ่งติดตั้งแล้ว 8 เครื่อง แต่เนื่องฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่กลางคืนถึงเช้า ทำให้ระดับน้ำในโถง หรือโพรงถ้ำต่างๆ เพิ่มขึ้น และเป็นอุปสรรคต่อเจ้าหน้าที่ที่จะดำฝ่ากระแสน้ำอีกประมาณ 15 เมตร เข้าไปให้ถึงพัทยาบีชให้ได้
ขณะที่ชุดลาดตระเวนจากวนอุทยานฯ ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง ฯลฯ จำนวน 12 ชุด ได้มุ่งหน้าไปยังปล่องถ้ำขนาดกว้างประมาณ 70 ซม.ลึกกว่า 90 เมตร และแยกกันหาจุดอื่นเพิ่มเติม ด้านกำลังทหารจากหน่วยต่างๆ เช่น มทบ.37 ร.17 ฯลฯ ได้ระดมกำลังช่วยออกลาดตระเวนตั้งแต่ช่วงเช้าท่ามกลางฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง
“ปฏิบัติการคืนที่ผ่านจนถึงขณะนี้ พบอุปสรรคใหญ่เรื่องน้ำ ที่ยังคงไหลเข้าไปในถ้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้การสูบน้ำออกได้น้อยกว่าน้ำเข้า จนต้องระดมเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เพิ่มเติมอีก แต่นำเข้าไปในถ้ำทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่-กระแสไฟฟ้า รวมทั้งความแรงของเครื่องอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว”
ผู้ว่าฯเชียงราย บอกอีกว่า ส่วนเรื่องปล่องเหนือถ้ำนั้น ณ ขณะนี้พบแล้ว 3 ปล่อง แต่ตัน 2 ปล่อง และทะลุลงไปได้ 1 ปล่อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้พยายามโรยตัวลงไปแล้ว แต่ยังไม่ถึงพื้น
“อย่างไรก็ตามแม้ฝนตกหนัก แต่ขณะนี้ปฏิบัติการยังเดินหน้าเรื่องการปิดกั้นน้ำจากดอยตุง-ดอยผาหมี ที่จะไหลเข้าถ้ำและเร่งสูบน้ำ เพื่อให้หน่วยซีลเข้าไปให้ใกล้เด็กมากที่สุด ซึ่งตอนนี้ได้จัดหน่วยซีลชุดที่ 3 เข้าไปสับเปลี่ยนแล้ว ภายในถ้ำก็มีเจ้าหน้าที่รวมกันกว่า 100 คน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว
สั่งปิดอุทยาน‘ถ้ำหลวง’ห้ามคนนอกเข้า
เจ้าหน้าที่ กก.ตชด.32 หนึ่งในทีมปฏิบัติการค้นหา 13 นักเตะหมูป่า ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่โรยกรวดบริเวณทางเข้าถ้ำหลวง ให้สามารถเดินทางเข้า-ออกได้สะดวกยิ่งขึ้น เนื่องจากสภาพดินโคลนหน้าถ้ำหลวงเละทำให้เดินลำบาก จึงต้องโรยกรวดเพื่อให้เจ้าหน้าที่เดินสะดวก
ต่อมาเวลา 15.48 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำรถติดเครื่องขยายเสียงมาแจ้งประกาศปิดวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอนเป็นการชั่วคราวอย่างเป็นทางการ ห้ามบุคคลภายนอกเข้ามาในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้สูญหายที่ติดอยู่ภายในถํ้า
3 นักดำน้ำจากอังกฤษสมทบ
นายณรงค์ศักดิ์กล่าวด้วยว่า วันนี้(27 มิ.ย.) จะมีผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำในถ้ำ ซึ่งดำน้ำในถ้ำมาเกือบทั่วโลกแล้ว จำนวน 3 คน บินมาถึงพื้นที่ประมาณ 18.00 น. ซึ่งจะเข้ามาช่วยเหลืออีกทาง รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญในประเทศสหรัฐจะให้การช่วยเหลือด้านข้อมูลทางออนไลน์ สำหรับปล่องถ้ำที่ค้นพบตามคำบอกเล่าของชาวบ้านและสามารถนำส่งของหย่อนลงไปได้นั้นต้องรอชุดโรยตัวลงไปสำรวจก่อนถึงจะทราบว่าสามารถทะลุไปยังจุดที่อยู่ของเด็กได้หรือไม่ ตอนนี้กำลังดำเนินการอยู่
สำหรับนักดำน้ำชาวอังกฤษที่มาช่วยเหลือ ประกอบไปด้วย นายโรเบิร์ต ชาร์ลี ฮาร์เปอร์ นายริชาร์ด วิลเลียม สแตนตัน และนายจอห์น โวแลมเดน
รายงานข่าวแจ้งว่า สปป.ลาว ได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนักประดาน้ำมาช่วยเหลือในการติดตามค้นหาผู้สูญหายด้วย
วางแผนเจาะผนังถ้ำช่วยเด็ก
พล.ต.สุภโชค ธวัชภีรชัย รองแม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า ตอนนี้เร่งระบายน้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้ง่ายขึ้น ขณะนี้หน่วยซีลยังเข้าไปไม่ถึงโซนพัทยาบีชของถ้ำ โดยต้องทำงานอย่างเต็มที่ 24 ชม. ส่วนเครื่องสูบน้ำจากกทม.ได้ติดตั้งแล้วเร่งระบายน้ำแล้ว หน่วยซีลก็ปฏิบัติงานตามสถานการณ์ โดยมีหน่วยรบพิเศษตระเวนหาปล่องใหม่เพิ่มเติม
“เจ้าหน้าที่มีแผนเจาะผนังถ้ำ แต่ต้องรอการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ธรณีอีกครั้ง พร้อมรอผู้เชี่ยวชาญจากสหรัฐ 3 คน และกองทัพสหรัฐ โดยมีเครื่องมือตรวจค้นหาสัญญาณชีพที่ทันสมัย ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการได้ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.)” พล.ต.สุภโชคกล่าว
สำนักธรณีฯ ยันเจาะผนังถ้ำได้
นายสุวิทย์ โควสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี กล่าวว่า ทีมนักธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านถ้ำ ได้เร่งจัดเตรียมข้อมูลทางด้านธรณีวิทยาและสภาพพื้นที่ของถ้ำหลวง เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้สูญหาย หลังกรมทรัพยากรธรณีเสนอให้ใช้โพรงถ้ำอย่างน้อย 2 จุดในตำแหน่ง A และ B ของถ้ำหลวง พร้อมกับเสนอแนวทางความเป็นไปได้ในการเจาะปล่องถ้ำ
นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า ลักษณะทางธรณีวิทยาเขาหินปูนมีศักยภาพในการเจาะได้ จึงต้องเร่งวิเคราะห์ความหนาของผนังถ้ำและธรณีสัณฐานของถ้ำหลวงว่ามีความหนาระดับไหน เพื่อส่งต่อให้แก่ผู้เชี่ยวชาญขุดเจาะถ้ำ ขณะนี้มีหลายบริษัทมีศักยภาพและอาสาเข้าช่วยเหลือขุดเจาะแล้ว ทางเทคนิคธรณีวิทยาของเขาหินปูนของถ้ำหลวงสามารถใช้วิธีการขุดเจาะได้ง่าย ไม่เสี่ยงที่จะถล่ม แต่ต้องเลือกจุดที่ไม่ใกล้หินงอกหินย้อยในถ้ำ เพราะอาจสร้างความเสียหายได้ เบื้องต้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะเจาะปล่องถ้ำในตำแหน่ง B แต่ต้องสำรวจเชิงพื้นที่ก่อน
"สำหรับเจ้าหน้าที่กู้ภัยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ร่วมกับ ตชด. เดินเท้าสำรวจปล่องโพรงถ้ำหลวงแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ลองลงไปสำรวจลึก 10 เมตร พบว่าทางด้านล่างสามารถเดินไปต่อได้ เพราะพื้นเป็นทรายชื้น แต่ไม่ยืนยันว่าเส้นทางนี้จะทะลุไปถึงถ้ำที่คาดว่าผู้สูญหายติดอยู่ได้หรือไม่”
คณะวิศวะ มก.พร้อมเข้าเจาะเสร็จในครึ่งวัน
ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ทีมงานพร้อมจะเข้าช่วยเหลือเจาะหินหรือเพดานถ้ำบริเวณโถงต่างๆ โดยใช้เสาเข็มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 6-8 นิ้ว โดยปกติใช้เพื่อสำรวจหาแร่ ดูลักษณะชั้นหิน ชั้นดิน มีสมรรถนะเจาะได้เร็ว 50 เมตร ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และระยะทาง 100 เมตร ใช้เวลาเจาะไม่ถึงครึ่งวันแน่นอน
“ขณะเดียวกัน จิสด้าได้ทำแผนที่ความละเอียดสูงขึ้นส่งเข้าไปในพื้นที่แล้ว เมื่อมีแผนที่ความละเอียดสูงจะตรวจสอบพิกัดต่างๆ แม่นยำมากขึ้น หากทราบตำแหน่งที่ชัดเจนสามารถเจาะได้ทันที ซึ่งใช้เส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กเจาะในแนวดิ่งเพื่อไม่ให้ถ้ำถล่มลงมา”
พบ “2ปล่อง” แห่งใหม่บนถ้ำหลวงคาดทะลุถึง
นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เปิดเผยว่า นักเดินสำรวจถ้ำชาวอังกฤษที่ชื่อ “มาร์ติน” ได้ส่งจดหมายมายังกรมทรัพยากรธรณี เพื่อบอกข้อมูลว่าพบปล่องใหม่จำนวน 2 ปล่อง บริเวณถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ช่วงก่อนถึงปลายถ้ำ โดยอยู่ถัดจากพัทยาบีชออกไปอีกระยะหนึ่ง ซึ่งจุดนั้นเป็นปล่องทางเข้าแห่งใหม่จำนวน 2 ปล่อง และเชื่อว่าสามารถเป็นทางเชื่อมต่อกับถ้ำหลวง แต่เจ้าหน้าที่จะต้องใช้การโรยตัวลงสู่ด้านล่าง สภาพพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยเศษซากหินปูนที่ถล่มจากด้านบน และเชื่อว่าหากเข้าไปยังปล่อง 2 ปล่องดังกล่าวได้แล้ว ก็น่าจะทะลุเข้าไปภายในถ้ำหลวงได้
พ่อแม่กราบขอขมาเจ้าแม่นางนอน
ขณะเดียวกันบรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองของโค้ชและนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่า นำพานดอกไม้เทียนและธูปเจ็ดสี กราบไหว้ขอขมายังศาลเจ้าแม่นางนอนที่อยู่ด้านหน้าปากทางเข้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน และถวายตุ๊กตารูปปั้นเด็ก 13 ตัว รวมทั้งหวังให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มภัยให้ทุกคน
และหากออกมาจากถ้ำอย่างปลอดภัยก็จะให้ทั้งหมดบวชแก้บนเป็นเวลา 9 วัน และจะนำสิ่งของอาหารตามที่บิณฑบาตได้มาถวายที่ศาลแห่งนี้ทุกวัน เป็นเวลา 7 วัน
ผบ.ทบ.ลงพื้นที่ลั่นมีความหวัง
พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์การช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง พร้อมรับทราบสถานการณ์ การปฏิบัติงานในพื้นที่ โดยระบุว่า ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงมาติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจ
พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวยืนยันว่า มีกำลังพลเพียงพอในการปฏิบัติการค้นหาตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ปฏิบัติงานหน้าถ้ำ และ ปฏิบัติการเหนือถ้ำ 24 ชุด และยังมีความหวังในการค้นหาผู้รอดชีวิต ทุกภาคส่วนระดมกำลังเต็มที่ แต่ยังติดปัญหาเรื่องน้ำที่ยังไม่ลดลง
‘ในหลวง’ พระราชทานโรงครัว
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย ในฐานะหัวหน้าศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ ดำเนินการจัดตั้งโรงครัวพระราชทาน เพื่อปรุงอาหารสำหรับแจกจ่ายให้แก่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งผู้ปกครอง สื่อมวลชน และประชาชนที่เข้าเกาะติดสถานการณ์ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มปฏิบัติภารกิจการค้นหา
ขณะเดียวกันประชาชนในโครงการจิตอาสา “เราทำความดีด้วยหัวใจ” ใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 400 คน ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาทำงานจิตอาสาทุกอย่างตามที่ได้รับมอบหมาย เช่น เก็บขยะ เสิร์ฟน้ำดื่ม แจกจ่ายอาหาร ฯลฯ
นายกฯ หวังสถานการณ์ดีขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมถึงการช่วยเหลือผู้สูญหายว่า สถานการณ์ในวันนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการ เราทุกคนมั่นใจว่าเด็กๆ ทุกคนยังมีชีวิตอยู่ และรอการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกคนเป็นนักกีฬาด้วย น่าจะแข็งแรงพอที่จะรับสถานการณ์นี้ได้ รัฐบาลจะพยายามทุกวิถีทาง โดยเฉพาะการให้กำลังใจครอบครัวเด็กๆ และขณะนี้ได้มีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน และมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร พลเรือน เป็นการบูรณาการร่วมกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งระบายน้ำออก หลังจากที่ช่วงนี้มีฝนตกลงมา ตนติดตามมาโดยตลอด เข้าใจดีถึงความยากลำบากของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทุกคนก็ทุ่มเทและเสี่ยงชีวิตในการเข้าไปช่วยเหลือ บางครั้งเจ้าหน้าที่ หรือนักประดาน้ำ ไม่สามารถใช้ถังออกซิเจนเข้าไปได้ ต้องมุดตัวเปล่าเข้าไป ซึ่งมีระยะทางหลายร้อยเมตร ก็ถือว่ามีความเสี่ยงเหมือนกัน แต่เขาก็ทำ ก็หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ขอให้พวกเราสร้างความเชื่อมั่นและแรงศรัทธาจากคนไทยทั้งประเทศ และตอนที่อยู่ต่างประเทศ ก็มีการเสนอข่าวนี้และหลายคนก็ได้ให้กำลังใจมา
ร.10รับสั่งให้ดูแลสถานการณ์ให้ดีที่สุด
“สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงติดตามสถานการณ์มาโดยตลอด และรับสั่งผ่านราชเลขานุการในพระองค์ ให้ดูแลให้ดีที่สุด ทั้งครอบครัวและการช่วยเหลือเด็กๆ รวมถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ ต้องมีแผนที่รัดกุม ไม่ให้เกิดความสูญเสีย” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามถึงการเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กๆ และผู้ปกครอง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าไปทำให้เสียขวัญหรือเสียกำลังใจกันอีกเลย ขอฝากสื่อมวลชนในเรื่องการนำเสนอข่าว ยอมรับว่าหลายคนก็ยังมีความเชื่อถือแบบไทยๆ อยู่ แต่เวลานี้เหมาะหรือไม่เหมาะก็ต้องใช้สติปัญญาใคร่ครวญกันด้วย
ฟ้าหญิงรับสั่ง ‘ขอให้ทุกคนปลอดภัย’
วันเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้พระราชทานเงินจำนวน 500,000 บาท แก่ นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยมี นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้แทนรับเงินพระราชทาน ณ บริเวณโถง ชั้น 1 ศูนย์การแพทย์มะเร็งวิทยาจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อนำไปจัดซื้ออาหาร ยา สิ่งของจำเป็นต่างๆ ในการปฏิบัติการช่วยเหลือทีมนักฟุตบอลและโค้ชทั้ง 13 คนอย่างเร่งด่วน
โอกาสนี้ พระราชทานกำลังใจและมีรับสั่งว่า “ให้ทุกคนปลอดภัย และประสบความสำเร็จในการช่วยเหลือเด็ก 13 ชีวิตที่ติดถ้ำทั้งเจ้าหน้าที่และทุกคนที่เกี่ยวข้อง ขอให้พระคุ้มครองทั้งคนช่วยและคนถูกช่วย”
จุฬาราชมนตรีขอพรให้ปลอดภัย
สำนักจุฬาราชมนตรีเปิดเผยว่า นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี กล่าว ขอพรจากอัลลอฮฺ พระผู้เป็นเจ้า โปรดประทานความปลอดภัยแก่เยาวชนและผู้ฝึกสอนที่ประสบเหตุหายเข้าไปในถ้ำหลวงและขอให้พี่น้องมุสลิมร่วมกันขอพรและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ปฏิบัติหน้าที่ในการช่วยเหลือให้เป็นไปด้วยความปลอดภัยและสัมฤทธิ์ผลที่ดีทุกประการ



