
กำแพงพังคร่าเหยื่อดินไหวญี่ปุ่น 9 ขวบผิดมาตรฐาน
เด็ก 9 ขวบ หนึ่งในเหยื่อ 4 รายจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทางตะวันตกของญี่ปุ่น เสียชีวิตขณะเดินไปโรงเรียน เพราะกำแพงไม่แข็งแรง
ชาวเมืองทะคะสึคิ ที่ตั้งอยู่ระหว่างโอซากากับเกียวโต ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ร่วมไว้อาลัยด้วยการนำดอกไม้ไปวางใกล้กับจุดที่เด็กหญิง รินะ มิยาเกะ วัย 9 ขวบ เคราะห์ร้ายเสียชีวิต ขณะเดินไปโรงเรียนใกล้บ้านแล้วเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงพอดี
เด็กหญิงมิยาเกะ จะเดินไปโรงเรียนทุกวัน ใช้เวลาเพียง 10 นาที ก่อนเข้าโรงเรียนจะผ่านกำแพงล้อมสระว่ายน้ำของโรงเรียนที่มีภาพวาดต้นไม้สีสันสดใส
ในเช้าวันจันทร์ เธอออกจากบ้านก่อนเวลาปกติเล็กน้อย เพราะมีงานต้องทำตอนเช้า เมื่อผ่านกำแพงสูง 3.5 เมตรที่เธอเดินผ่านทุกวัน เกิดแผ่นดินไหว 6.1 ทำให้บางส่วนของคอนกรีตลงมาทับ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นกำแพงอิฐบล็อกที่ไม่แข็งแรง และอาจละเมิดระเบียบความปลอดภัยกรณีสูงเกินมาตรฐานที่ 2.2 เมตร
กระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น สั่งโรงเรียนประถมและสำรวจความปลอดภัยของกำแพงอย่างเร่งด่วน ขณะรัฐมนตรีกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐานและคมนาคม เตรียมรณรงค์เตือนความเสี่ยงของกำแพงอิฐบล็อก ซึ่งทราบกันดีว่ามีความเสี่ยงกรณีเกิดแผ่นดินไหว แต่อันตรายในข้อนี้มักถูกมองข้าม ทั้งที่มีระเบียบการก่อสร้าง กำหนดให้ปรับปรุงกำแพงสร้างก่อนปี 2524
การสั่งเพิ่มมาตรฐานการก่อสร้างกำแพง มีขึ้นหลังจากกำแพงอิฐบล็อกเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากในปี 2522
เด็กหญิง 9 ขวบ เป็นเหยื่อแผ่นดินไหว 1 ใน 4 ราย นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 350 คน
นอกจากแผ่นดินไหวจะสร้างความตื่นตระหนกแล้ว ยังถูกซ้ำเติมด้วยข่าวลือที่ถูกแต่งแต้มจากข้อมูลของทางการ และลุกลามราวกับไฟป่า ทำให้ทางการต้องเตือนไม่ให้เผยแพร่ข่าวลือ เช่น ข่าวที่แชร์กันในทวิตเตอร์ว่า หลังคาของสนามกีฬาเกียวเซรา โดมโอซากา ซึ่งเป็นสนามของทีมเบสบอลยอดนิยม โอริกซ์ บัฟฟาโลส์ แตกร้าว, รถไฟตกราง และม้าลายหลุดออกจากสวนสัตว์
โอซากาซึ่งได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว กลายเป็นอัมพาตหลังแผ่นดินไหว โรงเรียนราว 400 แห่ง และธุรกิจต้องปิดทำการ มีรายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อคอย่างน้อย 20 ครั้ง และไฟไหม้หลายสิบจุดที่จังหวัดโอซากา เกียวโตและมิเอะ แม้ประชาชนบางส่วนจะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ แต่ศูนย์การค้าใหญ่ๆ ใกล้สถานีรถไฟยังคงปิด และประกาศผ่านเว็บไซท์เป็นภาษาญี่ปุ่นและอังกฤษ ความกลัวอาฟเตอร์ช็อค ทำให้ร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง ขายเฉพาะสิ่งจำเป็น เช่น น้ำดื่ม
รัฐบาลกลางประกาศว่า จะทำอย่างดีที่สุดในการบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยพิบัติ และการฟื้นฟูต่างๆ รวมถึงการแจ้งข่าวสารแก่ประชาชน ซึ่งปัจจุบัน มีมากกว่า 1,100 คน ที่ต้องไปอยู่ตามศูนย์พักพิง 462 แห่ง และยังเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมืออาฟเตอร์ช็อคอีกหลายระลอก และบางครั้งอาจรุนแรงขนาด 6



