
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านรอบสนามบินสุวรรณภูมิ (ตอนที่ 2) ชาวบ้านผวาเสียงเครื่องบิน
ชาวบ้านผวากลางดึกมีเสียงหล่นใส่หลังคาบ้านพบแรงบินของเครื่องบินขณะขับผ่านหลังคาบ้านทำเหตุ กระเบื้องหลังคาแตกจะจาย หล่นกลางที่นอน แม้จะเคยประสบมาหลายครั้ง แต่ก็ยังทำใจไม่ได้
ทีมงานคุณภาพชีวิตเข้าไปดูบ้านที่ได้รับผลกระทบจากผลพวงของสนามบินสุวรรณภูมิหลังจากที่เจ้าของบ้านเพิ่งผ่านประสบการณ์เฉียดไปไม่กี่ชั่วโมง
นางอารีย์ฉุนหอม ชาวบ้านในหมู่บ้านสราญวงศ์ ซึ่งอยู่ห่างจากปลายรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 5 กิโลเมตร เล่าด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า ในช่วงกลางดึกประมาณตีหนึ่ง ขณะกำลังหลับอยู่ในห้องนอน มีเหตุให้ต้องสะดุ้งตื่นเพราะได้ยินเสียงโครมครามคล้ายกับเสียงของหนักหล่นใส่หลังคาบ้าน หลังเดินสำรวจภายในบริเวณบ้าน มีเศษกระเบื้องหล่นอยู่ที่หลังคาบ้านชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นห้องนอนของลูกชาย โดยที่กระเบื้องหล่นลงมาบนที่นอนของลูกชาย
ด้วยความตกใจลูกชายเรียกตัวเองเข้ามาดู พบกระเบื้องตกลงมาจากชั้น 2 และผ่านทะลุฝ้าเพดานของห้องตกลงมายังที่นอนขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ ลูกชายเล่าว่า ได้ยินเสียงเหมือนของหล่นมาอย่างแรงจึงตกใจตื่น ก็พบเศษกระเบื้องแตกกระจายอยู่ข้างหัวนอนเรียบร้อยแล้ว และหลังจากเกิดเหตุลูกชายไม่ก็กล้านอนในห้องต่ออีกเลย ต้องย้ายไปนอนห้องชั้น 2 เพราะกลัวว่าหากต่อไปจะมีกระเบื้องตกลงมาใส่อีก ซึ่งคราวนี้คงไม่โชคดีเหมือนครั้งแรก
นางอารีย์เล่าต่ออีกว่าสาเหตุที่กระเบื้องหล่นใส่ครั้งนี้ เป็นเพราะเสียงของเครื่องบิน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เกิดขึ้นหลายครั้งจนชาวบ้านในหมู่บ้านสราญวงศ์แห่งนี้หาความมั่นใจในความปลอดภัยในบ้านของตัวเองแทบไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าเวลาไหนหลังคาจะตกลงมาใส่หัวเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางวันหรือกลางคืน พอเกิดเหตุการณ์แบบนี้บางคนก็ไม่อยากรอเจ้าหน้าที่เพราะกว่าจะเข้ามาซ่อมแซมให้ก็ใช้เวลา 2-3 วัน บางคนทนไม่ไหวต้องควักเงินซ่อมแซมกันเอง
"ที่ผ่านมาการท่า ใช้วิธีนำลวดมาผูกให้กระเบื้องบนหลังคายึดติดกันให้แน่นหนา แต่ก็ยังเอาไม่อยู่เพราะพื้นที่บริเวณนี้เป็นทางพาดผ่านของเครื่องบินที่ต้องลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ เวลาเครื่องบินผ่านมาก็จะเสียงดังมาก และทำให้เกิดลมแรงอีก ช่วงกลางคืนนอนไม่หลับเลย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน"
คืนนั้นถ้าลูกชายนอนตรงกับตำแหน่งที่กระเบื้องตกใส่เหตุการณ์คงจะร้ายแรงกว่านี้ ครั้งนี้อาจจะโชคดีที่แค่เกือบตกใส่หัว เรียกได้ว่าลูกชายรอดตายได้อย่างหวุดหวิด แต่อนาคตใครจะให้ความมั่นใจได้ว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งที่อยู่ในบ้านของตัวเองแท้ๆ แต่หาความปลอดภัยให้ชีวิตตัวเองไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้า
"จะย้ายออกก็ไม่ได้ ทนอยู่อย่างนี้ต่อไป แต่ก็หาความปลอดภัยได้อย่างยากลำบาก ใครจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้บ้าง ช่วยบอกทีได้ไหม" นางอารีย์ บอกอย่างเหนื่อยหน่าย



