ข่าว

รายงาน-ถึงทางตัน !

รายงาน-ถึงทางตัน !

19 ต.ค. 2552

ยังวุ่นไม่เลิกกับปมร้อนๆ การแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังจากที่พรรคฝ่ายค้าน "เพื่อไทย" ประกาศถอนตัวไม่ร่วมสังฆกรรม ตามข้อสรุปของคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมติวิป 3 ฝ่าย

 จนทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญส่อแท้ง และลุกลามบานปลาย กลายเป็นความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ และพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

 นับตั้งแต่ บัญญัติ บรรทัดฐาน ส.ส.สัดส่วน ประธานคณะทำงานศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่ร่วมลงชื่อเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะไม่อยากเสียคนตอนแก่ หลังประกาศไม่ร่วมวงตั้งแต่ต้น

 ทำเอาสมาชิกพรรคค่ายสะตอที่อยู่ในอาการอึดอัด ต้องระเบิดจุดยืนออกมาสนับสนุนแนวคิดของ "บัญญัติ" ร่วม 100 ชีวิต

 นั่นเป็นเพราะอึดอัดใจมานานกับท่าทีของ "สุเทพ" รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรค ในฐานะผู้จัดการรัฐบาล ที่ยอมอ่อนข้อให้พรรคร่วมเกินเหตุ

 ถึงขนาดทำให้ ชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ส.ส.นครนายก กับพวกร่วม 30 คนเตรียมยื่นขอเปิดประชุมวิสามัญใหญ่ของพรรคเพื่อพิจารณาขับ "สุเทพ" พ้นเลขาธิการพรรค

 หากว่า "สุเทพ" ยังดึงดันเดินหน้ากับพรรคร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญจนทำให้พรรคเกิดความเสียหาย

 ดังนั้นความเคลื่อนไหวทางการเมืองในรอบสัปดาห์นี้จึงต้องโฟกัสมาที่ค่ายสะตอว่าจะมีจุดร่วมกับปมปัญหาร้อนเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร

 เหตุเพราะว่าหลังจาก "บัญญัติ" ออกมาประกาศจุดยืน ทำให้แนวร่วมภายในพรรคขยายออกจากกลุ่มทศวรรษใหม่ รวมไปถึงกลุ่มสายใกล้ชิด ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคด้วย

 ซึ่งต้องยอมรับว่าสายทศวรรษใหม่เป็นกลุ่มการเมืองที่มีขุมกำลังใหญ่ที่สุดในพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกินพื้นที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มภาคกลางของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รองหัวหน้าพรรค รวมไปถึงสายใกล้ชิดกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

 ยิ่งในยามที่กระแสในพรรคไม่พอใจ "สุเทพ" กับ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค จึงเป็นเรื่องยากที่จะหาจุดร่วมได้ลงตัว

 จึงต้องจับตาการประชุม ส.ส.ค่ายสะตอในวันที่ 20 ตุลาคมนี้ ว่าจะมันหยดติ๋งขนาดไหน เพราะแต่ละสาย แต่ละขั้วเตรียมงัดข้อมูลมาโต้กันอย่างถึงพริกถึงขิง

 หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นคิวของ "รุ่นเล็ก" และ "รุ่นกลาง" แสดงจุดยืนกันมาแล้ว

 นัดนี้จึงเป็นคิวของ "ส.ส.รุ่นลายคราม" ที่จะออกมาแสดงจุดยืน เพื่อปรามส.ส.ไม่ให้เกิดแรงกระเพื่อม จนทำให้เกิดรอยร้าวภายในพรรค

 ที่สำคัญงานนี้หลายคนขอคิวพูด ไม่ว่าจะเป็น นายหัวชวน บัญญัติ เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ส.ส.สัดส่วน ชำนิ ศักดิเศรษฐ ส.ส.สัดส่วน ประธานวอร์รูมพรรค รวมถึง สุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส.สัดส่วน

 เพื่อปรับจูนแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตกผลึกก่อนประกาศจุดยืน เพราะภายในพรรคยังเสียงแตก ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ถึงขนาดเสนอให้มีการปล่อย "ฟรีโหวต" เพราะเป็นเอกสิทธิ์ของส.ส.ในสภา

 และด้วยเหตุนี้เองพรรคประชาธิปัตย์จึงถูกตราหน้าจากพรรคร่วมรัฐบาลว่า "ตีสองหน้า"

 ด้านหนึ่งมอบให้ "อภิสิทธิ์" และ "สุเทพ" ไปตกลงกับพรรคร่วมเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ

 แต่ภายในพรรคกลับเกิดแรงต่อต้านเพียงเพื่อหวังโหนกระแสจากสังคมเท่านั้น

 ขณะเดียวกันยิ่งประชาธิปัตย์ทอดเวลาออกไป ก็ยิ่งกระทบความสัมพันธ์กับพรรคร่วมรัฐบาล เพราะในยามนี้พรรคภูมิใจไทย แท็กทีมกับพรรคชาติไทย ออกมาค้านกระแสฟรีโหวตของพรรคประชาธิปัตย์อย่างเห็นได้ชัด

 จึงน่าจับตายิ่งว่าประชาธิปัตย์จะงัดไม้เด็ดอะไรออกมาล่อพรรคร่วมรัฐบาล ให้ร่วมกอดคอกันเป็นรัฐบาลให้นานที่สุด

 นั่นก็เพราะกระแสคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเริ่มตีวงกว้างออกไปจากพรรคเพื่อไทย กลุ่มคนเสื้อแดง และกลุ่มพันธมิตรฯ มากขึ้นทุกที

 ล่าสุด สภาสูงสายเลือกตั้งนำโดย ประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี ก็เตรียมเคลื่อนไหว ให้สอดรับกับแนวทางการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ประกาศทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยไม่สนมติวิป 3 ฝ่าย

 และสุดท้ายการนัดประชุม 9 อรหันต์ฝ่ายกฎหมายของส.ส.-ส.ว.ร่วมกับวิป 3 ฝ่ายในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ จึงไม่มีความหมายอีกต่อไป

 เพราะ วิทยา บุรณศิริ ประธานวิปฝ่ายค้าน เตรียมแจงจุดยืนประกาศถอนตัวกลางที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายเช่นเดียวกัน

 นี่จึงทำให้การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับเข้าสู่ "ทางตัน" อีกครั้ง และยากที่จะหาทางออกได้ !!!

 ยิ่งในช่วงที่พรรคเพื่อไทย และกลุ่มคนเสื้อแดง อยู่ในช่วงเดินเกมรณรงค์ทวงคืนรัฐธรรมนูญปี 2540 เพื่อพา "ทักษิณ" กลับบ้าน
 ก็ยิ่งทำให้สถานการณ์การเมืองไทยกลับเข้าสู่วังวนเดิมอีกครั้ง โดยในวันที่ 24 ตุลาคมนี้ กลุ่มคนเสื้อแดง เตรียมนัดชุมนุมเพื่อเปิดโปงการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลนอกสภา ที่ "อิมพีเรียล ลาดพร้าว" อีกระลอก

 ตอกย้ำภาพการทุจริตคอรัปชั่นของรัฐบาลชุดนี้ เพราะไม่สามารถอดทนรอได้จนถึงฤดูกาลซักฟอก จึงต้องอาศัยช่วงจังหวะชุลมุนทางการเมืองเข้ามาผสมโรง "ตีเหล็กยามร้อน"

 การเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงภายใต้สโลแกน "แดงทั้งเดือน" กำลังเคลื่อนเข้าสู่จุดล่อแหลมอีกวาระ

 เพราะเป็นความตั้งใจจัดการชุมนุมใหญ่ในช่วงเดียวกันกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ ชะอำ-หัวหิน ระหว่างวันที่ 23-25 ตุลาคมนี้ ที่ประเทศไทยจะปิดฉากการเป็นเจ้าภาพ ก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้ประเทศเวียดนาม

 แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 15-25 ในเขตพื้นที่เขต ดุสิต ชะอำ-หัวหิน ก็ตาม แต่ก็ไม่อาจที่จะไว้วางใจได้

 เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงประกาศจะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงสถานทูตประเทศที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เพื่อประจานรัฐบาลไทยที่ใช้ความรุนแรงกับประชาชน

 จึงน่าจับตายิ่งว่า ทั้งหมดจะกลับไปซ้ำรอยเหตุการณ์ "เมษาเลือด" อีกหรือไม่ !!!

 บัญชา แข็งขัน