ข่าว

ส.อ.ท.แนะคงภาษีนำเข้ารถ ปกป้องบริษัทที่ถูกกฎหมาย

ส.อ.ท.แนะคงภาษีนำเข้ารถ ปกป้องบริษัทที่ถูกกฎหมาย

26 มิ.ย. 2561

ส.อ.ท.แนะคงภาษีนำเข้ารถ ปกป้องบริษัทที่ถูกกฎหมาย

 

ส.อ.ท. ชี้ รัฐคงภาษีนำเข้ารถยนต์ 80% เผย หากลดภาษี จะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ พร้อมแนะยกเลิกนำเข้ารถบรรทุกเก่า เสี่ยงต่อความปลอดภัยของประชาชนและลดการเกิดสารมลพิษทางอากาศ

นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้นำเข้ารถยนต์อิสระที่พยายามผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐปรับลดภาษีนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูป ที่ปัจจุบันจัดเก็บภาษีศุลกากรอยู่ที่ 80% โดยอ้างว่าเพื่อเป็นทางเลือกใหม่และลดต้นทุนให้กับประชาชน

โดยในเรื่องนี้ กลุ่มผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลกระทบกับประเทศชาติหลายด้าน เช่น การสูญเสียต่อผู้บริโภค ผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มีการลงทุนสร้างและปรับปรุงเครือข่ายการซ่อมบำรุงรถยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับรองคุณภาพและรักษามาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าให้อยู่ในระดับสากล แต่รถที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระ มีความไม่แน่นอนด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังสูญเสียโอกาสการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย หากปริมาณการผลิตรถยนต์และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศลดลง หรือไม่มากพอ เนื่องมาจากการแทรกแซงตลาดโดยผู้นำเข้าอิสระที่อาศัยช่องทางการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน

ในส่วนของภาครัฐ ยังเกิดการสูญเสียรายได้ และผลกระทบของเศรษฐกิจที่ถูกบิดเบือน โดยจากผลสำรวจในปี 2555 รัฐบาลสูญเสียรายได้ในส่วนนี้ประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท จากการสำแดงราคาที่ต่ำเกินจริง และผลกระทบต่อ ผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม

“ในปัจุบัน มีบริษัทนำเข้ารถยนต์กว่า 100 ราย มียอดนำเข้าประมาณปีละ 1 หมื่นคัน ซึ่งหากรัฐบาลยอมลดภาษีนำเข้า ก็จะกระทบต่อผู้ผลิตภายในประเทศ และกลุ่มผู้นำเข้าและจำหน่ายอย่างเป็นทางการเป็นอย่างมาก จึงเห็นว่ารัฐบาลควรคงอัตราภาษีไว้ตามเดิมจะเหมาะสมที่สุด และยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศสูงกว่าการนำเข้า”

นายครรชิต กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐาลควรจะเพิ่มความเข้มงวดในการนำเข้ารถบรรทุกเก่า รถโดยสารเก่า รถหัวลากเก่า และโครงรถที่ใช้แล้ว โดย ส.อ.ท.มองว่า ไม่ควรอนุญาตให้มีการนำเข้ารถเก่าเหล่านี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถ และลดการเกิดสารมลพิษทางอากาศ ควรมีการกำหนดอายุของโครงรถบรรทุก โครงรถโดยสาร และโครงรถหัวลากเก่า รวมถึงการจัดทำมาตรฐานด้านต่างๆ สำหรับรถบรรทุก รถโดยสาร

“ขอให้ภาครัฐมีมาตรการห้ามจดทะเบียนรถบรรทุก รถโดยสาร และรถหัวลากที่ผลิตหรือประกอบมาจากโครงเก่าในประเทศ หรือโครงเก่านำเข้าจากต่างประเทศ และสนับสนุนให้เกิดการประกอบรถบรรทุกและรถโดยสาร ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ"

ที่มา  กรุงเทพธุรกิจ