
4ขวบถูกแม่ล่ามโซ่ทิ้งไว้กับยายตาบอด
หนูน้อยวัย 4 ขวบ ป่วยออทิสติก-โรคหัวใจ-ไทรอยด์ ถูกแม่ล่ามโซ่ขังใต้ถุนบ้านกับยายตาบอด เหตุต้องออกไปเก็บของเก่าขายประทังชีวิต ด้าน รพ.กาฬสินธุ์พร้อมรับเด็กรักษา แนะอาชีพร้อยลูกปัดให้ผู้เป็นแม่สร้างอาชีพใหม่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 17 ตุลาคม ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ได้รับแจ้งจากนางสมคิด สุทธิพรม หัวหน้างานกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ในฐานะประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาปัญญา จ.กาฬสินธุ์ และกรรมการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ว่า พบเด็กหญิงอายุ 4 ขวบ มีอาการพิการทางสมอง ถูกแม่ของตนเองล่ามโซ่ขังไว้ใต้ถุนบ้านเพียงลำพังกับยายที่ตาบอด หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเดินทางให้ความช่วยเหลือ
เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าวซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ยกใต้ถุนสูง เจ้าหน้าที่พบนางพร อายุ 68 ปี เจ้าของบ้านที่พิการตาบอดอยู่ภายในบ้าน ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้านพบ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 4 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของนางลุนนี อายุ 36 ปี โดยที่บริเวณขาด้านซ้ายมีโซ่ล่ามไว้ในสภาพมอมแมมและส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ตลอดเวลา
นางลุนนี แม่ของน้องนุ่น กล่าวว่า ล่ามโซ่ลูกสาวจริง เนื่องจากลูกสาวมีความบกพร่องทางสมอง ที่แสดงอาการรุนแรงมาก คือ ซุกซน ไม่อยู่นิ่ง ชอบวิ่งตลอดเวลา ส่วนนางพร ผู้เป็นแม่ก็ชราและตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด แทบจะช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อีกทั้งครอบครัวก็มีฐานะยากจนมาก ไม่มีอาชีพ ต้องเก็บขยะ
"ทุกๆ วันที่ต้องออกไปเก็บขยะ เพื่อนำมาขายหารายได้ ต้องล่ามโซ่ลูกสาวไว้ เพราะกลัวว่าจะไปเที่ยวซุกซนที่อื่นได้รับอันตราย ส่วนสามีที่เคยอยู่กินกันมา 2 ปี ก็ทิ้งไปแต่งงานใหม่ อาชีพที่ทำตอนนี้คือออกหาเก็บขยะไปขาย วันหนึ่งมีรายได้วันละ 50-100 บาท ก็เอามาไว้เป็นค่าใช้จ่ายและซื้อข้าวปลาอาหารไว้กิน จึงต้องปล่อยลูกทิ้งไว้กับแม่ที่ตาบอด แต่แม่ก็ดูแลไม่ได้ จึงก็ต้องล่ามโซ่ผูกติดไว้กับแคร่ใต้ถุนบ้าน จะหวังพึ่งพาญาติพี่น้องที่ไหนก็ไม่มีแล้ว" นางลุนนี กล่าว
ด้านนางสมคิด กล่าวว่า หลังได้รับรายงานจึงนำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าครอบครัวนี้น่าสงสารมาก เนื่องจากฐานะยากจน อาศัยอยู่กับยายที่ตาบอดสนิททั้งสองข้าง ส่วนผู้เป็นแม่ของ ด.ญ.เอ ก็เป็นม่ายถูกสามีทิ้งตั้งแต่คลอดลูก ไม่มีที่ทำกิน ทั้งนี้ในส่วน ด.ญ.เอ ซึ่งเด็กในกลุ่มดาวน์ซินโดรม หรือออทิสติก ที่มีอาการรุนแรงดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีโรคหัวใจและไทรอยด์อีกด้วย จึงควรที่จะได้รับการบำบัดรักษาเป็นการด่วน ก่อนที่อาการจะทรุดหนัก ทั้งนี้แนวทางช่วยเหลือเบื้องต้นได้มอบเงินให้จำนวนหนึ่ง และรับเด็กเข้าคลินิกกระตุ้นพัฒนาการเด็กโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งแนะอาชีพร้อยลูกปัดให้แก่นางลุนนีด้วย



