ข่าว

เสื้อแดงยึดหน้าทำเนียบปักหลักชุมนุม

เสื้อแดงยึดหน้าทำเนียบปักหลักชุมนุม

17 ต.ค. 2552

กลุ่มเสื้อแดงยึดถนนหน้าทำเนียบปักหลักชุมนุม ตำรวจเปิดทางนปช.ยกพลประชิดรั้ว ด้านส.ส.ปชป. เชื่อแกนนำเสื้อแดงหวังแค่น้ำเลี้ยง-ผลประโยชน์

(17ต.ค.) เวลา 15.45 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มนปช. ขึ้นเวทีกล่าวกับผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดง ว่า ตนมีเรื่องขอหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯที่เป็นหัวหน้าควบคุมการชุมนุมในวันนี้ว่ากลุ่มเสื้อแดงจะไม่เข้าไปทำเนียบแต่ขอให้ใช้พื้นที่ถนนบริเวณหน้าทำเนียบ เพราะตอนนี้คนเสื้อแดงชุมนุมเต็มพื้นที่ไปถึงแยกสวนมิสกวันแล้ว ขอให้นายสุเทพ ซึ่งเป็นประธานวอร์รูม ตัดสินใจว่าจะให้เข้าไปดีๆ หรือไม่ ถ้าให้เราเข้าไปดีๆ ก็ไม่ต้องย้ายแผงคอนกรีตที่วางอยู่

 กลุ่มเสื้อแดงจะไม่สร้างปัญหาอะไร ยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่เข้าไปทำเนียบรัฐบาล เพราะไม่ต้องการไปทำลาย โดยเวลา 16.15 น. กลุ่มเสื้อแดงจะขอใช้ถนนหน้าทำเนียบ เพราะนายสุเทพไม่ใช้เจ้าของถนนหน้าทำเนียบ แต่ถนนเป็นของประชาชน ถ้ามีการขัดขวาง หรือมีการทำร้ายประชาชน ทางกลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพราะถนนหน้าทำเนียบฯไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประกาศเสร็จนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. เข้าเจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการขอใช้พื้นที่ข้างทำเนียบ โดยทางเจ้าหน้าที่ได้มีการระดมทั้งตำรวจและทหาร เข้าตรึงกำลังจนเต็มพื้นที่และภายหลังเจรจา เจ้าหน้าที่ยอมเปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้คนเสื้อแดงเข้าไปใช้ โดยเจ้าหน้าที่นำกุญแจมาเปิดประตูเหล็กซึ่งกั้นบริเวณดังกล่าว จากนั้นผู้ชุมนุมจึงทยอยเข้าจับจองพื้นที่นั่ง ทำให้สถานการณ์คลายความตึงเครียดลง และบนเวทีก็เริ่มกิจกรรมต่อไป

 ต่อมาเวลา 16.00 น. พิธีกรบนเวทีประกาศว่าขณะนี้เจรจากับเจ้าหน้าที่ เพื่อขอเปิดทางขยายพื้นที่การชุมนุมเพิ่มขึ้น เนื่องจากจำนวนผู้ชุมนุมเสื้อแดงเริ่มเข้ามาสบทบมากขึ้น โดยการเจรจาเป็นผลสำเร็จ สามารถขยายแนวการชุมนุมไปบริเวณหน้าทำเนียบ จากเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์เพิ่มเติมอีก 30 เมตร สร้างความดีใจให้กลุ่มผู้ชุมพากันตะโกนโห่ร้องกึกก้อง

 ด้านพล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 กล่าวว่า ยอมเปิดพื้นที่ชุมนุมให้กลุ่มเสื้อแดงเนื่องจากเห็นว่ามีผู้ชุมนุมเพิ่มมากขึ้น โดยขณะนี้ประเมินไว้ที่ประมาณ 6 พันคน และเป็นการเปิดพื้นที่ให้เข้าไปบริเวณด้านหน้าทำเนียบเพียง 30 เมตร ที่มีการกั้นแนวแท่งปูนไว้เท่านั้น ไม่ได้เปิดทางให้ทั้งหมด เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ และจะยอมให้พื้นที่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น จะไม่ยอมอีกหากมีการขอเจรจาเพื่อเปิดพื้นที่เพิ่มเติม โดยการขอเปิดพื้นที่นั้น ผู้ชุมนุมสามารถเข้ามาชุมนุมบริเวณรอบทำเนียบฯได้ อย่างสงบ แต่ห้ามเข้าไปภายในทำเนียบฯ อย่างเด็ดขาด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากพิธีกรบนเวทีประกาศว่า การเจรจาขอพื้นที่ชุมนุมเพิ่มเติมเป็นผลสำเร็จ ปรากฏว่า ผู้ชุมนุมจำนวนมากที่ปักปลักอยู่ด้านหน้าเวที พากันลุกขึ้นขยับเพื่อเข้าไปยังบริเวณถนนด้านหน้าทำเนียบฯ ทันที แต่เจ้าหน้าที่ยังตรึงกำลังไว้ สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มผู้ชุมนุมพากันตะโกนโห่ร้อง กระทั่งพล.ต.ต.วิชัย เข้าเจรจาอีกครั้งว่า เปิดพื้นที่ให้แน่นอน แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ถอนกำลังกลับไปอยู่ในเขตแนวกั้นก่อน ผู้ชุมนุมจึงยอมสงบ ขณะเดียวกันมีการเสริมกำลังตำรวจ-ทหารในชุดปจ.เพิ่มเติมอีกหลายกองร้อย บริเวณแนวแท่งปูนด้านหน้าประตู 2 และตลอดแนวรั้วภายในทำเนียบฯ นอกจากนั้นยังเสริมด้วยรถติดเครื่องส่งสัญญาณคลื่นเสียงความถี่สูง หรือแอลแรดเพื่อป้อง กันไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมรุกคืบกินพื้นที่มากกว่าที่เจรจากันไว้
 
 ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.ต.ต.วิชัย ขึ้นประกาศบนรถแอลแรด เห็นใจผู้ชุมนุมที่มาจำนวนมาก ดังนั้นจึงยอมให้ผู้ชุมนุม เคลื่อนขบวนเข้ามาชุมนุมได้ภายในพื้นที่ แนวประตูรั้ว ด้านข้างทำเนียบฯริมคลองเปรมประชากร แต่ขอให้ผู้ชุมนุมห้ามเข้าไปภายในพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลและทำลายทรัพย์สินทางราชการเด็ดขาด กลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อได้ยินดังกล่าวจึงพากันตะโกนโห่ร้องอย่างดีใจ
 
 จากนั้นตำรวจ ปจ.ที่ยืนประชิดริมร้วม เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ ประมาณ 1 กองร้อย ยกรั้วที่กั้นแนวไว้ ถอยหลังออกมาเปิดทางผู้ชุมนุมเข้าไปยังพื้นที่ตามที่ตกลงกันไว้ เป็นระยะทางประมาณ 20 เมตร โดยมีการ์ดกลุ่มเสื้อแดง ประมาณ 20 คน ยืนคล้องแขน เดินเป็นแถวหน้านำกลุ่มผู้ชุมนุมรุกคืบเข้ามาทีละนิด กระทั่งถึงแนวที่ตำรวจตั้งไว้ ขณะเดียวกันบนเวทีประกาศว่าจะรุกเข้าไปเรื่อยๆจนกว่าจะล้อมทำเนียบฯ ได้ทั้งหมด 4 ด้าน แต่พล.ต.ต.วิชัย กล่าวยืนยันว่า จะไม่ยอมเปิดทางให้ผู้ชุมนุมเข้าไปได้อีกเนื่องจากเป็นพื้นที่ประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง

 ด้านนายโกวิทย์ ธารณา ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ปักหลักยึดสะพานชมัยมรุเชษฐ์ตั้งเวทีปิดถนนพิษณุโลกโจมตีการทำงานของรัฐบาล ว่า การชุมนุมปิดถนนต้องการสร้างภาพความน่ากลัวและทำลายความเชื่อมั่นของประเทศ โดยเฉพาะต้องการส่งผลกระทบด้านจิตวิทยาต่อนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ จึงอยากถามแกนนำเสื้อแดงว่า ชาติไทยยังช้ำไม่พอหรือ ที่แกนนำและผู้ที่อยู่เบื้องหลังยังเดินหน้าสั่งการจากต่างประเทศ ให้แกนนำคนเสื้อแดงจัดกิจกรรมซ้ำเติมป่วนชาติไทยเช่นนี้

 “ตลอดทุก 2-3 เดือน นี่ยังไม่นับการโฟนอินมาทุกสัปดาห์และโพสโจมตีรัฐบาลผ่านทวิสเตอร์ ดอท คอมทุกวันว่า ยังไม่พอหรือ อยากถามถึงจิตสำนึกความเป็นคนไทยของคนเหล่านี้ว่า เหมาะสมแล้วหรือที่จะเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลช่วงเวลานี้ เพราะหากไปถามคนไทยทั้งชาติต่างก็รู้ว่า ช่วงเวลาขณะนี้ไม่ควรเคลื่อนไหวใดๆเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีหลายปัจจัยที่สำคัญกว่าเรื่องการต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะที่คนไทยทุกคนต่างน้อมรำลึก และตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณ ต่างส่งกระแสจิตของการจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ น้อมรำลึกให้พระองค์ท่านทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว เพื่อเป็นมิ่งขวัญของคนไทยทั้งชาติตลอดไป” นายโกวิท กล่าว

 นายโกวิทย์ กล่าวว่า แต่การแสดงออกของคนเสื้อแดง ที่มุ่งหวังเพียงน้ำเลี้ยงผลประโยชน์จากนายใหญ่ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมถูกต้องเช่นนนี้ แสดงให้เห็นว่าเป็นคนที่ขาดจิตสำนึกอย่างสูง เพราะในทางการเมืองยังมีเวลาที่จะต่อสู้กันอีกนาน แต่คนเหล่านี้กลับใช้วิธีซ้ำเติม ทำลายชาติให้ป่นปี้คามือ เพื่อไม่ให้ชาติไทยเหลือภาพลักษณ์ที่ดี และใช้ทุกวิถีทางที่จะขัดขวางการแก้ไขปัญหาต่างๆของรัฐบาล โดยพยายามเต็มที่ไม่ให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจของไทยโงหัวขึ้นจากเศรษฐกิจโลก

 “แทนที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในชาติ โดยเห็นปัญหาประชาชนเป็นที่ตั้งก่อนอันดับแรก แล้วค่อยว่ากันทีหลังในเรื่องทางการเมือง จึงต้องถามดังๆว่า การทำเช่นนี้คุณเป็นคนไทยหรือเปล่า ถ้ายังมีจิตสำนึกของความเป็นคนไทยที่ต้องการให้ชาติกลับคืนมาสู่ความสงบก็ควรยุติพฤติกรรมเช่นนี้ทันที” นายโกวิทย์ กล่าว