
"เอสซีจี"วางเป้าสร้างบ้านปลาครอบคลุมภาคตะวันออก
"เอสซีจี"เดินหน้าสร้างบ้านปลาฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำตั้งเป้าขยายครอบคลุมตะวันออกในปี 63 หลังดำเนินการแล้ว 35 ตารางกิโลเมตร ชาวประมงหนุนสร้างความเข้มแข็งสามัคคี
26 มิถุนายน 2561 "เอสซีจี"เดินหน้าสร้างบ้านปลาฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำตั้งเป้าขยายครอบคลุมภาคตะวันออกในปี 63 หลังดำเนินการแล้ว 35 ตารางกิโลเมตร ชาวประมงหนุนสร้างความเข้มแข็งสามัคคี อนุรักษ์อาชีพ
นายชลณัฐ ญาณารณพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี กล่าวว่า การจัดกิจกรรมสร้างบ้านปลาเอสซีจี เป็นส่วนหนึ่งของโครงการรักษ์น้ำ จากภูผา สู่มหานที ของเอสซีจี ซึ่งมุ่งสืบสาน รักษา ต่อยอด การบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ตามพระราชปณิธานในหลวงรัชกาลที่ 9 ถือเป็นโครงการเรียนรู้และร่วมมือจากภาครัฐและภาคเอกชนในส่วนของอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จในการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำ ตลอดจนส่งผลต่อรายได้ของชาวประมงในพื้นที่ จังหวัดระยอง ด้วยการสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่เขายายดา จนถึงปลายน้ำซึ่งเป็นโครงการบ้านปลากว่า 6 ปีที่ผ่านมา
ปัจจุบันมีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมสร้างบ้านปลาแล้วกว่า 10,000 คน วางบ้านปลาไปแล้ว 14,000 หลังในพื้นที่จังหวัดชลบุรี จันทบุรี ตราด ระยอง 35 ตารางกิโลเมตร หรือสองหมื่นไร่ โดยมีปลาและสัตว์น้ำเข้ามาอาศัยมากถึง 170 ชนิด และตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมกลุ่มประมงพื้นบ้านในบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกภายในปี 2563 โดยในปีหน้าจะจัดทำบ้านปลาเพิ่มขึ้นอีกจำนวน 400 หลัง
“ขณะนี้เอสซีจีได้พัฒนาการวางบ้านปลาแบบใหม่ คือวางครั้งเดียวเป็นกลุ่ม 10 หลัง โดยผูกเข้าด้วยกันตั้งแต่อยู่บนบกและใช้แพจากทุ่นพลาสติกเพื่อขนส่งบ้านปลาทั้งหมดไปในบริเวณที่ต้องการวางบ้านปลา ระบบนี้ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาที่ใช้ในการวางบ้านปลา รวมถึงหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการวางบ้านปลาแบบเดิม นอกจากนี้ เอสซีจีกำลังอยู่ในขั้นตอนทดลองนำขยะพลาสติกจากทะเลและชุมชนมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อนำมาผลิตเป็นท่อสำหรับสร้างบ้านปลา ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)”
นายไมตรี รอดพ้น ประธานวิสาหกิจชุมชนชมรมประมงเรือเล็กพื้นบ้าน อ.เมือง และ อ.บ้านฉาง สามัคคี กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการบ้านปลา ทำให้เรามีส่วนช่วยสร้างความสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศของท้องทะเล เกิดความสามัคคีกันในกลุ่มชาวประมง เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็ง พวกเรามุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดภูมิปัญญาและวิถีในการทำประมงเชิงอนุรักษ์นี้ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อรักษาอาชีพประมงพื้นบ้านให้อยู่คู่ประเทศไทยสืบไป
"การสร้างบ้านปลาของที่นี่ในระยะแรก ๆ อาจไม่เป็นผลเท่าที่ควรแต่วันนี้มีความชัดเจนมากขึ้น เนื่องจากมีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อซึมซับและรู้ถึงการรักษาสภาพแวดล้อมทั้ง การปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ และการสร้างสำนึกให้อนุรักษ์ธรรมชาติ การทำบ้านปลาของที่นี่จะช่วยกันทั้งหมู่บ้านโดยทำในพื้นที่หน้าบ้านตนเองและแบ่งกันดูแล"
นายสมัคร อ่องละออ" ประธานกลุ่มประมงพื้นบ้านหาดแสงเงิน ต.เนินพระ อ.เมือง จังหวัดระยอง กล่าวถึงโครงการบ้านปลากับเอสซีจีว่า ได้หารือร่วมกับเอสซีจีเพื่อฟื้นฟูสภาพสิ่งแวดล้อมในทะเลเนื่องจากมีการทำการประมงกันจำนวนมากจนทรัพยากรเหลือน้อย จนกระทั่งได้เริ่มโครงการบ้านปลาดังกล่าว แห่งแรก เมื่อปี 2554 โดยผลสำเร็จเริ่มจากการมีสัตว์น้ำไม่เพียงแค่ปลาเท่านั้นหากแต่ยังมีสัตว์ชนิดอื่นมาอาศัยอยู่ด้วย เช่นแพลงก์ตอน แม้กระทั่งมีปูมาวางไข่ นั่นเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าโครงการมีประโยชน์และวัสดุที่ใช้คือท่อ PE 100 มีความแข็งแรงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
"ปีแรก ๆ ของการรณรงค์ยังไม่เป็นที่ยอมรับหรือร่วมมือจากชาวประมง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีจนกระทั่งเริ่มเข้าใจ การอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะแลและมีความสามัคคี เข้มแข็งในที่สุด"
สำหรับโครงการบ้านปลาเอสซีจีริเริ่มขึ้นในปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลควบคู่ไปกับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชน การดำเนินธุรกิจในจังหวัดระยองทำให้เอสซีจีได้ใกล้ชิดกับชุมชนและเล็งเห็นถึงปัญหาปริมาณสัตว์น้ำที่ลดลง จึงได้ร่วมมือกับสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกลุ่มประมงพื้นบ้านจังหวัดระยอง จัดทำโครงการบ้านปลาเอสซีจีขึ้น
โดยเอสซีจีได้นำท่อ PE 100 ที่เหลือจากการขึ้นรูปสำหรับทดสอบเม็ดพลาสติกภายในโรงงานมาใช้ประกอบเป็นบ้านปลา ซึ่งเป็นแนวทางการใช้ Waste ให้เกิดประโยชน์ตามหลักการ Circular Economy โดยท่อ PE100 ดังกล่าวมีความแข็งแรง ทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่า 50 ปี และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน โครงการบ้านปลาเอสซีจีย่างเข้าสู่ปีที่ 7 และได้จัดวางบ้านปลาลงสู่ใต้ท้องทะเลไปแล้วกว่า 1,400 หลัง ในจังหวัดระยอง ชลบุรี และจันทบุรี เกิดเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลกว่า 35 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเครือข่ายกลุ่มประมงพื้นบ้านช่วยกันรักษาและดูแลให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์สำหรับเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำวัยอ่อนและวัยเจริญพันธุ์
นับตั้งแต่จัดวางบ้านปลาเป็นครั้งแรกในปี 2555 เอสซีจีได้ทำงานร่วมกับภาครัฐ กลุ่มประมงพื้นบ้านและนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมทางทะเลเพื่อศึกษาและติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยการสำรวจในเดือนธันวาคมปี 2560 พบว่าบริเวณชายฝั่งทะเลที่มีการจัดวางบ้านปลามีความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ก่อให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลกว่า 172 ชนิด ประกอบด้วยกลุ่มสัตว์น้ำเศรษฐกิจ กลุ่มปลาสวยงาม กลุ่มสัตว์น้ำวัยอ่อน กลุ่มสัตว์เกาะติด และกลุ่มแพลงก์ตอน



