ข่าว

ตร.ยึดทรัพย์สินเหยื่อฆ่าหั่นศพคืนแล้ว

ตร.ยึดทรัพย์สินเหยื่อฆ่าหั่นศพคืนแล้ว

17 ต.ค. 2552

พนักงานสอบสวนตามทรัพย์สินเหยื่อฆ่าหั่นศพคืนได้แล้ว หลังคนร้ายฝากญาติไว้ เตรียมแจ้งข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขัง-เกี่ยวกับทรัพย์เพิ่ม"อัศวิน "เร่งสรุปสำนวนให้เสร็จสิ้นภายในสัปดาห์หน้าพร้อมประสานอัยการ-ศาลเร่งสั่งฟ้องตัดสิน ด้าน"อำนวย" ระบุ สำนวนเสร็จแล้ว 80-90 เ

(17ต.ค.) เวลา 17.45 น. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบช.น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน  รองผบช.น.ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีฆ่าหั่นศพ หลังจากสามารถติดตามทรัพย์สินของผู้ตายคืนมาได้ส่วนหนึ่ง พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า ทรัพย์สินผู้ตายพล.ต.ต.จักรทิพย์ ติดตามคืนมาได้ส่วนหนึ่งประกอบด้วย นาฬิกาโรเล็กซ์ ฝังเพชร เรือนเล็กแบบสุภาพสตรี มูลค่า 3 แสนบาท 1 เรือน สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท 1 เส้น สร้อยคอมือทองหนัก 5 บาท พระเครื่องเลี่ยมทอง 3 องค์ และเป็นพระธาตุใส่ในตลับทรงเจดีย์ขนาดเล็ก 1 องค์ ธนบัตรญี่ปุ่นมูลค่า 1 หมื่นเยน 1 ฉบับ มูลค่า 1 พันเยน 6 ฉบับ สมุดบันทึกขนาดเล็กภายในเป็นบันทึกการผ่อนชำระรถยนต์แท็กซี่สีชมพู คันที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุบันทึกการผ่อนชำระเป็นงวดๆ ไว้

 พล.ต.ท.อัศวิน กล่าวว่า นอกจากในส่วนทรัพย์สินยังได้หารือกับคณะพนักงานสอบสวนทั้งนครบาลและภูธร 1 ซึ่งมีพล.ต.ต.อำนวยเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนว่าจะเร่งรัดการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้เร็วที่สุดหากเป็นไปได่จะให้สรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า รวมทั้งได้มอบให้ พล.ต.ต.อำนวยเข้าประสานอัยการและศาลเพื่อขอให้ช่วยเร่งรัดในการสั่งฟ้องและตัดสินคดีเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยครั้งนักในประเทศไทยรวมทั้งต่างประเทศก็ให้ความสนใจ

 ผู้สื่อข่าวถามถึงที่มาทรัพย์สินว่าได้มาอย่างไร พล.ต.ต.จักทิพย์ กล่าวว่า ยังไม่อยากเปิดเผยที่มาทรัพย์สินที่ตามคืนได้ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีทรัพย์สินบางส่วนที่ยังติดตามมาไม่ได้ และเกรงว่าจะมีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปที่อื่นอีก

 ด้านพล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า การสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในส่วนทรัพย์สินที่ตามยึดมาได้จะนำไปให้ด.ญ.พิชญา หรือน้องมิ้นดูอีกทีที่โรงพยาบาล อย่างไรก็ตามตามที่สอบปากคำน้องมิ้นมีทรัพย์สินบางส่วนที่ตรงกับที่น้องมิ้นให้การไว้ ส่วนการสอบสวนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนไม่ได้เชื่อคำให้การผู้ต้องหาทั้งหมดอยู่แล้วเมื่อติดตามทรัย์สินคืนมาได้ก็จะต้องมีการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา อีก 2-3 ข้อหา เช่น ข้อหาหน่วงเหนี่ยวกักขังและข้อหาเกี่ยวกับทรัพย์ โดยการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนได้หารือข้อกฎหมายรวมทั้งนำฎีกามาเปรียบเทียบซึ่งค่อนข้างชัดเจน สรุปจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับผู้ต้องหา

 พล.ต.ต.อำนวย กล่าวว่า จากที่ได้แจ้งข้อหาแล้วถือว่าถูกต้องเพราะพอจะสรุปได้ว่าผู้ต้องหาประสงค์ต่อทรัพย์ แต่การได้มาซึ่งทรัพย์จะได้มาก่อนหรือหลังก่อเหตุต้องลงลึกในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เมื่อนำมาประกอบกับคำให้การของน้องมิ้นจะพบว่าผู้ต้องหาทำทีขับรถหลงทางจนผู้ตายมีการทักท้วงหลายครั้ง สุดท้ายได้ขอลงจากรถ แต่ผู้ต้องหาได้ก่อเหตุทันที นอกจากนั้นทางผู้ต้องหายังมีเรื่องกับผู้ตายและไปแจ้งความไว้ที่โรงพักลักษณะว่าถูกปองร้าย ส่วนทรัพย์สินที่นำไปน่าจะเป็นช่วงนำศพไปทิ้ง ทั้งนี้ในสำนวนทั้งหมดพยานหลักฐานที่รวบรวมได้คืบหน้าไป 80-90 เปอร์เซ็นต์แล้ว

 ส่วนผู้ที่เก็บทรัพย์สินไว้จะเข้าข่ายรับของโจรหรือไม่นั้นต้องดูอีกครั้งว่ามีเจตนาอย่างไร หากพบว่าคนที่ครอบครองทรัพย์สินติดต่อขอส่งมอบทรัพย์สิยคืนก็พอจะบอกได้ว่าเป็นเจตนาดีอยู่แล้ว ส่วนจะมีทรัพย์สินเหลืออยู่หรือไม่ น้องมิ้นทราบรายละเอียดได้ดีที่สุด

 รายงานข่าวแจ้งว่าทรัพย์สินที่ได้ทั้งหมดมาจากญาติผู้ต้องหา ที่ผู้ต้องหาไปฝากไว้ แต่พนักงานสอบสวนยังไม่สรุปได้ว่าจะมีทรัพย์สินอีกหรือไม่ต้องสอบถามน้องมิ้นอีกครั้ง