
ญาติมือฆ่าหั่นศพติดต่อตร.ขอคืนทรัพย์เหยื่อ
ญาติมือฆ่าหั่นศพติดต่อตร.ขอคืนทรัพย์สินเหยื่อหลายรายการ ระบุ มือฆ่านำมาฝากโดยอ้างเป็นทรัพย์สินญาติผู้ใหญ่ที่รอนำไปขาย ขณะที่พนักงานสอบสวน เตรียมแจ้งข้อหาเพิ่ม ทั้งชิงทรัพย์-กักขังหน่วงเหนี่ยว ด้าน"น้องมินท์" อาการดีขึ้น เชื่อ 10 วันออกจาก รพ.ได้
(17ต.ค.) เวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบคดีสะเทือนขวัญ นายสิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ อายุ 40 ปี ก่อเหตุใช้ปืนยิง นางสุนันท์ ศรีสุวรรณ อายุ 38 ปี เสียชีวิต และฆ่าหั่นศพ ด.ช.โช มาคิโน อายุ 5 ขวบ แล้วนำไปทิ้งข้างถนน เพื่ออำพรางคดี โดยเหตุการณ์นี้มีเหยื่อผู้รอดชีวิตจากพฤติกรรมอันโหดเหี้ยม คือ ด.ญ.พิชญา จงงามวิไล หรือ "น้องมินท์" บุตรสาวคนโตของนางสุนันท์ โดยขณะนี้น้องมินท์พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระรามเก้า และจากการสอบปากคำ น้องมินท์ยืนยันว่า นายสิริพงษ์นำศพมารดามาที่บ้านก่อนจะรูดเอาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นทองและเพชรไปจากตัว ก่อนนำศพมาทิ้งดังกล่าว
ล่าสุด พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เดินทางมาที่ สน.ตลิ่งชัน เพื่อประชุมร่วมกับพนักงานสอบสวนในประเด็นที่ยังมีเพิ่มเติม จากนั้นเปิดเผยว่า มาทำสำนวนในส่วนของการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่นายสิริพงษ์ หลังจากไปสอบปากคำน้องมินท์ ผู้เสียหายอีกคนที่โรงพยาบาลพระรามเก้าแล้ว ทราบว่าทรัพย์สินของนางสุนันท์สูญหายไปหลายรายการ โดยหลังจากเป็นข่าวออกไปเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบช.น. ที่ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการสืบสวนติดตามทรัพย์สิน แจ้งมาว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องกับนายสิริพงษ์ติดต่อเข้ามา โดยแจ้งความประสงค์จะนำทรัพย์สินมาคืนบางส่วน
พล.ต.ต.อำนวย กล่าวอีกว่า ผู้ที่ครอบครองทรัพย์สินของผู้ตายแจ้งว่า นายสิริพงษ์ได้นำไปฝากไว้ โดยอ้างเหตุผลว่า เป็นทรัพย์สินของญาติผู้ใหญ่ จึงขอไปฝากไว้เพื่อรอนำไปขายในภายหลัง ทั้งนี้ยังต้องพิจารณาดูก่อนว่า สิ่งที่ได้คืนมาจะตรงกับรายการที่สูญหายไปหรือไม่ ส่วนผู้ที่นำมาคืนให้นั้นจะถูกแจ้งข้อหาด้วยหรือไม่ ยังต้องขอดูรายละเอียดก่อน แต่เท่าที่ดูเจตนาของนายสิริพงษ์ ผู้ต้องหารายนี้ เชื่อว่าลงมือก่อเหตุฆ่าผู้ตายแค่คนเดียว
อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหารายนี้ทำผิดครั้งเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงต้องแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติมไปอีกอย่างแน่นอน ทั้งเรื่องหน่วงเหนี่ยวกักขังน้องมินท์ และคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์ เรื่องคดีที่เกี่ยวกับทรัพย์นั้นจะต้องปรึกษากับพนักงานสอบสวนก่อนว่าจะแจ้งข้อหาอะไร เข้าข่ายลักทรัพย์ผู้ตายหลังจากลงมือฆ่าเพราะเสียดายทรัพย์สินหรือเจตนาชิงทรัพย์ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
“ส่วนเรื่องรับศพผู้ตายทั้งสองนั้น กรณีของน้องโชต้องรอสถานทูตญี่ปุ่นเป็นผู้ติดต่อเข้ามา เบื้องต้นกระแสข่าวที่ได้รับยังไม่ชัดเจน เพราะขณะนี้มีข่าวออกมาว่าสามารถติดต่อพ่อชาวญี่ปุ่นของน้องโชได้แล้ว แต่ผมยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนศพนางสุนันท์ไม่มีปัญหา เพราะมีพี่สาวและญาติๆ มาแจ้งความประสงค์แล้ว ซึ่งหลังจากนี้พนักงานสอบสวนจะทำหนังสือมอบให้ไปรับศพได้ที่โรงพยาบาล ส่วนน้องมินท์ หลังจบสิ้นคดีนี้เชื่อว่าพ่อชาวไทย สามีคนแรกของนางสุนันท์ น่าจะมาขอรับตัวไปดูแลเอง” พล.ต.ต.อำนวย กล่าว
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวแจ้งเกี่ยวกับบุคคลใกล้ชิด หรือญาติของนายศิริพงษ์ ได้ติดต่อชุดสืบสวนว่า จะขอนำทรัพย์สินมีค่า 4-5 รายการ ประกอบด้วย นาฬิกาโรเล็กซ์ 1 เรือน สร้อยคอทองคำ เลสข้อมือ และพระเลี่ยมทอง มามอบคืนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วงเย็น เวลาประมาณ 18.00 น. โดยสาเหตุที่ตัดสินใจนำของมาคืน เพราะได้อ่านข่าวจาก นสพ. "คม ชัด ลึก" จึงกลัวความผิด โดยเบื้องต้นบุคคลดังกล่าวอ้างว่า ทรัพย์สินที่นายศิริพงษ์นำมาฝากไว้นั้นได้มาจากผู้ใหญ่คนหนึ่ง โดยนายศิริพงษ์สั่งว่าให้นำทรัพย์สินส่วนหนึ่งไปขายและส่วนหนึ่งเก็บรักษาไว้
ขณะที่ พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวถึงการติดตามทรัพย์สินของผู้ตายที่หายไปหลายรายการว่า ได้ประสานกับพล.ต.ต.อำนวย โดยได้ตำหนิรูปพรรณของทรัพย์สินจากน้องมินท์มาแล้ว ได้จัดชุดสืบสวนลงพื้นที่ตามหาทรัพย์สินที่หายไปตามโรงรับจำนำ ร้านเพชร ร้านทองในพื้นที่บางบัวทองและใกล้เคียงละแวกบ้านของคนร้าย รวมทั้งในพื้นที่ สน.ตลิ่งชันด้วย อย่างไรก็ตาม ฝ่ายสืบสวนได้เร่งติดตามหาทรัพย์สินคืนมาเพื่อเป็นหลักฐานประกอบการสอบสวนและการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบทรัพย์สินของผู้ตายแต่อย่างใด เชื่อว่า หากคนร้ายเอาไปจริงคงใช้เวลาไม่นานจะสามารถติดตามทรัพย์สินกลับมาได้
ส่วนที่มีกระแสข่าวเรื่องที่ญาตินายศิริพงษ์ติดต่อเข้ามาทางชุดสืบสวน เพื่อนำทรัพย์สินบางส่วนมาคืนนั้น พล.ต.ต.จักรทิพย์ กล่าวว่า หากได้ทรัพย์สินดังกล่าวมาก็จะนำไปให้น้องมินท์ดูทันทีว่าเป็นของแม่หรือไม่ ถ้าใช่ก็จะเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อเอาผิดนายศิริพงษ์ต่อไป ตำรวจอาจจะไม่ดำเนินคดีหรือตั้งข้อกล่าวหาใดๆ กับบุคคลที่เอาทรัพย์สินมาคืน โดยจะกันตัวไว้เป็นพยาน
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนเร่งทำสำนวนจนมีความคืบหน้ามากถึง 70 เปอร์เซ็นต์แล้ว แต่ยังต้องรอผลตรวจอาวุธปืน และลายนิ้วมือแฝงบนรถแท็กซี่คันที่เกิดเหตุเสียก่อน โดยหลังจากที่ประชุมคดีเสร็จสิ้นในวันนี้พนักงานสอบสวนจะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการแจ้งข้อหาอื่นๆ เพิ่มเติม ก่อนเดินทางไปที่แจ้งข้อหาแก่นายสิริพงษ์ ที่เรือนจำในวันที่ 19 ตุลาคม
ด้าน พ.ต.อ.ฉัตรชัย เรียนเมฆ รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนนครบาล กล่าวว่า ในฐานะที่คอยดูแลน้องมินท์ตั้งแต่ไปรับตัวมาวันที่นายสิริพงษ์เข้ามอบตัวต่อผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 จนถึงวันนี้ อาการของน้องมินท์ดีขึ้นมาก เพราะได้รับการดูแลเอาใจใส่จากแพทย์และพยาบาลเป็นอย่างดี เด็กฟื้นตัวได้เร็วมาก สามารถรับประทานอาหารเองได้แล้ว โดยวันนี้แพทย์ถอดสายน้ำเกลือออก จากนี้คาดว่าอีกประมาณ 10 วัน จะสามารถออกจากโรงพยาบาลได้



