ข่าว

รวบ 2 หนุ่มอ้างเป็นตำรวจ 'ยัดยา-รีดทรัพย์'

รวบ 2 หนุ่มอ้างเป็นตำรวจ 'ยัดยา-รีดทรัพย์'

22 มิ.ย. 2561

ตำรวจสุทธิสาร รวบ 2 ผู้ต้องหาอ้างเป็นตำรวจขอตรวจค้นยาเสพติดก่อนยัดยาและกรรโชกทรัพย์เงินสด 1.2 หมื่นบาท

 

               ตร.รวบ 2 ผตห.พูดคุยกับเหยื่อจนนัดพบผ่านเเอพดัง!! ก่อนอ้างเป็นตำรวจสืบล็อคตัว ผสห. บังคับเอาเงิน 12,000 บาท เร่งล่าตัวเพิ่มอีกราย เจ้าตัวอ้าง!! ทำมาเเล้ว 3 ครั้ง

 

               เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2561 ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.สมพงษ์  ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.ภพกฤต เปลี่ยนเพ็ง รองผกก.สส. สน.สุทธิสาร และตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ร่วมกันจับกุม นายธิติพันธ์ หรือ เฮียหมา มานะสัมพันธ์สกุล อายุ 45 ปี นายเอกลักษณ์ ทองโสภณ อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1365-1366/2561 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2561 หลังมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ว่า มีกลุ่มชายไทยแอบอ้างเป็นตำรวจเข้าไปตรวจค้นจับกุมและยัดยาเสพติด พร้อมของกลางกุญแจมือ 2 คู่ วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง โดยจับกุมได้ที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซ.รุ่งเรือง แขวงสามเสนนอก เขตห้วงขวาง กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เวลา 11.30 น. 

 

               พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ว่า ผู้เสียหายเพิ่งกลับมาจากทำงานที่ต่างประเทศได้ 2 วัน จึงโหลดแอพพลิเคชั่น ฮอร์เน็ท (Hornet) ซึ่งเป็นแอพหาคู่หรือหาเพื่อนคุยมาเล่น โดยแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะเน้นเฉพาะกลุ่มเกย์ ทั้งนี้หากอยู่บริเวณใกล้เคียงกันก็สามารถที่จะทักแชทไปเพื่อพูดคุยหรือนัดเจอได้

 

 

รวบ 2 หนุ่มอ้างเป็นตำรวจ 'ยัดยา-รีดทรัพย์'

 

 

               เมื่อโหลดแอพฯ แล้วได้เจอกับชายคนหนึ่ง หน้าตาค่อนข้างดี จึงทักแชทไปพูดคุยแล้วนัดพบที่แมนชั่นแห่งหนึ่ง ซ.รุ่งเรือง แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ ในช่วงเวลา 17.00 น. จากนั้นได้ถูกกลุ่มบุคคลแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ขอตรวจค้นยาเสพติดและได้กรรโชกทรัพย์เป็นเงินสดจำนวน 12,000 บาท เมื่อได้รับแจ้งเจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบว่าผู้กระทำผิดมี 3 ราย ประกอบด้วย นายเอกลักษณ์ และนายธิติพันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมแล้ว ส่วนนายเอกราช หรืออ้อม ช่อนาค อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1364/2561 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2561 ไหวตัวทันอยู่ระหว่างการหลบหนี

 

 

รวบ 2 หนุ่มอ้างเป็นตำรวจ 'ยัดยา-รีดทรัพย์'

 

 

               พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวอีกด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกรรโชกทรัพย์สินจากผู้เสียหายจริง โดยทำมาแล้ว 3 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ ถ้าผู้เสียหายรายใดเคยโดนกระทำในลักษณะดังกล่าวขอให้มาดูตัวได้ที่ สน.สุทธิสาร และยังรับอีกว่านำเงินที่กรรโชกทรัพย์มาได้ไปใช้ ซื้อยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบหาสารเสพติดผู้ต้องหา พบว่ามีปัสสาวะสีม่วงทั้ง 2 ราย

 

               นอกจากนี้จากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการปลอมบัตรตำรวจ แต่มีการแต่งกายคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบ ประกอบกับมีวิทยุสื่อสารและพกกุญแจมือ พร้อมแสดงตนเป็นตำรวจขอตรวจค้นหายาเสพติดและสารเสพติด จึงทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นตำรวจ ทั้งนี้ผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยนายเอกลักษณ์ ทำหน้าที่ในการเจรจาต่อรอง ส่วนนายธิติพันธ์ ทำหน้าที่ขับรถและคุมเชิง ส่วนนายเอกราช ที่ยังหลบหนี ทำหน้าที่เป็นคนคุมเชิง โดยผู้ต้องหาพยายามข่มขู่ผู้เสียหายโดยเรียกเงิน 50,000 บาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว ผู้เสียหายได้เจรจาต่อรองเหลือ 15,000 บาท จึงพาผู้เสียหายไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าแฟมิลี่มาร์ท แต่กดเงินได้ 12,000 บาท

 

 

รวบ 2 หนุ่มอ้างเป็นตำรวจ 'ยัดยา-รีดทรัพย์'

 

 

               พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวอีกด้วยว่า อยากเตือนว่าหากพบเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ขอเข้าตรวจค้นจะต้องแสดงบัตรทางราชการออกให้ หากจะเข้าค้นในเคหะสถาน จะต้องมีหมายศาลเท่านั้นถึงจะทำการตรวจค้นได้ หรือถ้าไม่แน่ใจให้โทรหา 191

 

               เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันกรรโชกทรัพย์ , ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและเสรีภาพของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่นจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นจำยอมต่อสิ่งนั้น , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำการด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น ก่อนนำตัวส่ง พงส.สน.สุทธิสาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป