ข่าว

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

"ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

27 มิ.ย. 2561

หลายฝ่ายระดมค้นหา 13 ชีวิตนักหวดลูกหนังทีมหมูป่า อุปสรรคฝนตกน้ำขึ้นสูง ผ่าน 4 วันยังหาไม่พบ ส่งหุ่นยนต์-โดรนเสริมกำลัง "บิ๊กตู่"ขอพรพระ-ญาติทำพิธี

          จากกรณีนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าและผู้ฝึกสอนรวม 13 คน เข้าไปเที่ยวในถ้ำหลวง เขตวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน บ้านจ้องวัด หมู่ 9 ต.โป่งผา อ.แม่สาย ตั้งแต่เย็นวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุหลายหน่วยงานโดยเฉพาะหน่วยกู้ภัยส่งทีมเข้าไปติดตามช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง หน่วยซีลจากกองทัพเรือเร่งทำงานแข่งกับเวลา แต่ก็ต้องยุติการค้นหาชั่วคราว ต้องรีบออกจากถ้ำเป็นการด่วน เนื่องจากระดับน้ำสูงขึ้นหลังจากมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งวัน อย่างไรก็ตามการค้นหาผู้สูญหายยังคงดำเนินต่อไป โดยผู้ว่าฯ เชียงราย ได้สั่งการให้เร่งสูบน้ำทั้งคืนเพื่อให้น้ำลด เจ้าหน้าที่จะเข้าปฏิบัติการได้โดยเร็ว

“ทูลกระหม่อมหญิงประทานกำลังใจ”

          เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ข้อความทางอินสตาแกรม ประทานกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือ 13 ชีวิต ระบุว่า “ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ 13 ชีวิตที่ติดถ้ำ ขอให้พระคุ้มครองทั้งคนช่วยและคนถูกช่วย”

ขอพรพระสังฆราชเชื่อช่วย13ชีวิตได้

          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังเดินทางกลับจากการเยือนสหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐฝรั่งเศสว่า มีความเป็นห่วงโค้ชและเด็กทั้ง 13 ชีวิต ซึ่งแม้จะอยู่ต่างประเทศแต่ได้ติดตามข่าวสารทุกวัน และขณะนี้ รมว.มหาดไทยก็ได้ลงไปในพื้นที่แล้ว อีกทั้งยังมีหน่วยงานต่างๆ ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ จึงขอให้กำลังใจทุกคนและเชื่อว่าต้องประสบความสำเร็จ เพราะเชื่อมั่นในขีดความสามารถของหน่วยงานที่ลงไปช่วยเหลือ ขณะเดียวกันขอให้ทุกคนระมัดระวังในเรื่องสภาพอากาศด้วย โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะนี้ซ้ำอีก

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนปลอดภัย อีกทั้งยังได้สั่งหน่วยงานด้านความมั่นคงให้ลงพื้นที่ไปเพิ่มเติม ซึ่งเชื่อว่าถ้าทุกหน่วยงานระดมกำลังกันช่วยขนาดนี้ก็จะเรียบร้อย นอกจากนี้ เห็นภาพคนทรงเจ้าเข้าไปในพื้นที่ด้วย ซึ่งคิดว่าจะทำให้ย่ำแย่ไปใหญ่ รวมทั้งสื่อมวลชนที่มีการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ทุกชั่วโมง บางครั้งทำให้เจ้าหน้าที่กังวลและไม่มีสมาธิในการทำงาน ทำงานลำบาก ดังนั้นจึงขอให้เวลาทุกคนได้ทำงาน เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลาและขอให้มีสติปัญญา อย่างไรก็ตามในวันเดียวกันนี้ ตนจะเข้าเฝ้าถวายเครื่องสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ จึงจะถือโอกาสนี้ขอพรให้คนไทยและขอพรให้เด็กและโค้ชทั้ง 13 คนด้วย

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทันทีที่ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ได้เรียกประชุมหารือกับผู้บัญชาการทหารหน่วยที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือผู้สูญหายทันที

ผบ.ทบ.สั่งเตรียมฮ.-หน่วยรบเข้าช่วย

          พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) สั่งการให้ศูนย์การบินทหารบกเตรียมเฮลิคอปเตอร์แบบเอ็มไอ 17 พร้อมชุดปฏิบัติการรบพิเศษ จากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ ฝึกซ้อมในการช่วยเหลือและกู้ภัยทางอากาศ โดยเฉพาะปฏิบัติการจากอากาศสู่พื้นดิน เตรียมพร้อมเพื่ออาจต้องส่งไปสนับสนุนเพิ่มเติมในปฏิบัติการค้นหาที่ จ.เชียงราย หากในพื้นที่มีความต้องการ

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต แฟ้มภาพ
 

          “ผบ.ทบ.ยังกำชับให้กองทัพภาคที่ 3 ให้สนธิ และระดมสรรพกำลัง เครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญ ทุ่มเทปฏิบัติการในครั้งนี้เพื่อให้การค้นหาและช่วยเหลือมีความรวดเร็ว รวมทั้งมอบให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก อำนวยการและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีความจำเป็นต้องสนับสนุนเครื่องมือพิเศษอื่นใดให้พิจารณาโดยเร่งด่วนทันที พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดค้นหาทุกหน่วยงานให้สามารถปฏิบัติงานได้สำเร็จรวมถึงกำชับให้ดูแลครอบครัวของนักฟุตบอลที่มาเฝ้าติดตามการค้นหาอย่างดีที่สุด” พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าว

รมว.ท่องเที่ยวบินลงพื้นที่วางแผนค้นหา

          นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวฯ ซึ่งเดินทางไปยังบริเวณถ้ำหลวง กล่าวว่า ที่หน้างานขณะนี้ได้ดำเนินการใน 3 เรื่องคือ เรื่องการจัดการน้ำ โดยการพร่องน้ำออกจากถ้ำลงไปในพื้นที่ข้างเคียง และลดปริมาณน้ำจากพื้นที่ข้างเคียงเข้ามาในถ้ำ เรื่องที่สองได้จัดทีมออกไปค้นหาปล่องทางเข้าด้านบนภูเขา และค้นหาทางเข้าหรือช่องทางด้านข้างที่จะไปได้

          สำหรับพื้นที่นี้เป็นภูเขาหินปูนซึ่งมีโพรงอยู่หลายแห่ง โอกาสที่จะมีอากาศเข้าไปตามโพรงต่างๆ มีอยู่มาก ขณะเดียวกันมีการจัดแบ่งทีมเดินสำรวจบนภูเขา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตชด. กลุ่มจิตอาสา กลุ่มชาวบ้านที่เคยเดินป่าร่วมกันแบ่งกรุ๊ปเดินสำรวจหาปล่องทางเข้าบนภูเขา และมีหลายจุดที่ได้มีการหย่อนตัวลงไปแต่ยังไปไม่ถึง

พบทางเข้าแห่งใหม่เพิ่มความหวัง

          นายทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า พบทางเข้าถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนอีกทางจากทางเข้าออกหลัก จากการใช้ข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศ ข้อมูลแผนที่ทางธรณีวิทยา แผนที่ของกรมแผนที่ทหาร ทั้งนี้ลักษณะถ้ำหินปูนตามธรรมชาติสามารถเข้าออกได้หลายทาง ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่ยิ่งเป็นข่าวดีหากพบเด็กๆ โดยเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเป็นไปได้ของช่องทางดังกล่าว


 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

          นายไชยพร ศิริพรไพบูลย์ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านประสานงานระหว่างประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการสำรวจถ้ำ กล่าวว่า การพบทางเข้าจุดใหม่ของถ้ำ ได้ใช้วิธีผสมผสานมาวิเคราะห์ในระยะทาง 800 เมตร-10 กิโลเมตร เอามาทาบกับแผนที่ดาวเทียมและทางอากาศมาวิเคราะห์ว่าจุดต่างๆ ของถ้ำอยู่ที่ใด โดยพยายามหาทางว่าจะมีจุดอื่นเข้าออกถ้ำได้เนื่องจากถ้ำหินปูนจะมีบางจุดเคยเป็นถ้ำมาก่อนและพังลงมาในอดีตซึ่งจะมีรูอยู่ รวมทั้งเพดานถ้ำหลายๆ จุดมีหลุมยุบขนาดเล็กอยู่จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจนเมื่อเช้าได้เจอทางเข้าถ้ำถ้าเชื่อมได้จะเป็นอีกจุดในการค้นหาผู้สูญหาย

          ส่วนการลี้ภัยของเด็กหากอยู่ที่สูงจะปลอดภัย หากอยู่ในที่แคบจะเจอคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังเข้าค้นหาโดยเฉพาะจุดที่คาดว่าผู้สูญหายไปอยู่ และมีการเตรียมอาหารให้การช่วยเหลือแล้ว

          ทั้งนี้ในการแถลงข่าวได้มีการเผยแพร่ภาพของปล่องบริเวณเหนือถ้ำหลวงเขานางนอน โดยพบว่าปล่อง จุดเอ เหนือถ้ำหลวง ขนาดเท่ากับ 1 คน สามารถเข้าไปได้ โดยอาจใช้เป็นช่องทางที่ไว้ลำเลียงผู้สูญหายได้ โดยเจ้าหน้าที่กำลังประเมินความเป็นไปได้ของช่องทางดังกล่าว

เพื่อนเชื่อสุดใจ“ทุกคนยังมีชีวิต”

          เด็กนักเรียนใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย จำนวน 5 คน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมฟุตบอล ได้เดินทางมาที่บริเวณหน้าถ้ำหลวงเขานางนอน และให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ว่าเคยเดินเข้าไปด้วยกันและชี้พิกัดว่าปกติชอบเดินไปทางใด

          ด.ช.แปง บัวหลวง นักเรียนโรงเรียนบ้านป่ายาง ให้ข้อมูลว่า เคยเข้าไปกับกลุ่มผู้สูญหาย 3-4 ครั้ง และเคยไปจนสุดเส้นทางเนื่องจากชื่นชอบความสวยงามภายในถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยหลากหลายรูปทรงให้จินตนาการ มีเนินให้ปีนป่าย

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          “ผมเชื่ออย่างสุดใจว่าเพื่อนยังคงมีชีวิตอยู่ เนื่องจากมีโค้ชที่ชำนาญเส้นทาง และภายในถ้ำยังคงมีโถงกว้าง มีพื้นที่พักหลบน้ำได้หลายจุด ที่ผ่านมาระหว่างเส้นทางการเดินนั้นเคยฉีดสเปย์สีขาวเป็นแนวยาวเป็นเครื่องหมายในการเดินทางขากลับไม่ให้หลง แล้วยังเคยขีดเขียนตามผนังในจุดต่างๆ โดยเฉพาะชื่อทีมเอฟ 1 และเป็นไปได้ว่าการเข้าไปในถ้ำครั้งนี้ของกลุ่มเพื่อนอาจจะมีการขีดเขียนสัญลักษณ์ไว้ตามเส้นทางเช่นกัน” ดช.แปง กล่าว

          หลังจากเด็กๆ กลุ่มนี้ให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่เสร็จ ก็ไปทำพิธีขอขมาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลด้านหน้าปากถ้ำเพื่อขอให้คุ้มครองเพื่อนๆ กลับออกมาได้อย่างปลอดภัย

“เอ๋ นรินทร” มอบเครื่องมือช่วย 13 ชีวิต

          เอ๋ นรินทร ณ บางช้าง อดีตนักร้องดัง นำทีมดำน้ำที่มีอุปกรณ์การช่วยเหลือแบบไม่ต้องฝึกดำน้ำ ไม่ต้องฝึกหายใจใหม่ เดินทางไปที่บริเวณถ้ำหลวง เมื่อค่ำวันที่ 25 มิถุนายน หลังจากนั้นในวันที่ 26 มิถุนายน ได้มอบอุปกรณ์ช่วยเหลือคนที่ติดในถ้ำ เป็นหน้ากาก เครื่องช่วยหายใจและถังออกซิเจน พร้อมแนะนำการใช้งานให้หน่วยซีลเพื่อใช้สำหรับการค้นหา

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          เอ๋ นรินทร กล่าวว่า ได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือเพื่อนำมาสมทบหน่วยซีล เช่น เรกกูเรเตอร์ (ตัวปรับแรงดันลม) อุปกรณ์ลาเน็ทระบบเซฟเม้าท์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะสามารถขนย้ายถังออกซิเจนไปได้มากถึง 2-3 ถัง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ต่อหน่วยซีลเป็นอย่างมาก เพราะโดยปกติทางหน่วยซีลจะใช้วิธีแบกถังออกซิเจน 1 ถัง และลากไปอีก 1 ถัง แต่ถ้ามีอุปกรณ์นี้ก็จะประหยัดเวลา

          ทั้งนี้ทีมดำน้ำที่เดินทางไปด้วยนั้นเป็นคนไทยที่ได้รับการอบรมจากประเทศอิตาลี ส่วนอุปกรณ์ช่วยชีวิตมาจากประเทศสวีเดนและอิตาลี

แม่หวังเสียงเรียกถึงลูก! “ลูกกลับบ้าน”

          เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า กรมอุทยานฯ ออกค้นหาผู้สูญหายร่วมกับทุกภาคส่วน บางครั้งการสำรวจอาจถูกจำกัดด้วยเวลาและสภาพอากาศ แต่ทุกหน่วยงานทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

          ผู้ปกครองของเด็กบางคนที่หายไปในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน หลายคนร้องไห้ด้วยความคิดถึงลูก บางรายไปยืนตะโกนเรียกชื่อลูกที่บริเวณปากถ้ำว่า “ลูกกลับบ้านๆ” “โค้ชเอกพาน้องกลับบ้าน พาน้องกลับมา”

ปฏิบัติภารกิจค้นหาก่อนฟ้าสาง

          หลังจากช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้สั่งการให้เร่งสูบน้ำ เพื่อให้น้ำลด เจ้าหน้าที่จะได้เข้าค้นหาผู้สูญหายได้อย่างรวดเร็ว ต่อมาเวลา 04.00 น.วันนี้ (26 มิ.ย.) การปฏิบัติการค้นหาก็เริ่มขึ้นทันที โดย หน่วยซีลกองทัพเรือ ได้ปรับแผนใหม่ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปในถ้ำ 8 นาย โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากสามแยกปากถ้ำเข้าไปถึงจุดสุดท้ายที่เข้าไปเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดสุราษฎร์ธานี ชุดประดาน้ำจากเขื่อนเชี่ยวหลาน เดินเท้าเข้าทางช่องบนหลังเขาที่พบช่องทางลงไปทางจุดบ้านผาหมี

          นอกจากนี้ยังมีทหารพราน เจ้าหน้าที่กรมอุทยาน หน่วยควบคุมไฟป่า มาร่วมปฏิบัติการค้นหาด้วย ขณะสภาพอากาศยังมีฝนโปรยลงมาเป็นระยะ ทำให้การปฏิบัติการด้วยเฮลิคอปเตอร์ ยังขึ้นบินสำรวจไม่ได้

พบร่องรอย 13 ชีวิตคาดหนีน้ำขึ้นที่สูง

          ทั้งนี้จากการรายงานของชุดปฏิบัติการของหน่วยซีล พบร่องรอยการเขียนชื่อและการขีดเขียนบนผนังถ้ำเป็นลูกศรมีการประทับรอยฝ่ามือ ซึ่งคาดว่าเป็นรอยมือเด็กน่าจะเป็นทีมเยาวชนดังกล่าวพยายามหนีขึ้นที่สูงเพื่อหลีกเลี่ยงจากสภาพน้ำขึ้นจากฝนที่ตกหนักเข้ามาในถ้ำ ซึ่งหน่วยจะติดตาม ประสานงานอย่างใกล้ชิดและให้การสนับสนุนเครื่องมือตามขีดความสามารถอย่างเต็มที่ พร้อมรายงานความคืบหน้าเป็นระยะให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงสถานการณ์ตามช่วงเวลาต่อไป

ชุดค้นหาฝ่าด่านถึงพัทยาบีช แต่ไม่พบใคร

          ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายภายในถ้ำ หน่วยซีล กองทัพเรือ และเจ้าหน้าที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ถึงแม้ในบางช่วงการต้องหยุดชะงักไปบ้าง เนื่องจากระดับน้ำภายในถ้ำขึ้นสูงถึง 1 เมตร เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะน้ำในถ้ำที่ท่วมสูงมีสภาพเป็นขุ่นโคลน มองไม่เห็นทาง ประกอบกับภายในถ้ำมืด

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

           อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายหน่วยซีลและเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติภารกิจค้นหาผู้สูญหาย ได้รายงานผู้บังคับบัญชาว่า ดำน้ำผ่านช่องทางขนาดเล็กและผ่านสิ่งกีดขวางเข้าไปถึงห้องโถงด้านในและต่อเนื่องไปยังบริเวณท้ายถ้ำที่เรียกว่า “พัทยา บีช” แล้ว แต่ไม่พบผู้สูญหายเลยแม้แต่คนเดียว

          ทั้งนี้บริเวณพัทยา บีช มีลักษณะเป็นห้องโถงกว้าง ด้านบนเพดานมีปล่องอากาศซึ่งอยู่ลึกจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร และเป็นจุดที่คาดว่าผู้สูญหายจะเข้ามาหลบพักบริเวณนี้

 

ทำพิธีฮ้องขวัญหวัง13ชีวิตรอดจากถ้ำหลวง

          ผู้ปกครองและญาติของนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ชทีมหมูป่า รวม 13 คน ต่างยังคงปักหลักเฝ้ารอลูกหลานอยู่ที่บริเวณปากถ้ำหลวงนางนอน ต่างใจจดใจจอหวังว่าทั้ง 13 ชีวิตจะกลับออกมาอย่างปลอดภัย ท่ามกลางความช่วยเหลือของทุกหน่วยงานที่ที่เข้าค้นหาอย่างเต็มความสามารถ
 


 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต


          ล่าสุดเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.) ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้สูญหาย ได้ร่วมทำพิธีฮ้องขวัญเพื่อเป็นการเรียกขวัญตามความเชื่อโบราณให้ทุกคนปลอดภัย ขณะที่บริเวณถ้ำหลวงมีฝนตกโปรยปรายอย่างต่อเนื่องจนถึงเช้า

มท.1 บินด่วนวางแผนช่วยเหลือ

          พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาลงพื้นที่เพื่อรับทราบข้อมูลในการช่วยเหลือรวมไปถึงวางแผนสั่งการ พร้อมกับได้เยี่ยมพบปะพูดคุยกับญาติของผู้ประสบเหตุที่มารออยู่บริเวณด้านหน้าที่ทำการวนอุทยานฯ

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ในขณะนี้ได้เร่งระบายน้ำภายในถ้ำออก โดยมีเจ้าหน้าที่นำครื่องสูบน้ำออกจากพื้นที่ภายในถ้ำให้ระดับน้ำลดลง เพื่อให้หน่วยซีลสามารถปฏิบัติงานได้ โดยขณะนี้ทางหน่วยซีลกำลังจัดกำลังเข้าไปภายในถ้ำเพื่อติดตามค้นหา ขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้วประมาณ 1 ฟุต เนื่องจากมีการระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำหนองน้ำพุ ซึ่งเป็นจุดที่น้ำไหลออกจากถ้ำไปพักอยู่ หากระบายน้ำออกจากบริเวณนั้นได้ก็จะทำให้ระดับน้ำภายในถ้ำลดลง รวมไปถึงมีเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปสกัดน้ำที่ต้นน้ำผาหมีเพื่อไม่ให้น้ำเข้ามาภายในถ้ำ

          จากนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ได้เดินทางเข้าไปสำรวจยังภายในถ้ำหลวง เพื่อตรวจสอบปัญหาการทำงานและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน รวมไปถึงสอบถามถึงความต้องการเพื่อจะได้จัดหาในการช่วยเหลือ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคอยให้ข้อมูล

ให้คำมั่น13ชีวิตจะปลอดภัย

          ต่อมา พล.อ.อนุพงษ์ ได้เข้าพูดคุยกับครอบครัวผู้สูญหาย โดยในช่วงหนึ่งกล่าวว่า ยืนยันว่าเด็กทุกคนจะปลอดภัยเพราะในจำนวนนั้นมีคนที่ชำนาญเส้นทางในถ้ำ ทุกคนจะไม่เกิดอันตราย หน่วยซีลทำงานหนักมาก แถมยากลำบากด้วย ในถ้ำหลวงมืดและมีโพรงน้ำลึก ซึ่งโพรงเหล่านี้นี่แหละคือความหวัง ถ้าผ่านโพรงนี้เข้าไปได้ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น ขอให้ทุกคนใจเย็นๆ

มจพ.ส่งโดรน-หุ่นยนต์ดำน้ำเข้าช่วย

          ศ.ดร.สุชาติ เซี่ยงฉิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า คณะทํางานศูนย์วิจัยเฉพาะทางวิศวกรรมอวกาศและทะเล สํานักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มจพ. ได้รับการติดต่อให้นําอุปกรณ์เพื่อค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย จึงได้ส่งชุดปฏิบัติภารกิจนําคณะทํางานจํานวน 14 คน พร้อมอุปกรณ์ช่วยในการค้นหาและสํารวจช่วยเหลือผู้ประสบภัย

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

          ประกอบด้วย 1.ยานขับเคลื่อนใต้น้ำชนิดใช้สายควบคุม ใช้การสํารวจใต้น้ำ ประกอบด้วย โซนาร์ ทําหน้าที่ตรวจหาวัตถุใต้นํ้า ไอเอ็มยู กําหนดตําแหน่งและทิศทางในการเคลื่อนที่และกล้องวิดีโอถ่ายภาพใต้น้ำ 2.โดรน ใช้การสํารวจทางอากาศ จํานวน 3 เครื่องพร้อมอุปกรณ์

          ทั้งนี้คณะทํางานได้รับการสนับสนุนในการเดินทางและจัดส่งอุปกรณ์ในการปฏิบัติภารกิจไปยังจังหวัดเชียงรายจากกองทัพอากาศ

ปรับแผนค้นหาให้หน่วยซีลกินนอนในถ้ำ

          การปฏิบัติการค้นหาผู้พลัดหลงอยู่ในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนยังคงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงเย็นสถานการณ์น้ำในถ้ำยังวิกฤติและน่าเป็นห่วง โดยระดับน้ำยังสูงและมีฝนตกลงมาเป็นระยะๆ ทำให้ปฏิบัติการค้นหา 13 ชีวิตเต็มไปด้วยความยากลำบาก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังปรับแผนการค้นหาด้วยการให้หน่วยซีลที่เข้าไปภายในถ้ำไม่ต้องออกมาด้านนอก แต่จะใช้วิธีส่งเสบียงอาหารและถังออกซิเจนเข้าไปในถ้ำแทน โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่เข้าไปถึงช่วงกลางถ้ำและเดินหน้าอย่างไม่ลดละ

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต
 

          ทั้งนี้การค้นหาดำเนินการมาตั้งแต่เช้ามืดจนกระทั่งเวลา 18.00 น.ก็ยังไม่พบผู้สูญหายแต่อย่างใด

ชาวเชียงรายรวมใจอธิษฐานขอให้พบ

          รายงานข่าวแจ้งว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯ เชียงราย ได้มีหนังสือสั่งการร่วมกับคณะสงฆ์จังหวัดเชียงราย โดยพระธรรมราชานุวัตร เจ้าคณะภาค 6 พระเทพสิทธินายก เจ้าคณะจังหวัดเชียงราย ให้เจ้าอาวาสทุกวัดพร้อมพุทธศาสนิกชนทุกหมู่เหล่าใน จ.เชียงราย
 

 "ซีล"เดินหน้าค้นหา 13 ชีวิต

          รวมทั้งโรงเรียนแม่สายประสิทธิศาสน์ ซึ่งเป็นโรงเรียนสังกัดของผู้สูญหาย ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และอธิษฐานจิต ส่งใจให้เจ้าหน้าที่ค้นพบผู้ประสบภัยทั้ง 13 คนโดยเร็ว เพื่อเป็นขวัญกำลังใจทีมค้นหาและให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ปกปักรักษาคุ้มครองผู้ประสบภัยให้กลับคืนมาด้วยความปลอดภัย

กรมสุขภาพจิตส่งทีมดูแลจิตใจญาติ

          นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 1 และโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ ส่งทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท ลงพื้นที่ปฏิบัติการให้การดูแลด้านจิตใจแก่ญาติของนักฟุตบอลเยาวชนและโค้ช ร่วมกับทีมของพื้นที่ อ.แม่สาย แล้ว

          อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า จิตใจของญาติอยู่ในสภาวะวิตกกังวล เป็นห่วงเกี่ยวกับความปลอดภัย และมุ่งที่จะติดต่อกับผู้ที่พลัดหลงในถ้ำให้ได้ เฝ้ารออย่างมีความหวัง ซึ่งอาจจะทำให้นอนไม่หลับ อ่อนเพลียได้ จึงขอให้ญาติตั้งสติ เนื่องจากขณะนี้ทุกฝ่ายกำลังเร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ และขอให้ครอบครัวและญาติช่วยเป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน มั่นใจว่าผู้พลัดหลงทั้ง 13 คน เป็นทีมฟุตบอล ซึ่งจะมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็งจากการเล่นกีฬา มีสุขภาพแข็งแรงอยู่แล้ว ประการสำคัญมีทักษะประสบการณ์การเรียนลูกเสือมาระดับหนึ่งจะสามารถเอาชีวิตรอดได้

วอนสังคมส่งกำลังใจให้ผู้สูญหาย

          “ขอให้สังคมช่วยกันส่งกำลังใจไปให้ทีมฟุตบอลที่พลัดหลงในถ้ำ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่เข้าไปให้การช่วยเหลือ ภาวนาอธิษฐานร่วมกันให้ทุกคนปลอดภัย ไม่ควรกล่าวโทษ หรือตำหนิใครในเหตุการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นขณะนี้ ซึ่งทุกคนล้วนแต่มีความหวังดีด้วยกันทั้งสิ้น” อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าว

พร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด 24 ชม.

          นพ.ธรณินทร์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสวนปรุง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า จากการติดตามเฝ้าระวังสภาวะสุขภาพจิตของครอบครัวและญาติที่ไปเฝ้ารอที่บริเวณหน้าถ้ำทุกคนมีความหวังที่จะพบเด็กๆ โดยทั้งหมดอยู่ในความดูแลของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง และเมื่อทีมเจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือทั้ง 13 คนออกมาได้แล้วก็จะร่วมให้การดูแลจิตใจร่วมกับทีมแพทย์ฝ่ายกายด้วย โดยเฉพาะสภาวะความเครียดหลังเผชิญเหตุการณ์

สสจ.ห่วงเด็กขาดอาหาร-เสี่ยงขาดอากาศ

          นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสภาพร่างกายที่ขาดอาหารหลายวัน อาจทำให้เกิดการอ่อนเพลีย อ่อนแรง และเรื่องของอากาศภายในพื้นที่ จึงได้จัดเตรียมโรงพยาบาลสนามไว้ที่บริเวณหน้าถ้ำ มีแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ เตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือทันที โดยจัดเตรียมไว้ 10 เตียง แพทย์ประจำอย่างน้อย 2 คน พยาบาลและเจ้าหน้าที่รวมประมาณ 20 คน สับเปลี่ยนเวรเข้าประจำพื้นที่ตลอด 24 ชม. และหากพบเด็กแล้ว เตรียมพร้อมกำลังสำรองที่จะเข้าไปช่วยเสริมได้ทันที

          สำหรับความกังวลเรื่องคือ อาการปอดบวมของเด็กๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จากความชื้นภายในถ้ำ และจากการที่ต้องเดินลุยน้ำและเสื้อผ้าเปียก หากเด็กและโค้ชรู้วิธีด้วยการทำให้ตัวแห้งโดยเร็ว คือถอดเสื้อผ้าออกมาบิดให้หมาดแล้วค่อยใส่กลับเข้าไป เพราะหากไม่ใส่เสื้อผ้าอุณหภูมิร่างกายจะต่ำลงอาจจะทำให้เกิดอาการปอดบวมได้เช่นกัน ส่วนโรคภัยอื่นๆ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง