ข่าว

"ผอ.พศ."กั๊กตอบทุจริตเงินทอนวัดยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีวัด

"ผอ.พศ."กั๊กตอบทุจริตเงินทอนวัดยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีวัด

20 มิ.ย. 2561

"ผอ.พศ."กั๊กตอบทุจริตเงินทอนวัด ใบ้แค่คนผิดโดนไล่ออกแล้วยกกาลามสูตรแนะเสพข่าวอย่างมีสติ ยันพศ.ไม่มีอำนาจจัดการบัญชีวัด

19 มิถุนายน 2561  ที่ห้องประชุมรัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 17/2561 โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก  

พร้อมด้วยกรรมการมส.และพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.สำนักพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าร่วมประชุม โดยการประชุมใช้เวลาประมาณ 25 นาที

  

จากนั้นพ.ต.ท.พงศ์พร แถลงภายหลังการประชุมว่า กว่า 2500 ปีที่ผ่านมาพระพุทธองค์ทรงสอน พระศุตรบทหนึ่งในกาลามสูตรว่า อย่าเชื่ออะไรง่าย ๆ ต้องพิจาณาให้ถ่องแท้ หากไม่เห็นเป็นประจักษ์แจ้งด้วยเหตุและผล ขอให้อย่าไปเชื่อ เช่นเดียวกับกรณีข่าวลือต่างที่ต้องพิจารณาด้วยตนเอง ซึ่งข่าวต่าง ๆ ที่ออกมาต่างก็มีผู้รับผิดชอบ บางรายโดนตำรวจเรียกตัวไปแล้ว

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสำนักพุทธ ต้องการจัดการบัญชีทรัพย์สินของวัดนั้น ขอยืนยันว่า พศ.เองไม่มีอำนาจในการดำเนินการในส่วนดังกล่าว เพราะการปกครองของคณะสงฆ์มีผู้ปกครองสูงสุดคือสมเด็จพระสังฆราช และมี มส. ก็เป็นองค์กรปกครองสูงสุด ซึ่งทำหน้าที่ออกกฎสำหรับปกครองที่เทียบได้กับ พ.ร.บ. และตัว มส. เองก็เปรียบเป็นสภาและรัฐบาลสงฆ์ มติที่ออกมาเทียบได้กับมติ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการบังคับสงฆ์หรือวัด ต้องออกผ่าน มส.เท่านั้น หนังสือที่มีการนำไปตีความแปลกแยกกันไป เมื่อพิจารณาแล้ว พศ.ต้องการเพียงตัวอย่างวัดที่จัดการเรื่องเงิน และนำไปศึกษาว่าสามารถทำได้หรือไม่ เท่านั้น ซึ่งบางกรณีมีการใส่ร้ายจนอาจก่อให้เกิดความแตกแยกได้ ซึ่งในเบื้องต้นได้วัดตัวอย่างมาบ้างแล้วแต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด

    

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีการตรวจสอบข้าราชการที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดพ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า ตนไม่ขอระบุจำนวน รายละเอียด แต่บอกได้เพียงว่า มีหลายรายที่ถูกไล่ออกไปแล้ว และยังมีบางส่วนที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีการดำเนินการตามขั้นตอน

    

"ผอ.พศ."กั๊กตอบทุจริตเงินทอนวัดยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีวัด

 

ส่วนจะเดินทางไปแจ้งความคดีทุจริตเงินทอนวัดล็อตต่อไปที่ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(ปปป.) เมื่อไร เนื่องจากมีการทวงถามมาจากฝั่ง ปปป. ผอ.พศ.กล่าวว่า  ไม่เคยได้ยินข่าวนี้มาก่อน 

 

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าอาจมีการดำเนินการพร้อมระบุชื่อวัดบางแห่ง วัดเหล่านั้นเคยได้เงินจากพศ.ในปี 2557 หรือไม่ ผอ.พศ.กล่าวว่า  การกล่าวอ้างในครั้งนั้น ถ้าน้องดูว่า ผู้กล่าวอ้างโดนอะไรบ้างในขณะนี้ ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวอ้างอยู่ระหว่างการพิสูจน์ แต่มีข้อสงสัยว่าเป็นเท็จจึงได้ถูกดำเนินคดีกรณีนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์  ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นคือความสับสน

    

ต่อข้อคำถามที่ว่า ที่ประชุม มส. ได้รายงานการติดตามตัวอดีพระพรหมเมธี อดีตกรรมการมส. หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่การตามตัว แต่เป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นก่อนฟ้อง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายปกครอง คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่กฎหมายกำหนดไว้แล้ว ทางพศ.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและให้คำตอบแทนไม่ได้     

ในส่วนกรณีที่พระสงฆ์บางรูปโดนจับสึก โดยไม่ได้มีโอกาสชี้แจง เป็นการละเมิด ป.วิอาญา และรัฐธรรมนูญ หรือไม่นั้น ผอ.พศ.กล่าวว่า คดีทั้งหมด ประกอบด้วยการกระทำ 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือ การจัดสรรงบประมาณโดยมิชอบ ซึ่งผู้รับผิดคือเจ้าหน้าที่ และบุคคลอื่นทั้งบรรพชิตและฆราวาส หากไม่ใช่เจ้าหน้าที่จะผิดในฐานะผู้สนับสนุน อำนาจดำเนินคดีในส่วนนี้เป็นของปปช. ตำรวจสอบเบื้องต้นแล้วต้องส่งไปยัง ป.ป.ช. ก่อนดำเนินการวินิจฉัยเพื่อส่งอัยการต่อไป 

    

พ.ต.ท.พงศ์พรกล่าวต่อไปว่า การกระทำส่วนที่สอง คือหลังจากมีจำนวนเงินออกมาแล้ว เงินนั้นเป็นทรัพย์สินตามกฎหมายฟอกเงิน ที่เรียกได้ว่าทรัพย์สินเกี่ยวกับการกระทำผิด เมื่อการกระทำผิดจัดสรรงบเป็นความผิดฐานทุจริต จึงเป็นมูลฐานหนึ่งในกฎหมายฟอกเงิน  สิ่งที่เกิดขึ้นคือ การสอบสวนคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดฐานฟอกเงิน โดยผู้ที่ทำหน้าที่ยักย้ายถ่ายเทต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งอำนาจในส่วนนี้ กฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบรัฐธณรมนูญว่าด้วยปปช.ไม่ได้ระบุไว้ว่าให้หน่วยงานใดทำ แต่เป็นเหมือนคดีอาญาตามปกติ อำนาจจึงเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดี ผู้กระทำผิดคือ ผู้ที่รับเงินจากพศ. ส่วนขั้นตอนการยักย้ายถ่ายเทจะเป็นใครก็ให้ว่ากันไปเมื่อสองถึงสามอาทิตย์ที่ผ่านมา มีข่าวจากทางเลขาปปช.ว่าจะส่งเรื่องดังกล่าวมาให้ตำรวจทำต่อ

    

"ประเทศที่เจริญแล้ว การบังคับใช้กฎหมายจะต้องเป็นใหญ่ เพียงแต่อำนาจของผู้ดำเนินคดีมีหลายองค์การ การปฏิบัติ อาจแตกต่างกันบ้าง แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายของวิธีพิจารณาคดีอาญาก็คือ คนบริสุทธิ์ต้องได้รับความคุ้มครอง คนผิดจะต้องถูกลงโทษ และหนี้สินต้องได้รับการชดใช้ ซึ่งความผิดทางอาญาทาง ปปง. จะตอบได้" พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าว

    

"ผอ.พศ."กั๊กตอบทุจริตเงินทอนวัดยันไม่มีอำนาจจัดการบัญชีวัด

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวที่จะมีการระดมพระสงฆ์มาชุมนุม ที่พุทธมณฑล ในวันที่ 25 มิ.ย. เพื่อคัดค้านการจับกุมอดีตพระผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริต เงินทอนวัด ได้มีเตรียมการอย่างไรบ้าง พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า ตนได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ถ้่าท่านมาตนก็จะไปกราบท่าน  มีหลักใดในพระพุทธธรรมบ้างที่ให้ใช้ความรุนแรง

  

ต่อข้อถามที่ว่ามีความกังวลใจ ต่อกรณีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน ฟ้องร้องให้เอาผิด ผอ.พศ. ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ในฐานความผิด ม.157 ฐานเจ้าหน้าที่รัฐประพฤติมิชอบ พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า "ถ้าเราไม่ได้ทำอะไรผิดก็อย่าไปกลัว" ในส่วนกระแสข่าวลือว่า การเข้ามาของ ผอ.พศ. จะทำลายพระพุทธศาสนานั้น พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า เห็นตนเป็นเสือ สิงห์ หรือเป็นยักษ์มาร ปิศาจอะไรกัน ตนเป็นเพียงแค่ชาวพุทธคนหนึ่ง แม้ว่าจะนามสกุลพราหมณ์เสน่ห์ แต่ถ้าดูทะเบียนบ้าน ตนคือชาวพุทธ พ่อแม่ตนก็ด้วย

    

ต่อข้อถามที่ว่าพศ. จะไปแจ้งร้องทุกข์ในคดีเงินทอนวัดล็อต 4 หรือไม่ พ.ต.ท.พงศ์พร กล่าวว่า การแจ้งความร้องทุกข์ต้องมาจากการตรวจสอบพยายหลักฐานเบื้องต้นเรียบร้อยว่ามีเหตุก่อน และมีหนังสือให้เราไป แต่ว่าอย่าเพิ่งพูดกันถึงขั้นนั้น เพราะทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ค่อยให้ข่าวอยู่แล้ว ถ้าตนพูดเรื่องนี้ก็จะมีปัญหา