ข่าว

โสภณถามหาจรรยาบรรณพนง.รถไฟ

โสภณถามหาจรรยาบรรณพนง.รถไฟ

19 ต.ค. 2552

รถไฟป่วนไม่หยุด 25 ขบวนล่องใต้ลอยแพผู้โดยสารหลายพันชีวิต ที่สถานีตรัง-สุราษฎร์ฯ-ชุมพร ชาวบ้านโวยทำเดือดร้อน ขึ้นโรงพักแจ้งความทำเสียเงิน-เสียเวลา บอร์ด ร.ฟ.ท.จี้เดินรถ "อภิสิทธิ์" ลั่นปฏิรูปครั้งใหญ่รถไฟ คาดเข้าไม่เกิน 3 สัปดาห์ชงเข้า ครม.

หลังจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ประกาศหยุดเดินรถหลายสิบขบวนโดยเฉพาะเส้นทางในภาคใต้และอีสาน ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยอ้างว่าหัวรถจักรและอุปกรณ์ต่างๆ ชำรุดไปพร้อมใช้งาน จึงหยุดซ่อมบำรุงเพื่อความปลอดภัยของประชาชน และกดดันให้นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย ลาออกนั้น

 เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถไฟสายใต้ที่ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง 12 ขบวน ได้หยุดรถกะทันหันที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี ทำให้ผู้โดยสารหลายพันคนเดือดร้อน เพราะยังไม่ถึงจุดหมาย ส่วนใหญ่แสดงท่าทีไม่พอใจที่ไม่แจ้งเตือนล่วงหน้า ต่อมาเจ้าหน้าที่การรถไฟฯ จ้างรถบัสปรับอากาศคันละ 1.6 หมื่นบาท นำผู้โดยสารไปส่งยังจังหวัดต่างๆ ซึ่งมีปลายทางที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นอกจากนี้ยังมีรถตู้ของเอกชนบริการสำหรับคิดค่าโดยสารคนละ 550 บาท

 ส่วนนักศึกษาชั้นปีที่ 1-4 จำนวน 37 คน จากชมรมอาสาพัฒนา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พร้อมสัมภาระจำนวนมากซึ่งโดยสารรถไฟเพื่อไปเข้าค่ายที่หมู่บ้านคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ต้องเสียเวลารอรถยนต์โดยไม่รู้ว่าจะเดินทางถึงจุดหมายเมื่อใด

 แกนนำนักศึกษากลุ่มนี้ กล่าวว่า การปล่อยผู้โดยสารทิ้งแบบนี้ไม่ถูกต้อง ผู้บริหารการรถไฟฯ น่าจะแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ทั้งนี้ฝากไปยังรัฐบาลให้ช่วยเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน

 เช่นเดียวกับนายประยูร ทองวัฑะ ผู้โดยสารอีกราย เดินทางมาพร้อมภรรยาและลูก 3 คน จะไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส กล่าวว่า สหภาพทำเหมือนจับผู้โดยสารเป็นตัวประกันเพื่อต่อรองกับผู้บริหารการรถไฟฯ แบบนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากเดือดร้อน

 "ถ้าจะหยุดเดินรถต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ไม่ใช่ทำแบบนี้ ทำให้เสียเวลา ที่สำคัญการเปลี่ยนรถต้องขนถ่ายสัมภาระ กว่าจะไปถึงจุดหมายต้องเสียเวลาอีก อย่างผมจะต้องไปค้างที่หาดใหญ่อีก 1 คืน เพราะบ้านอยู่พื้นที่สีแดงเลย 6 โมงเย็นไปแล้วเข้าบ้านไม่ได้ ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งทุกคนที่จะไปพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องเสียเวลาและเสี่ยงต่อการเดินทางด้วย" นายประยูรกล่าว

 ในช่วงเช้าวันเดียวกัน รถไฟขบวนที่ 167 กรุงเทพฯ-กันตัง หยุดเดินรถที่สถานีรถไฟละแม จ.ชุมพร สร้างความเดือดร้อนให้ผู้โดยสารประมาณ 600 คน เบื้องต้นนายเอกรัฐ หลีเส็น นายอำเภอละแม สั่งการให้นำรถบัส 30 คัน ทยอยส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทางแล้ว

 นายการันย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร กล่าวถึงสาเหตุการหยุดเดินรถที่สถานีละแมว่า พนักงานขับรถไฟอ้างว่าได้รับแจ้งว่ามีการประท้วงที่สถานีรถไฟหาดใหญ่ และอีกหลายสถานีในภาคใต้ จึงไม่กล้านำผู้โดยสารไปยังจุดดังกล่าว เพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย

 ด้านนายธนิต เพชรอินทร์ ประธานชมรมสันทนาการ นักศึกษาปีที่ 4 คณะสังคมศาสตร์มานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ชมรมนักศึกษากว่า 100 คน จะไปออกค่ายบำเพ็ญประโยชน์ที่ จ.นครศรีธรรมราช แต่ต้องมาเสียเวลาอยู่ที่สถานีละแม

 “ก่อนออกเดินทาง เราได้สอบถามเจ้าหน้าที่ที่สถานีรถไฟหัวลำโพงแล้ว ได้รับคำยืนยันว่าไม่มีการหยุดเดินรถไฟแน่นอน แต่เมื่อเดินทางมาก็เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ทำให้เสียเวลา ผู้โดยสารหลายคนก็ได้รับความเสียหาย" นายธนิต กล่าว

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ผู้โดยสารส่วนใหญ่ไม่สามารถหาซื้ออาหารรับประทานได้ เนื่องจากเป็นวันหยุด ร้านอาหารในพื้นที่ อ.ละแม ปิดร้าน ทำให้เด็กๆ หลายสิบคน ร้องไห้กระจองอแง ท่ามกลางเสียงก่นด่าของผู้โดยสารดังลั่นสถานี ส่วนที่สถานีรถไฟหลังสวน จ.ชุมพร รถไฟขบวนรถด่วนกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช จอดทิ้งผู้โดยสารกว่า 2,000 คน

 ต่อมาเวลา 09.30 น. ที่ สภ.ละแม ผู้โดยสารที่เดินทางมากับรถไฟขบวนที่ 167 กรุงเทพฯ-กันตัง 3 คน คือ นายโชคดี ไชยทองคง ชาวนครศรีธรรมราช นายสิรินธร ยิ้มฤทัย ชาวเชียงใหม่ และนายศิลป์ชัย วิริยะวังสกุล ชาวกระบี่ เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ท.นพรัตน์ มาเมือง พนักงานสอบสวน สภ.ละแม

 ทั้ง 3 คน ระบุว่า การหยุดให้บริการอย่างกะทันหันของรถไฟขบวนดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถเดินทางต่อไปยังจุดหมายได้ทั้งที่ได้จ่ายเงินเต็มราคาไปแล้ว นอกจากนี้ช่วงเวลา 03.57-09.00 น. ได้รับความทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจ เนื่องจากผู้โดยสารประมาณ 2,000 คน แย่งกันเข้าห้องน้ำ และไม่ได้รับการช่วยเหลือเรื่องอาหาร แม้ภายหลังจะมีการนำรถบัสมาให้บริการก็ตาม

 ร.ต.ท.นพรัตน์ กล่าวว่า ผู้โดยสารทั้ง 3 คนได้ขอสำเนาหลักฐานการแจ้งความ เพื่อจะนำไปเป็นหลักฐานฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากการรถไฟฯ ต่อไป

 ด้านนายอิศรา เกิดโสดศรี เลขานุการ สร.รฟท. สาขาชุมพร กล่าวว่า ไม่ได้กำหนดให้ขบวนรถหยุด แต่เนื่องจากขบวนรถไม่ได้อยู่ในสภาพที่มีความปลอดภัย ขณะนี้สมาชิกสหภาพถูกกดดันจากผู้บริหารและออกคำสั่งให้เดินรถ ซึ่งคำสั่งดังกล่าวขัดต่อระเบียบของการรถไฟฯ ที่ระบุกว่าหากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ขอให้ซ่อมจนอยู่ในสภาพที่พร้อมทำงาน จึงจะนำรถออกให้บริการได้

 ส่วนอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หนึ่งในผู้โดยสารรถไฟขบวน 43 ซึ่งหยุดวิ่งที่ชุมพร กล่าวว่า ความขัดแย้งระหว่างสหภาพกับผู้บริหารการรถไฟฯ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนมาก ทั้งที่ก่อนเดินทางได้สอบถามแล้ว เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ารถวิ่งตามปกติ ซึ่งในรถขบวนนี้มีผู้โดยสารกว่า 200 คน ทั้งคนป่วยและชาวต่างชาติ คิดว่าการรถไฟฯ น่าจะมีการปฏิวัติระบบได้แล้ว

 ส่วนที่สถานีรถไฟตรัง ขบวนรถเร็วที่ 168 กันตัง-กรุงเทพฯ และขบวนรถด่วนที่ 84 ตรัง-กรุงเทพฯ ไม่สามารถให้บริการตามปกติส่งผลให้ประชาชนเดือดร้อนประมาณ 2,000 คน โดยเจ้าหน้าที่ประกาศว่าผู้ใดประสงค์จะเดินทางไปยังกรุงเทพฯ ทางสถานีได้จัดรถบัสไว้บริการ 10 คัน เพื่อนำผู้โดยสารไปยังสถานีสุราษฎร์ธานีแล้วไปต่อรถไฟขบวนอื่น ทั้งนี้หากงดเดินทางสามารถนำตั๋วไปคืนเงินได้ 100% หรือจะเลื่อนวันเดินทางก็ได้ ขณะที่หลายคนเปลี่ยนไปใช้บริการรถทัวร์ หรือเครื่องบินแทน

 เจ้าหน้าที่สถานีรถไฟตรัง ระบุอีกว่า วันที่ 19 ตุลาคมนี้ ขบวนรถเร็วที่ 167 กรุงเทพฯ-กันตัง จะมาถึงในเวลาประมาณ 10.00 น. ต้องงดให้บริการไม่มีกำหนด ส่วนขบวนรถด่วนที่ 83 กรุงเทพฯ-ตรัง ซึ่งจะมาถึงเวลาประมาณ 08.00 น. ต้องรอผลการประชุมของสหภาพอีกครั้ง

 ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" กล่าวถึงปัญหาการหยุดเดินรถไฟในบางเส้นทางว่า หลังจากมีการประกาศหยุดเดินรถไฟเกิดขึ้น ตนได้ประสานงานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างต่อเนื่อง ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากพนักงานบางส่วนได้ลางานพร้อมกันอาจจะ 20 หรือ 30 คน ซึ่งต้องไปดูระเบียบ ตนตั้งข้อสงสัยไปว่า การลา โดยเฉพาะเป็นการลากิจไม่ต้องบอกล่วงหน้า แล้วต้องอนุมัติเสมอไปหรือไม่ เพราะตรงนี้เป็นเรื่องที่ผู้บริหารจะต้องคุมไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบริการ

 "รัฐบาลกำลังจะดูแผนในเรื่องของรถไฟทั้งหมด เพราะเดิมจะเอาเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่กระทรวงคมนาคมขอทำข้อมูลเพิ่มเติม ดังนั้นภายใน 2-3 สัปดาห์ จะนำกลับเข้าที่ประชุม ครม.ใหม่ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่เหมือนกัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 ด้านนายกริช ษฤงชัยธวัช วิศวกรใหญ่ฝ่ายช่างกล การรถไฟฯ กล่าวว่า วันนี้ (18 ต.ค.) มีพนักงานขับรถและช่างเครื่องลาหยุดงานใน 2 ชุมทางใหญ่ ได้แก่ ชุมทางปากน้ำโพ พนักงานขับรถลา 25 คน ฝ่ายช่างเครื่องลา 30 คน คิดเป็นร้อยละ 35 ส่วนที่ชุมทางหาดใหญ่ มีพนักงานขับรถลา 40 คน ช่างเครื่อง 36 คน คิดเป็นร้อยละ 75 ส่งผลให้ขบวนรถไฟไม่สามารถเดินรถได้ตามปกติ 25 ขบวน แบ่งเป็นรถบริการเชิงพาณิชย์ 14 ขบวน และรถไฟเชิงสังคม 11 ขบวน

 ส่วนการแก้ไขปัญหานั้น นายกริช กล่าวว่า การรถไฟฯ ได้จัดเจ้าหน้าที่บริหารลงพื้นที่ เพื่อให้ตรวจสภาพความพร้อมหัวรถจักรและเปลี่ยนช่างเครื่องจากพื้นที่อื่นๆ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่แทน อย่างไรก็ตามยังไม่สามรถคาดเดาได้ว่าในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ จะมีการลาหยุดของพนักงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งจะส่งผลกระทบการเดินรถมากน้อยแค่ไหนด้วย

 นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธาน สร.รฟท. กล่าวว่า พนักงานขับหัวรถจักร การรถไฟฯ ยังยืนยันว่า รัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมและผู้บริหารการรถไฟฯ จะต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาความปลอดภัยของหัวรถจักร เนื่องจากขณะนี้หัวรถจักรที่มีอยู่ 196 หัว หรือสัดส่วนร้อยละ 80-90 มีสภาพไม่ปลอดภัยในการนำให้บริการ ซึ่งพนักงานฝ่ายช่างพยายามซ่อมหัวรถจักรและนำออกมาให้บริการ แต่ก็ยังมีอีกประมาณกว่า 10 หัวที่ไม่สามารถนำให้บริการได้ เนื่องจากขาดอะไหล่ที่จะนำมาซ่อมบำรุง หากนำหัวรถจักรออกไปใช้จะต้องมีความระมัดระวังยิ่งขึ้น

 นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในการรถไฟฯ ว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมทำแผนพัฒนาปรับปรุงการรถไฟฯ ทั้งระบบ โดยมีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลแบบบูรณาการเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่เมื่อออกมาเรียกร้อง หรือเกิดปัญหาแต่ละครั้งแล้วเข้ามาแก้ปัญหา คาดว่าภายใน 3 สัปดาห์ จะนำแผนพัฒนาการรถไฟฯ เสนอให้ ครม.พิจารณาได้

 ส่วนกรณีที่พนักงานการรถไฟฯ ยื่นลาหยุดพร้อมกันจำนวนมากนั้น นายโสภณ กล่าวว่า แม้พนักงานมีสิทธิลาหยุด แต่หากทำให้เกิดปัญหาและความเดือดร้อนก็ต้องมาพิจารณากันถึงเหตุผลที่แท้จริง ผู้ที่มีอำนาจในการอนุมัติให้ลาหยุดเป็นใคร ต้องดูให้สมเหตุสมผลและเป็นการดำเนินการตามกฎระเบียบ ซึ่งนอกเหนือจากกฎระเบียบแล้วพนักงานก็ต้องมีจรรยาบรรณด้วย เพราะเรื่องนี้สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมาก
 
 “กำลังหาหัวรถจักรใหม่ให้ โดยจัดสรรเงินจากงบไทยเข้มแข็ง แต่มันต้องใช้เวลาเป็นไปตามกระบวนการ ไม่ใช่จะได้เลยในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ส่วนการเรียกร้องให้ปลดผู้ว่าการการรถไฟฯ ก็ต้องดูไปตามกฎหมายและกฎระเบียบ ว่าได้ทำผิดอะไร ไม่ใช่นึกอยากปลดก็ปลดได้ ซึ่งผมไม่มีข้อตกลงอะไร” นายโสภณ กล่าว

 ด้านนายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก และในฐานะกรรมการบริหารการรถไฟฯ (บอร์ดการรถไฟ) แถลงการติดตามปัญหาของการรถไฟฯ ว่า ในต้นสัปดาห์นี้บอร์ดการรถไฟฯ จะเรียกประชุม เพื่อกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ปัญหาจบโดยเร็ว เบื้องต้นอยากให้พนักงานหยุดงานกลับเข้ามาทำงาน และอยากให้คิดว่าการหยุดงานนอกจากสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนแล้ว ยังทำให้องค์กรตกต่ำลงทุกวัน หากประชาชนขาดความเชื่อมั่นไม่ใช้บริการในอนาคตการรถไฟฯ ก็อยู่ไม่ได้ ซึ่งจะกระทบต่อพนักงานทุกคน

 “พนักงานควรนึกถึงองค์กรที่ชุบเลี้ยง และไม่ทำให้องค์กรต้องเสียหายไปมากกว่านี้ ส่วนการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนเบื้องต้น ขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกและบริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. นำรถโดยสารเข้ามาทดแทน เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน หากประชาชนที่จะเดินทางไม่ได้รับความสะดวก แจ้งได้ที่สายด่วน 1584 ของกรมการขนส่งทางบกได้ตลอด 24 ชั่วโมง" นายชัยรัตน์ กล่าว