
นักเตะ"กานา"ฝึกทีมบอลจิ๋วกันลูกตร.ติดเกม-ยาเสพติด
"เสียเหงื่อเพราะกีฬา ดีกว่าเสียน้ำตาเพราะยาเสพติด" คำขวัญยอดฮิตติดปากเตือนให้ตระหนักถึงประโยชน์ของกีฬาและมหันตภัยของยาเสพติด หลายคนท่องเล่นโก้ๆ หลายคนท่องจำแล้วทำตาม เหมือนกับลูกหลานของตำรวจจราจร (บก.จร.) ซึ่งทุกวันนี้กระตือรือร้นที่จะเล่นฟุตบอลกลางแจ้ง
ทุกๆ เย็นเด็กหญิงและเด็กชายวัย 6-12 ขวบ กว่า 10 คน ในชุดกีฬาถุงเท้ายาวถึงเข่า สวมรองเท้าสตั๊ดท่าทางทะมัดทะแมง พร้อมด้วยชายชาวต่างชาติผิวสีดำเข้ม ที่นำออกกำลังกายอยู่ต่อหน้าเด็กๆ ในสนามกีฬาบุณยะจินดา หลังสโมสรตำรวจ ครึ่งชั่วโมงต่อมาจึงเริ่มเรียนรู้เทคนิคการเตะฟุตบอลอย่างถูกต้อง ตลอดจนฝึกซ้อมร่วมกันอย่างจริงจัง โดยการฝึกสอนจากชายคนเดียวกัน
เล่นไปฝึกไปไม่นานพวกเขาก็เริ่มเบื่อ ไม่อยากก้าวขาวิ่งไปตามทางอีกต่อไป ชายผิวดำเลยต้องงัดกลยุทธ์ขึ้นมาหลอกล่อ ด้วยการเล่นเกมซ่อนลูกฟุตบอลไว้ข้างหลังเพื่อน เมื่อเพื่อนรู้ตัวก็คว้าบอลวิ่งไล่อีกคนที่วิ่งตรงไปที่ว่าง
"มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ตรงไหน ไว้โน่นไว้นี่ ชั้นจะตีตูดเธอ" เสียงเพลงจากเด็กๆ ที่พากันประสานเสียงกลั้วเสียงหัวเราะเมื่อรู้ตัวว่า ฟุตบอลอยู่ข้างหลังตัวเอง ใช่แล้ว ! เกมนี้คือมอญซ่อนผ้าการละเล่นพื้นเมืองของไทยมาแต่โบร่ำโบราณ แต่ชายผิวดำที่อยู่ห่างจากประเทศไทยไปหลายพันกิโลไม่รู้จัก ทว่าเขาก็นำมาประยุกต์ใช้จนเด็กๆ ลืมไปเลยว่า สิ่งที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้น แท้ที่จริงแล้วก็คือการซ้อมวิ่ง ที่พวกเขาปฏิเสธเมื่อรู้สึกเบื่อหน่ายนั่นเอง โดยชายผิวดำจะเป็นคนที่ถูกเด็กๆ นำบอลมาวางไว้ข้างหลังบ่อยที่สุด นัยว่าเป็นการทดสอบฝีเท้าระหว่างโค้ชกับนักเตะ
ชายผิวดำคนนี้ชื่อ "วิคเตอร์ เพนซิล" วัย 23 ปี จากประเทศกานา นักเตะอิมพอร์ตตำแหน่งกองหน้าของสโมสรตำรวจ ที่ใช้เวลาว่างทำประโยชน์ให้แก่เด็กๆ ลูกหลานตำรวจได้เล่นกีฬา ราว 6 เดือนก่อน วิคเตอร์ได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันต้องพักรักษาตัว ระหว่างนี้จึงมาออกกำลังกายที่สนามบุณยะจินดา จนได้พบเห็นเด็กๆ ลูกหลานตำรวจวิ่งเตะฟุตบอลกันอย่างสนุกสนาน ด้วยความน่ารักน่าเอ็นดูประกอบกับอยากทำตัวให้มีประโยชน์กับสังคมไทย วิคเตอร์อาสาเข้ามาเป็นโค้ชสอนฟุตบอลให้แก่เด็กๆ ผ่าน พ.ต.ท.ดุษฎี ศุกรเสพย์ พงส.(สบ 3) งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต ผู้ดูแลแฟลตอิสระที่พักของตำรวจจราจรกลาง นับแต่นั้นโครงการทีมฟุตบอลจิ๋ว "ตรีเพชร 2" จึงถือกำเนิดขึ้นมา
"ด้วยหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยมีเวลาให้ครอบครัว สิ่งที่น่ากลัวคือลูกขาดความอบอุ่น อาจจะหันไปพึ่งยาเสพติด แต่เราก็อุ่นใจที่เห็นลูกๆ มาเล่นฟุตบอลกัน เห็นแล้วโล่งใจ เพราะกีฬาช่วยให้ห่างไกลยาเสพติดและไม่ติดเกมคอมพิวเตอร์จนงอมแงม พวกเขาเปลี่ยนไป เชื่อฟังพ่อแม่มากขึ้น มีระเบียบวินัย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเชื่อฟังโค้ช" พ.ต.ท.ดุษฎี ขยายความสำคัญของกีฬาที่มีต่อเด็กๆ
สิ่งที่เปลี่ยนไปในทางดีที่เห็นได้ชัดอีกเรื่อง คือ ทุกๆ เย็นเด็กๆ จะกระตือรือร้นที่จะให้พ่อแม่มาส่งที่สนามฟุตบอล และให้พ่อแม่มานั่งเชียร์ติดขอบสนาม พวกเขาเชื่อฟังพ่อแม่มากขึ้น ตัวอย่างเช่น เมื่อกลับจากโรงเรียนต้องทำการบ้านให้เสร็จก่อน ถึงจะมาเล่นฟุตบอลได้ เริ่มจาก 4 โมงครึ่งจนเกือบทุ่ม พอกลับมาจะไม่มีเวลาทำ พวกเขาก็เชื่อฟังลงมือทำการบ้านโดยไม่อิดออด พอกลับบ้านด้วยความเหนื่อยและหิวก็จะกินจุ จากนั้นก็เข้านอนแต่หัวค่ำ
"ก่อนหน้านี้แต่ละครอบครัวจะมีความสัมพันธ์แบบหลวมๆ แต่พอลูกๆ ได้มาเล่นฟุตบอลด้วยกัน ช่วยสร้างความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น นอกจากนี้ ยังช่วยลดการช่องว่างเรื่องความแตกต่างระหว่างชั้นยศได้เป็นอย่างดี คนในแฟลตก็สามัคคีกัน เป็นหูเป็นตาฝากดูแลลูกหลานแทนกันได้" พ.ต.ท.ดุษฎี กล่าวย้ำความสำคัญ
เด็กที่มาเล่นฟุตบอลที่นี่เป็นลูกของตำรวจทั้งสัญญาบัตรและชั้นประทวน มีทั้งเด็กผู้ชายและผู้หญิง อย่างน้องเจนนี่ สาวน้อยนักเตะวัย 7 ขวบ ที่ชอบตาม ด.ต.ณัฐวุฒิ ทองแจ่ม ผู้เป็นพ่อมาเล่นฟุตบอลเป็นประจำ จนกลายเป็นหนึ่งในทีมนักเตะจิ๋ว ด.ต.ณัฐวุฒิ บอกขำๆ ว่ายิ่งได้มาเจอโค้ชวิคเตอร์ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ได้ทั้งทักษะฟุตบอลและภาษาถึง 3 ภาษา นั่นคือ อังกฤษ ไทย และภาษามือ
ด้าน "สำอางค์" แม่น้องการ์ตูนวัย 8 ขวบ กล่าวเสริมว่า เวลาแอบดูอยู่ข้างสนามจะรู้ได้ทันทีว่า เด็กๆ สนุกมากที่ได้เล่นฟุตบอลและชอบโค้ชวิคเตอร์เป็นพิเศษ ซ้อมไปหัวเราะไป มีความสุขทั้งคนสอนและคนเล่น ถึงเวลาก็พาไปแข่งจริงที่สนามอื่น
"อยากให้ค่าสอนเขานะ แต่เขาไม่รับ เลยเอาผลไม้เล็กๆ น้อยๆ มาฝากเขาแทนคำขอบคุณ ถึงตัวเขาจะดำแต่ใจไม่ดำนะ มีน้ำใจจริงๆ เห็นลูกเล่นกีฬาอย่างมีความสุขเราก็สุขกว่าหลายเท่า" สำอางค์ กล่าว
"ผมไม่อยากให้ทุกวันผ่านไปอย่างไร้ค่า แม้ยามพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ ผมก็อยากทำสิ่งที่มีประโยชน์บ้าง เห็นเด็กพวกนี้แล้วเหมือนเห็นเงาของตัวเอง" วิคเตอร์ที่นั่งอมยิ้มอวดฟันขาวเรียงเป็นแถวสวย บอกก่อนจะร่ายยาวต่อไปว่า เราชอบในสิ่งเดียวกันคือการเล่นฟุตบอล เวลาว่างจากพักฟื้นเลยมาสอนเด็กโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพราะตัวเขาเองก็มีน้องชายวัยไล่เลี่ยกับเด็กเหล่านี้ อยู่กับเด็กเลยทำให้คลายความคิดถึงน้องลงไปได้บ้าง
วิคเตอร์ บอกด้วยว่า สำหรับนักฟุตบอลหลายคนอาจคิดว่า ต้องซ้อมให้หนักจะได้เล่นทีมดีมีชื่อเสียงและได้ค่าตัวสูง แต่สำหรับเขาเงินไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่การพัฒนาฝีมือให้ดีและมีความสุขกับตัวเองสำคัญกว่า เช่นเดียวกันการเป็นโค้ชให้ทีมลูกตำรวจก็เป็นอีกหนึ่งความสุขใจของเขา เขาเองก็เคยเล่นให้สโมสรตำรวจ พ่อเด็กหลายคนก็เคยมาเชียร์เขาถึงขอบสนาม ถึงวันนี้ความรักความผูกพันที่มีต่อเด็กมีมากเหลือเกิน แม้จะผ่านไปแค่ครึ่งปีเท่านั้น วันไหนที่เขาไม่ได้มาสอนพ่อแม่เด็กจะโทรไปตาม
"พอผมกลับมาวันรุ่งขึ้น เด็กๆ จะตะโกนเรียกชื่อผม วิคเตอร์ วิคเตอร์ วิคเตอร์ ฟังแล้วรู้สึกดีจริงๆ" โค้ชจำเป็นชาวกานาอมยิ้ม
เมื่อเอ่ยถึงทีมฟุตบอลรุ่นจิ๋ว (ตรีเพชร 2) วิคเตอร์จะพูดย้ำอยู่เสมอว่า "I Love Child I like Football and I Happy No Money"
"ผมรักเด็ก ผมชอบฟุตบอล และผมมีความสุข แม้จะไม่มีเงิน" ฯลฯ



