
รองผู้ว่าฯรุดเยียวยาครอบครัวเหยื่อฆ่าหั่นศพ !!
สุดเศร้า !! บรรยากาศงานศพ "น้องเมย์" สาวถูกฆ่าหั่นศพ ครอบครัวเผยเตรียมฌาปนกิจ 28 มิ.ย.นี้ รองผู้ว่าฯร้อยเอ็ด-หลายภาคส่วนเข้าให้ความช่วยเหลือและเยียวยาเบื้องต้น
ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบติดตามความคืบหน้าฆ่าหั่นศพนางสาวลักษณา หรือ เมย์ อายุ 24 ปี ชาวร้อยเอ็ด หลังจากที่พ่อผู้ตายได้ไปรับศพกลับมาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านดงหัวเรือ ท่ามกลางญาติมิตรและชาวบ้านที่มาร่วมงานกันไม่มากนัก โดยตั้งศพอยู่ที่ศาลาวัดเพื่อการบำเพ็ญกุศล ก่อนที่ทำการฌาปนกิจต่อไป ในขณะที่พ่อแม่ น้องสาว อดีตแฟน พาลูกผู้ตายมาร่วมเคารพศพ และร่วมงานศพที่วัดในวันนี้ด้วย
ทางด้านนายแก้วมูล กำลังเก่ง พ่อของผู้ตาย ที่ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาบอกว่า การจัดงานศพทีแรกตั้งใจจะฌาปนกิจทันที เพราะคดีตายโหงลักษณะนี้จัดเก็บศพไว้นานไม่ได้ แต่จากการตกลงกันภายในครอบครัวสรุปว่าจะเก็บศพไว้ประกอบพิธีทางศาสนา แล้วจะฌาปนกิจในวันพฤหัสบดี ที่ 28 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้เนื่องจากต้องรอญาติทางไกลจากลำปางที่อยู่ไกลที่สุดอยากให้ได้มาร่วมงานของหลานเป็นครั้งสุดท้าย
ในขณะที่ความรู้สึกตอนนี้พูดอะไรไม่ออก เพราะลูกเสียชีวิตไปแล้ว และลูกสาวคือเสาหลักในการหาเงินมาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว ตอนนี้เท่ากับเสียกำลังสำคัญในการหาเลี้ยงครอบครัวไป ความสูญเสียนี้อยากให้ชดใช้ด้วยการประหารชีวิตผู้ก่อเหตุ อย่าเก็บไว้สร้างปัญหาให้ของสังคมต่อไป ติดคุกออกมาก็ยังมาก่อเหตุคนอื่นต่อไปอีก
ส่วนการให้ความช่วยเหลือเยียวยาอย่างไรนั้นยังไม่ทราบ ว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากใครบ้าง ถึงแม้จะมีการติดต่อมาแล้วจากบางส่วนราชการแต่ก็ยังไม่ได้ให้ความช่วยเหลือเงินทองแต่อย่างใด
ในขณะที่ นายกัณหา ยางสามัญ อายุ 62 ปี เพื่อนบ้านที่มาให้กำลังใจ กล่าวว่า รับไม่ได้กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะเป็นเหตุอุกฉกรรจ์เกินกว่าจะรับได้ ถ้าฆ่าตายแล้วทิ้งศพ ก็ไม่ว่า แต่ยังทำทารุณกรรมกับศพอย่างโหดร้ายผิดมนุษย์ ตนรู้สึกเสียใจกับความสูญเสียของครอบครัวนี้ เพราะผู้ตายก็คล้ายๆลูกหลานของตนคนหนึ่ง ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยากให้ใช้มาตรการสูงสุดในการจัดการกับฆาตกร หรือฆ่าให้ตายตกตามกันไปจึงจะสาสม เพราะออกมาก็อาจจะเป็นภัยต่อสังคมได้อีก และที่น่าเห็นใจที่สุดคือ ครอบครัวนี้อยู่ในเกณฑ์ยากจน หาเช้ากินค่ำ ต้องไปรับจ้างทางไกล เพราะการทำการเกษตรทำนาไม่ได้ผล การที่ครอบครัวนี้ขาดลูกสาวคนนี้ที่เป็นคนหาเงินเพียงคนเดียวมาเลี้ยงครอบครัวทุกคน เมื่อขาดเธอไปก็สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว
และต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 25 มิ.ย. 2561 นายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมด้วยนางเยาวดี พันธ์หินกอง ยุติธรรมจังหวัด และเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกันสังคมจังหวัด เดินทางลงพื้นที่ไปร่วมงานศพ เยี่ยมให้กำลังครอบครัวผู้สูญเสีย และเป็นตัวแทน กระทรวงพัฒนาสังคมความมั่นคงของมนุษย์มอบเงินเยียวยา เฉพาะหน้า 2,000 บาท เป็นเบื้องต้นตามระเบียบ ให้กับครอบครัวผู้สูญเสียก่อนพร้อมกับกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลในเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับการเยียวยาจากภาคส่วนราชการ รวมทั้งค่าทดแทนผู้เสียหายของสำนักงานยุติธรรมจังหวัด ซึ่งนอกจากให้เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ได้มาแจ้งสิทธิแล้ว ก็ให้เร่งยื่นคำร้องเตรียมเอกสารให้เรียบร้อยทุกประการ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ผลประโยชน์ของผู้เสียชีวิต
ทางด้านนางเยาวดี พันธุ์หินกอง ยุติธรรมจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า สำหรับในส่วนของกรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรมมีระเบียบของการคุ้มครอง ดูแลผู้เสียหายที่ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ทั้งด้านร่างกายและจิตใจที่ถูกทำร้าย อย่างเช่นกรณีนี้ ที่โหดเหี้ยมโหดร้าย ในลักษณะนี้มีระเบียบกำหนดไว้ 4 ส่วน ส่วนแรกคือค่าตอบแทนที่กำหนดไว้เป็นห้วงเวลาหลายช่วงด้วยกัน ในวงเงินตั้งแต่ 30,000 ถึง 10,000 บาท ส่วนกรณีเช่นรายนี้ มีการกำหนดไปแล้วว่าจะจ่ายเงินในส่วนแรกเป็นเงิน 50,000 บาท ค่าจัดการศพ 20,000 บาท และถ้าขาดผู้อุปการะเลี้ยงดู ซึ่งจะจ่ายได้ไม่เกิน 40,000 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะจ่ายให้เลย 40,000 บาท อย่างเช่นรายนี้ก็จะจ่ายเต็มจำนวน ซึ่งรวมแล้ว ประมาณ 110,000 บาท ซึ่งกระทรวงยุติธรรมจะจ่ายผ่านกรมคุ้มครองสิทธิ์ กระทรวงยุติธรรม จะพิจารณาจ่ายให้
ซึ่งการจ่ายเงินดังกล่าวนี้ ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบหลักฐาน เพื่อนำเข้าสู่ระบบการจ่ายเงิน ทางคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอนอาจจะล่าช้าไปบ้าง แต่ก็จะเร่งดำเนินการให้เป็นไปด้วยความรวดเร็ว น่าจะทันในงานฌาปนกิจศพ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากเราไม่ได้มอบเป็นเงินสด แต่จะโอนเงินดังกล่าวเข้าบัญชีของผู้เกี่ยวข้องและทายาทโดยตรง ซึ่งอย่างช้าจะไม่เกิน 1 เดือน
แต่อย่างไรก็ตามจะพยายามเร่งรัดให้มีการดำเนินการโอนเงินเข้ามาให้ความช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วกว่านั้น เพราะถือว่าเป็นเคสเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการ เชื่อว่าไม่น่าจะล่าช้า เพราะอยู่กับสารทุกอย่างครบถ้วน เรียบร้อยทั้งหมดแล้ว
ในขณะที่เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เดินทางลงไปมอบเงิน 2,000 บาทแรกให้กับครอบครัวผู้เสียหายกล่าวว่า ในส่วนแรกที่จ่ายเป็นเงิน 2,000 บาท 1 การให้ความช่วยเหลือฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังมีส่วนของ กลุ่มงานบ้านพักเด็ก และครอบครัวจังหวัดร้อยเอ็ด ยังจะมอบเงินเป็นเงินครอบครัวอุปถัมภ์ เป็นเงินเดือนละ 2,000 บาท จำนวน 6 เดือนติดต่อกัน นอกจากนี้ในส่วนของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ยังจะมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวเพิ่มขึ้นอีก 2,000 บาท และสำหรับเงินอุปถัมภ์ที่จ่ายเดือนละ 2,000 บาท หลังจากครบ 6 เดือนแล้ว จะมีการพิจารณาอีกครั้งว่าจะให้ต่อไปอีกหรือไม่ ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องดูจากสภาพครอบครัว และตามความเหมาะสมต่อไป



