
ผู้โดยสารแจ้งความรถไฟเรียกค่าเสียหายหยุดวิ่ง
ผู้โดยสารแจ้งความเรียกค่าเสียหาย รถไฟ ขณะที่ เลขาฯสหภาพฯชุมพร แฉผลตรวจขบวนหัวรถจักร ผ่านมาตรฐานไม่ถึงครึ่ง ล่าสุดทิ้งผู้โดยสารที่ชุมพรกว่า200ที่เดินทางกลับจากกทม.อีก
เมื่อเวลา 09.30 น.วันนี้(18 ต.ค.52) ที่ สภ.ละแม อ.ละแม จ.ชุมพร ได้มีผู้โดยสารรถที่เดินทางมากับขบวนรถไฟ ขบวนที่ 167 กรุงเทพฯกันตัง จำนวน 3 คน ซึ่งได้แก่ นายโชคดี ไชยทองคง บ้านเลขที่ 140 ม.9 ต.ชะอวด อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช นายสิรินธร ยิ้มฤทัย บ้านเลขที่ 235 ม.12 ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ และนายศิลป์ชัย วิริยะวังสกุล 11-2 ม.4 ต.คลองท่อม อ.คลองท่อม จ.กระบี่ ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.นพรัตน์ มาเมือง พงส.สภ.ละแม ร้อยเวร โดยผู้โดยสารทั้ง 3 คนได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เวลา 03.57 น.คืนวันที่ 18 ต.ค.52 ได้เดินทางมากับรถไฟขบวน 167 กรุงเทพฯ-กันตัง แต่พอมาถึสถานรถไฟละแม อ.ละแม จ.ชุมพร รถขบวนดังกล่าวได้หยุดวิ่ง ทำให้ไม่สามารถเดินทางต่อไปยังเป้าหมายได้ ทั้งที่ได้จ่ายเงินเต็มราคาไปแล้ว
นอกจากนี้ในช่วงเวลา 03.57 น.ถึง 09.00 น.ได้รับความความทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจ เนื่องจากมีผู้โดยสารจำนวนนับ 2,000 คนในขวนรถไฟดังกล่าว ต้องแย่งกันเข้าห้องน้ำ และไม่ได้รับการช่วยเหลือด้านอาหารการกินอย่างใดเลย ถึงแม้ภายหลังจะมีการนำรถบัสมาให้บริการส่งต่อผู้โดยสารก็ตาม ต่อมา ร.ต.ท.นพรัตน์ มาเมือง ร้อยเวร สภ.ละแมจึงได้แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินพร้อม ด.ต.อำนาจ ศรีวิลัย ทางไปยังสถานีรถไฟละแม ซึ่งพบมีผู้โดยสารตกค้างตามที่ผู้แจ้งความกล่าวอ้างจริง
ร.ต.ท.นพรัตน์ มาเมือง ร้อยเวร สภ.ละแม กล่าวว่า ภายหลังแจ้งความ ผู้โดยสารทั้ง 3 คนได้ขอสำเนาหลักฐานการแจ้งความด้วย โดยอ้างว่าจะนำบันทึกการแจ้งความไปเป็นหลักฐานฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการรถไฟตามกฎหมาย
หลังจากได้รับแจ้งว่า รถไฟหยดวิ่งและมีผู้โดยสารตกค้าง นายการันย์ ศุภกิจวิเลขการ ผวจ.ชุมพร ได้สั่งการให้ นายเอกรัฐ หลีเส็น นายอำเภอละแม นำรถบัส จำนวน 10 คัน เพื่อเข้าไปทยอยนำผู้โดยสารไปส่งยังจุดหมายปลายทาง แต่ ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร ต้องหารถเพิ่มเติมทำให้ผู้โดยสารส่วนหนึ่งต้องรอนานหลายชั่วโมง
นายอิศรา เกิดโสดศรี เลขาฯสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)สาขาชุมพร เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า สร.รฟท. ไม่ได้กำหนดให้ขบวนรถหยุด แต่เนื่องจาก ขบวนรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่มีความปลอดภัย และขณะนี้สมาชิกสหภาพถูกกดดันจากผู้บริหาร และออกคำสั่งให้เดินรถ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวจะขัดกับ ระเบียบของการรถไฟฯ ที่ระบุกว่า หากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ขอให้ซ่อมจนอยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน จึงจะนำรถออกให้บริการได้
นอกจากนี้ ตาม ข้อบังคับ และiะเบียบการเดินรถ พ.ศ.2549 หมวด 6 ข้อ 303 ที่ระบุว่าระบบ Vigilance เป็นระบบความปลอดภัยหลัก ไม่ใช้อุปกรณ์เสริมตามที่ผู้บริหารให้ข่าวทางสื่อมวลชน และถ้ามีระบบดังกล่าวอุบัติเหตุที่ที่เขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก็คงไม่เกิดขึ้น เลขาฯสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)สาขาชุมพร ยังได้นำเอกสารการตรวจ และแจ้งให้ดำเนินการซ่อมหัวรถจักรดีเซลราง ขบวนต่างๆที่วิ่งให้บริการในปัจจุบันหลายสิบขบวนมาเปิดเผยกับสื่อมวลชน
ส่วนใหญ่ไม่มีระบบ Vigilance หรือระบบเฝ้าระวังความปลอดภัยฉุกเฉิน นอกจากนี้ผลการตรวจอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยจำนวน 12 รายการ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ปรากฏว่า หัวรถจักรจำนวนมากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยไม่ถึงครึ่ง หัวรถจักรที่ตรวจไม่ผ่านส่วนใหญ่เป็นรถขบวนท้องถิ่นเกือบทั้งหมดและสาเหตุที่ทางควบคุมการเดินรถได้หยุดรถเมื่อวานที่ผ่านมา 4 ขบวนโดยกักไว้ที่ สถานีหลัสวน-ละท่าชนะ นั้นกักทำไม่แต่กลับโดนบาปว่าพักงานพขรไม่ทำงานทั้งๆที่เราพร้อมทำงาน และล่าสุกทราบว่าคนที่กักรถนั้นสั่งกักจากชุมพรชื่อนายสำราญ เชื่อมเตรียม เพราะไม่ต้องการให้รถเดินสาเหตุครั้งนี้มาจาก
“ผู้บริหารไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยชีวิตของผู้โดยสาร และพนักงาน และพยายามจะออกคำสั่งให้ออกรถทั้งๆที่อุปกรณ์ความปลอดภัยหลักไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ เรื่องนี้ สร.รฟท. ได้ทำหนังสือแจ้งไปยังคณะผู้บริหารแล้ว อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2545 ปี 2550 และปัจจุบัน แต่ไม่ได้ดำเนินการใดๆ”
ต่อมาในเวลา 15.15 น.สมาชิกสหภาพฯชุมพร ได้แจ้งว่ารถไฟขบวน 43 กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ที่ให้บริการในวันนี้(18 ต.ค.52) เป็นอีกขบวนหนึ่งที่อุปกรณ์ Vigilance ไม่สมบูรณ์ จึงได้แจ้งให้หยุดรถคันดังกล่าวไว้ที่ สถานีชุมพร ทำให้ผู้โดยสารกว่า 200 คนต้องติดค้างที่ จ.ชุมพรสร้างความเดือนร้อนกับประชาชนอย่างมาก โดยอ้างว่าจะให้รถตู้มารับผู้โดยสารไปส่งที่สุราฆร์ และต้องดำเนินทางโดยรถตู้โดยสารไปยัง จ.สุราษฎร์ธานีแทน
อาจารย์ราชภัฏสุราฏร์ธานีผู้โดยสารคนหนึ่งที่บอกว่าไม่ขอเปิดเผยชื่อที่ได้รับความเดือดร้อนจากการที่รถขบวน 43 หยุดวิ่งที่ชุมพรได้บอกว่า การทะเลาะกันระหว่างสหภาพกับผู้บริหารการรถไฟในครั้งนี้ทำความเดือดร้อนให้ประชาชนมาที่สุด ทั้งๆๆที่ก่อนเดินทางได้สอบถามแล้วว่าเดินถึงหรือเปล่า ทางรถไฟยืนยันว่าถึงปลายทางแต่กลับมาทำแบบนี้นี้ไม่ดีเลย และมาทราบว่ารถเดินทางไม่ถึงปลายทางที่หัวหิน และที่ทราบในรถขบวนนี้มีผู้โดยสารที่จะถุงปลายทาง กว่า 200คนมีทั้งคนป่วยและชาวต่างชาติจึงคิดว่าการรถไฟน่าจะมีการตั้งต้นการปฏิบัติใหม่ได้แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถขบวนนี้ 43 กทม.-สุราดออกจากต้นทางเวลา 08.00น.ถึงชุมพรประมาณ 14.15 เวลาปกติแต่วันนี้เดินทางถึงชุมพรเวลา 15.30น. โดยพนักงานขับรถชื่อนาย ทวีไยฤทธิ์ เมื่อนำรถมาถึงสถานีเก็บกระเดินลงจากรถไปเลยและบอกเพียงว่า นายสั่งให้หยุดวิ่งเพราะสภาพรถไม่สมบูร์ ระบบห้ามล้อฉุกเฉินไม่ทำงาน
บขส.ตรังสำรองรถ9คัน ขนผู้โดยสารเข้ากทม.
ที่สถานีรถไฟตรัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางสถานีรถไฟตรัง ได้ประกาศหยุดเดินรถไฟขบวนรถเร็วที่ 168 สายกันตัง-กรุงเทพฯ และขบวนรถด่วนที่ 84 ตรัง-กรุงเทพฯ ในวันนี้เป็นวันแรก เนื่องจากไม่สามารถเปิดให้บริการเดินรถได้ตามปกติ เพราะรถไฟสายใต้วิ่งมาจากกรุงเทพฯมาถึงปลายทางที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรอตรวจเช็คสภาพหัวรถจักร ส่งผลให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาว จ.ตรัง ที่จะเดินทางไป กรุงเทพฯ จำนวนมากโดยประชาชนที่ทราบข่าวบางส่วนต่างไม่พอใจ และทยอยกันนำตั๋วโดยสารมาคืนให้กับเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟตรัง ประมาณ 300 คนแล้ว ส่วนผู้ที่ไม่ทราบข่าวที่เดินทางมาจากต่างอำเภอก็มารอเก้อที่สถานีรถไฟจำนวนมาก
ด้านนายไสลเดช แสงพยัคฆ์ นายสถานีรถไฟตรัง กล่าวว่า วันนี้ได้สำรองรถทั้งรถทัวร์ รถตู้ และรถบัสจาก จ.สุราษฎร์ธานี มาขนถ่ายให้บริการประชาชนที่จองซื้อตั๋วโดยสาร ที่จะเดินทางไปขึ้นรถไฟที่ จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อเดินทางไปกรุงเทพฯในวันนี้ รวมแล้วกว่า 5 คัน ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และยืนยันว่าจะไม่มีผู้โดยสารคนใดตกค้างที่สถานีรถไฟตรังอย่างแน่นอน เพราะผู้โดยสารส่วนใหญ่จะคืนตั๋ว
ส่วนผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟสายกรุงเทพฯ-กันตัง ที่ถูกทิ้งที่สถานีรถไฟละแม จ.ชุมพร เมื่อช่วงเช้ามืด ประมาณ 40 คน ที่เดินทางมากับรถทัวร์ของ จ.สุราษฎร์ธานี ก็มาถึงที่ จ.ตรัง เรียบร้อยแล้ว ในสภาพเหนื่อยล้าและอิดโรย โดยทางสถานีรถไฟตรัง ได้สำรองรถตู้โดยสารสายตรัง-หาดยาว ไว้บริการแก่ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปยัง อ.กันตังแล้ว
นายประพล วิระพรสวรรค์ นายกสโมสรโรตารีตรัง กล่าวว่า จากการที่รถไฟสายใต้หยุดเดินรถ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อประชาชนทั่วไปแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อการจัดค่ายโครงการอบรมเยาวชนผู้นำไรล่า ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างโรตารีภาค 3330 โรตารี่สากล ได้จัดส่งเยาวชนผู้นำของทุกจังหวัด จาก 76 สโมสร จำนวน 400 คน เพื่อเดินทางมาอบรมที่มหาวิทยาลับราชภัฎสายดุสิต ศูนย์ตรัง ระหว่างวันที่ 19-23 ต.ค.ด้วย โดยในจำนวนนี้มีเยาวชนจากภาคกลางและภาคใต้ตอนบน จำนวน 130 คน ที่จองตั๋วโดยสารรถไฟล่วงหน้า ไม่สามารถเดินทางมาร่วมการอบรมครั้งนี้ได้ ซึ่งขณะนี้ทางสโมสรโรตารี ได้ประสานเปลี่ยนไปใช้บริการรถทัวร์แล้ว แต่ก็ยังกังวลว่า หลังเสร็จสิ้นการอบรม รถไฟจะเปิดให้บริการเดินรถตามปกติหรือไม่ ซึ่งคงต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป
ขณะที่น.ส.พรพิมล กลิ่นหอม นายสถานีเดินรถบริษัทขนส่งตรัง กล่าวว่า ตั้งแต่ช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ทาง บขส.ตรัง ได้สำรองรถทัวร์สารเพิ่มอีก 2 คัน ซึ่งเป็นรถเสริมที่วิ่งระหว่าง ภูเก็ต-กรุงเทพฯ เป็นรถสองชั้น รวมทั้งของบขส.เองอีก 7 คัน รวมเป็น 9 คัน เพื่อรองรับประชาชนที่จะเดินทางไป กทม. ซึ่งคาดว่าน่าจะเพียงพอต่อความต้องการ และไม่มีผู้โดยสารตกค้าง เนื่องจากในช่วงดังกล่าว หลังจากที่การรถไฟหยุดเดินรถ ทำให้ผู้โดสารส่วนใหญ่เปลี่ยนแผนที่จะเดินทาง จึงทำให้ไม่มีปัญหามากนัก



