ข่าว

ย่ำแดนเวียงสาพบกับพระพุทธรูปยิ้มปลาสั่งได้-ที่ว่าอำเภอแห่งความภูมิใจ

ย่ำแดนเวียงสาพบกับพระพุทธรูปยิ้มปลาสั่งได้-ที่ว่าอำเภอแห่งความภูมิใจ

19 ต.ค. 2552

จากปรากฏการณ์ น่านนิรันดร์ 100 ภาพฝัน บันทึกแผ่นดิน ทำให้มีโอกาสได้กลับมาที่ จ.น่าน อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รอดใต้ท้องพญานาค โบสถ์วัดภูมินทร์ สถานที่ที่คนที่นี่ให้ความเคารพและสักการะมาก่อนอย่างต่อเนื่อง ที่ว่ากันว่าใครได้เดินรอดใต้ท้องรูปปั้นพญานาคทั้

สิ่งที่ชาวเวียงสารู้สึกปลาบปลื้มมากที่สุดเป็นเหตุกาณ์ที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปเยี่ยมประชาชนภาคเหนือในวันที่ 17 มีนาคม 2501 เพราะในหลวงเสด็จขึ้นไปทรงยืนหน้ามุกของที่ว่าการอำเภอแห่งนี้ และเป็นการเสด็จฯ ไปจุดแรกของ จ.น่าน ก่อนที่จะเสด็จฯ ไปยังสถานที่อื่นๆ ของจังหวัด ทำให้ชาวเวียงสาก็ยังอนุรักษ์อาคารที่ทำการอำเภอจนถึงทุกวันนี้

 วัดบุญยืน อายุกว่า 200 ปี ตั้งอยู่ที่ อบต.กลางเวียง อ.เวียงสา พบกับอาจารย์สมเจตน์ วิมลเกษม ครูภูมิปัญญาด้านภาษาและวรรณกรรมล้านนา ผู้ทรงคุณวุฒิแห่งหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมจังหวัดน่าน ยังคงให้ความรู้ความกระจ่าง เกี่ยวกับความป็นมาและแง่มุมของงานศิลปะต่างให้ฟังอย่างต่อเนื่อง

 พระอุโบสถ คาดว่ารับอิทธิพลมาจากสุโขทัย ก่อสร้างขึ้นด้วยอิฐถือปูนแบบโบราณ หน้าประตูไม้แกะสลักเป็นรูปเทวดา มีลวดลายพรรณพฤกษา เสาต่างยังประดับประดาด้วยงานปูนปั้น เสียดายที่การทาสีน้ำมันระหว่างการบูรณะทำให้ลวดลายต่างๆ ถูกบดบังไปบางส่วน

 พระประธานเป็นพระพุทธรูปยืนปางเปิดโลก สร้างด้วยปูนปิดทอง เวลาเดินเข้าสู่โบสถ์ ให้โฟกัสไปที่พระพักตร์ของพุทธรูป ค่อยเดินเข้าไปพร้อมทั้งสังเกตด้วยว่า จะมีจุดหนึ่งที่เห็นราวกับว่าพระพุทธรูปนั้นยิ้มได้ ภายในอุโบสถยังมีธรรมาสน์ไม้แกะสลัก ซึ่งยากที่จะหาช่างที่มีฝีมือทัดเทียมได้ในปัจจุบัน

 เฮือนรถถีบของ ลุงสุพจน์ เต็งไตรรัตน์ ก่อนหน้านี้ครอบครัวเคยทำธุรกิจขายจักรยาน จนถึงเวลาที่รถมอเตอร์ไซค์เข้ามามีบทบาทบนท้องถนนมากขึ้น อะไหล่จักรยานทั้งหลายจึงถูกเก็บเข้าหลังร้าน เหตุน้ำท่วมใหญ่ เมื่อปี 2549 ทำให้จุดประกายความคิดขึ้นมา

 ได้เวลาชุบชีวิตเจ้าจักรยานเก่าพวกนี้อีกครั้ง ทำให้คุณลุงเฟ้นหารถจักรยานโบราณจากยุโรปเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กว่า 100 คันแล้ว ส่วนคันล่าสุดของความภูมิใจอยู่ที่ เจ้าจักรยานล้อโตขนาด 64 นิ้ว ที่ขอซื้อมาจากพิพิธภัณฑ์ในเยอรมัน เท่าที่รู้อาจมีเพียง 2 คันในประเทศไทย ตำรวจสายตรวจที่นี่ก็ยังใช้จักรยานเพื่อลดปัญหาโลกร้อนเช่นกัน

 ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...เสียงเคาะกะหล๊ก ทำจากไม้คล้ายกระดึงไม้ผูกคอวัว ในการเรียกประชุมชาวบ้านสมัยก่อน แต่ตอนนี้กลับมาใช้ประโยชน์ในการท่องเที่ยว ด้วยการฝึกให้ปลาในแม่น้ำน่านขึ้นมากินอาหารหลังได้ยินเสียงเคาะนี้

 เมืองเวียงสายังคงอยู่ในระยะเริ่มต้นที่จะรองรับนักท่องเที่ยว การจัดระบบของโฮมสเตย์กำลังดำเนินอยู่เพื่อความปลอดภัย งานนี้ต้องฝากไว้กับกลุ่มฮักเมืองเวียงสาที่เคยประสบความสำเร็จในการอนุรักษ์อาคารที่ว่าการอำเภอ ถึงกระนั้น เมืองเล็กแห่งนี้ก็ยังสมควรแก่การแวะมาเยี่ยมชมและศึกษาหาความรู้อยู่ดี

กิตตินันท์ รอดสุพรรณ [email protected]