ข่าว

ด.ญ.4ปีป่วยออทิสติกถูกแม่ล่ามโซ่ทิ้งไว้กับยาย

ด.ญ.4ปีป่วยออทิสติกถูกแม่ล่ามโซ่ทิ้งไว้กับยาย

17 ต.ค. 2552

เด็กหญิง 4 ขวบป่วยออทิสติก ถูกแม่ล่ามโซ่ขังใต้ถุนบ้านเพียงลำพังกับยายที่ตาบอด เหตุต้องออกไปเก็บของเก่า รพ.กาฬสินธุ์ พร้อมรับเด็กเข้าคลีนิกกระตุ้นพัฒนาการเด็ก พร้อมแนะอาชีพร้อยลูกปัดให้ผู้เป็นแม่หวังสร้างอาชีพ

(17ต.ค.) เวลา 11.00 น.  ผู้สื่อข่าวประจำ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากนางสมคิด สุทธิพรม หัวหน้างานกระตุ้นพัฒนาการเด็ก โรงพยา บาลกาฬสินธุ์ ในฐานะประธานชมรมส่งเสริมและพัฒนาปัญญา จ.กาฬสินธุ์ และกรรมการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทยว่า พบเด็กหญิงอายุ 4  4 ขวบ มีอาการพิการทางสมอง ถูกแม่ของตนเองล่ามโซ่ขังไว้ใต้ถุนบ้านเพียงลำพังกับยายที่ตาบอด หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องเดินทางให้ความช่วยเหลือที่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 11 บ้านคำเจริญ ต.หัวนาคำ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์

 เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น  ยกใต้ถุนสูง เจ้าหน้าที่ พบนางพร  ภูผิวฟ้า อายุ 68 ปี เจ้าของบ้าน และพิการตาบอด  อยู่ภายในบ้าน ส่วนบริเวณใต้ถุนบ้าน พบ ด.ญ.นฤมล  แก้วไชยะ หรือน้องนุ่น อายุ 4 ขวบ ซึ่งเป็นบุตรของ นางลุนนี แก้วอุดม อายุ 36 ปี ที่บริเวณขาด้านซ้ายมีโซ่ล่ามเอาไว้ในสภาพที่มอมแมมและส่งเสียงร้องโหยหวนอยู่ตลอดเวลา

 นางลุนนี แม่ของน้องนุ่น กล่าวว่า   ได้ล่ามโซ่ลูกสาวของตนเอง เนื่องจาก น้องนุ่น มีความบกพร่องทางสมอง ที่แสดงอาการรุนแรงมาก คือ ซุกซน ไม่อยู่นิ่ง ชอบวิ่งตลอดเวลา ขณะที่ นางพร ผู้เป็นแม่ก็ชราและตาบอดมาตั้งแต่กำเนิด แทบจะช่วยเหลือตนเองไม่ได้ อีกทั้งครอบครัวก็มีฐานะยากจนมากไม่มีอาชีพ ต้องเก็บขยะ

 "ทุกๆ วันที่ต้องออกไปเก็บขยะ เพื่อนำมาขายหารายได้  ต้องล่ามโซ่น้องนุ่นไว้  เพราะกลัวว่าจะไปเที่ยวซุกซนที่อื่นได้รับอันตราย
 ส่วนสามีที่เคยอยู่กินกันมา 2 ปีก็ทิ้งไปแต่งงานใหม่ อาชีพที่ทำตอนนี้คือออกหาเก็บขยะไปขายวันหนึ่งมีรายได้วันละ 50-100 บาทก็เอามาไว้เป็นค่าใช้จ่ายและซื้อข้าวปลาอาหารไว้กิน จึงต้องปล่อยลูกทิ้งไว้กับแม่ที่ตาบอด แต่แม่ก็ดูแลไม่ได้ จึงก็ต้องล่ามโซ่ไว้ผูกติดไว้กับแคร่ใต้ถุนบ้าน จะหวังพึ่งพาญาติพี่น้องที่ไหนก็ไม่มีแล้ว"นางลุนนี กล่าว

 ด้านนางสมคิด กล่าวว่า หลังได้รับรายงานจึงได้นำคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่า ครอบครัวน้องนุ่นน่าสงสารมาก เนื่องจากฐานะยากจน อาศัยอยู่กับยายที่ตาบอดปิดสนิททั้ง 2 ข้าง ส่วนผู้เป็นแม่ของน้องนุ่น คือ นางลุนนี เป็นหญิงม่ายถูกสามีทิ้งตั้งแต่คลอดน้องนุ่น ไม่มีที่ทำกิน จึงต้องหันมาเก็บขยะขาย รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่ายในครัวเรือนจึงทำให้สภาพความเป็นอยู่แร้นแค้นขัดสนมาก

 นางสมคิด กล่าวอีกว่า นอกจาก น้องนุ่น จะเป็นเด็กที่มีความบกพร่องทางปัญญา จัดอยู่ในกลุ่มดาวน์ซินโดรมหรือออทิสติก ที่มีอาการรุนแรงดังกล่าวแล้ว ยังพบว่ามีโรคประจำตัวคือโรคหัวใจและไทรอยด์อีกด้วย จึงควรที่จะได้รับการบำบัดรักษาเป็นการด่วน ก่อนที่อาการจะทรุดหนัก

 สำหรับแนวทางช่วยเหลือ เบื้องต้นได้มอบเงินให้จำนวนหนึ่ง และรับ น้องนุ่น เข้าคลีนิกกระตุ้นพัฒนาการเด็กโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมทั้งแนะอาชีพร้อยลูกปัดให้กับ นางลุนนี ที่สามารถนำมาจัดทำที่บ้านได้ ซึ่งก็พอที่จะช่วยให้มีรายได้ดีกว่าที่ผ่านมา และสามารถดูแลน้องนุ่นขณะทำงานได้ หากใครมีความประสงค์จะช่วยเหลือครอบครัวน้องนุ่น เด็กปัญญาอ่อนที่ถูกยายตาบอดล่ามโซ่ไว้ สามารถติดต่อช่วยเหลือที่บ้านเลขที่ 134 หมู่ 11 บ้านคำเจริญ ต.หัวนาคำอ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์