
อภิสิทธิ์ชี้ธุรกิจขายตรงมีอนาคตรุ่งแม้ศก.วิกฤติ
"นายกฯ"ชี้ธุรกิจขายตรงมีอนาคตรุ่ง แม้ประเทศประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แนะมือขายมือทองให้คำนึงถึงจรรยาบรรณ คุณธรรม และมาตรฐานสินค้า เตือนอย่าหลอกปชช.
(18ต.ค.) ที่ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันเกียรติยศนักขายตรงไทยประจำปี 2552 " และปาฐกถาพิเศษ "เศรษฐกิจสร้างสรรค์กับการขายตรง" ตอนหนึ่งว่า ธุรกิจขายตรงถือเป็นอีกธุรกิจที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นสีสันของระบบธุรกิจโลก โดยเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการซื้อ และประกอบกิจการของตัวเอง
ขณะนี้ธุรกิจขายตรงมีการขยายตัวอย่างมาก โดยในไทยคิดเป็นมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาท โดยธุรกิจขายตรงสามารถกระจายสินค้า และสร้างความมั่นคงให้ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ในขณะที่ประเทศไทย กำลังประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ก็ยังมีคนเข้ามาประกอบธุรกิจขายตรงถึง 20% ดังนั้น ตนคิดว่าธุรกิจนี้ยังมีทิศทางเป็นบวก และเป็นทางเลือกที่สำคัญ โดยในมุมมองของตนเห็นว่า ธุรกิจนี้ ได้สร้างโอกาส สร้างงานและรายได้ให้คนในสังคมโดยไม่ต้องลงทุน และลดความเสี่ยงโดยระบบขายตรงยังมีศักยภาพ เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว ธุรกิจนี้สามารถสร้างเม็ดเงินให้ประเทศได้เป็นอย่างมาก จึงหวังว่าสมาคมขายตรงจะสางเสริมให้ธุรกิจนี้มีศักยภาพต่อไป และต้องดูแลประสิทธิภาพและคุณภาพของการประกอบธุรกิจ
นายกฯ กล่าวต่อว่า ปัญหาอย่างหนึ่งของธุรกิจนี้ คือภาพลักษณ์ และการมีธุรกิจแอบแฝง ดังนั้นจึงต้องระวังเรื่องการขายสินค้าที่อวดอ้างสรรพคุณเกินจริง ราคาแพงเกินจริง และบางรายเน้นสร้างรายได้ โดยการสร้างเครือข่ายมากกว่า คุณภาพของสินค้า ยิ่งถ้าเป็นรูปแบบการหลอกลวงก็จะยิ่งบั่นทอนธุรกิจนี้ลงไป และถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมี สคบ.ดูแลอยู่ อย่างไรก็ตาม ถือว่าในทุกวงการการจะทำให้เติบโต คือต้องมีจรรยาบรรณ คุณธรรม และมาตรฐาน จึงหวังว่า ธุรกิจขายตรงนี้จะคงความสำคัญให้กับ เศรษฐกิจไทยได้อย่างมั่นคงยั่งยืน และเป็นความหวังของผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาในการเป็นทางเลือก ที่จะประกอบอาชีพต่อไปได้



