
นำตัวมือยิง 'เสี่ยสด' ทำแผน!!
คุมตัวคนร้ายยิงเสี่ยสด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เมียคนตายเผยดีใจที่ตำรวจทำงานรวดเร็ว หลังงานศพจะย้ายออกจากบ้านหลังเกิดเหตุเพื่อความสบายใจ
ตำรวจนำตัวคนร้ายยิงเสี่ยสด ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังตำรวจตามจับกุมได้ ขณะหนีกบดานจังหวัดสุราษฎร์ธานี คนขับรถยังหลบหนี นำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดหลังสวน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.61 ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร และ มทบ.45 ร่วมสอบสวนเพิ่มเติมและนำตัว นายวิเชียร เกิดเกาะกลาง อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85 ม.9 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี มือปืนก่อเหตุยิง นายวสันต์ แก้วชลคราม หรือ เสี่ยสด , นายวัชรินทร์ โสมกลิ่น อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/6 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี คนจัดหามือปืน และ นายบัณฑิต หมั่นไชย อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184/3 ม.1 ต.ท่าเคย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ผู้จ้างวาน พร้อมของกลาง เป็นรถยนต์โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กจ 4968 ตรัง ที่ใช้ในการก่อเหตุ รถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ทะเบียน กษ 8508 สุราษฎร์ธานี รถที่ผู้จ้างวานนำมือปืนไปดูเป้าหมายและใช้ในการนำเงินค่าจ้างวานไปให้มือปืน รวมถึงยึดอาวุธปืนสั้นขนาด 9 มม. 1 กระบอก กระสุน 9 นัด โทรศัพท์มือถือ กางเกง รองเท้า สร้อยข้อ นาฬิกาที่มือปืนใส่ในวันก่อเหตุ มาแถลงผลการจับกุม กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ต่อมาเมื่อช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนายวิเชียร เกิดเกาะกลาง มือปืน มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ
โดยจุดแรก บริเวณห้องพักในโรงแรมเหมือนฝันรีสอร์ท ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนสายเขาปี-เขาทะลุ ซึ่งเป็นจุดที่นายวิเชียร พร้อมนายสรรชัย จันทร์ทอง อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 79/1 ม.7 ต.ปากดอนสัก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างกำลังหลบหนี โดยผู้ต้องหาทั้งสองได้เข้ามาเช่าพักในเวลา 22.00 น.วันที่ 17 มิ.ย.61 โดยเข้าพักในห้องเลขที่ 16 และได้แจ้งออกในเวลา 06.00 น.ของเช้าวันที่ 18 มิ.ย.61
จุดที่สอง ซึ่งห่างจากโรงแรมที่สองผู้ต้องหาเข้าพัก ประมาณ 20 กิโลเมตร โดยทั้งสองได้นำรถยนต์คันที่ก่อเหตุมาจอดที่หน้าร้านขายของชำ ซึงเป็นบ้านผู้ใหญ่บ้าน ก่อนจะเดินมาทำทีขอซื้อบุหรี่ แล้วนั่งรออยู่หน้าร้าน จน เสี่ยสด หรือนายวสันต์ ได้ขับรถยนต์กลับจากไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน และกำลังเลี้ยวเข้าในซอยตรงข้ามที่ทั้งสองเฝ้าอยู่ ก่อนจะลุกขึ้นไปแล้วขับรถตามไปยังบ้านเหยื่อ
จุดที่สาม ซึ่งเป็นบ้านของคนตาย หลังจากที่นายวสันต์ ได้ขับรถเข้าไปจอดในโรงรถข้างบ้าน คนร้ายได้ขับรถตามมาติดๆ โดยนายวิเชียร มือปืน ได้ทำทีว่าเป็นคนของบริษัทไฟแนนซ์ นำเอกสารมาคุยกับนายวสันต์ หรือเสี่ยสด คนตาย โดยพยายามพูดคุยอ้างว่ารถคันนี้เปลี่ยนป้ายหรือเปล่า จนสบโอกาส คนร้ายได้ชักอาวุธปืนที่เตรียมมาชักออกจากเอว จ่อยิงในระยะ 1 เมตร 2 นัด ทำให้นายวสันต์ ล้มลง ก่อนจะตามไปยิงซ้ำอีก 1 นัด แล้วเดินขึ้นรถ ขับหลบหนีไป
หลังจากที่ทำแผนเป็นที่เรียบร้อย ทางนางสาวปรัชญาณี สะทองเลือน ภรรยาผู้ตาย ได้กล่าวด้วยความดีใจที่การทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมกลุ่มคนร้ายได้ยกแก๊ง ซึ่งก็เป็นไปตามที่ตนเองได้คาดคิดว่า คนที่บงการสังหารในครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใคร ก็คือญาติผู้ใหญ่ที่ฟ้องร้องต้องการมรดกจากสามีตน และหลังจากที่เผาศพสามีในวันพรุ่งนี้ ตนเองก็จะออกจากบ้านหลังดังกล่าว เพื่อความสบายใจ และให้เป็นไปตามกฎหมาย ไม่ต้องมาระแวงกันอีก ซึ่งตนก็ไม่ได้หวังจะแย่งชิงมรดกกับใคร เพราะที่ทางของตนเองก็มีมากพอที่จะหาเลี้ยงชีพได้ไม่ขัดสน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการทำแผนประกอบคำรับสารภาพในครั้งนี้ ได้มีประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ได้เดินทางมาเฝ้าดูการทำแผนตลอด
และเมื่อเวลา 15.00 น. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาสัก ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสาม นำตัวไปฝากขังยังศาลจังหวัดหลังสวน



