
ตำรวจรถไฟเครียดเมายิงปืนขึ้นฟ้า 13 นัด
ตำรวจรถไฟหนองคายนั่งดื่มเบียร์ในแฟลตตั้งแต่เช้าตกบ่ายคว้าปืนคู่กายยิงขึ้นฟ้าหลายสิบนัด เพื่อนข้างห้องหนีกระเจิง เกลี้ยกล่อมนานหลายชั่วโมงสุดท้ายยอมทิ้งปืน
เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. (18 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งเหตุชายเมาสุรายิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัด ที่แฟลตสวัสดิการเจ้าหน้าที่รถไฟ ภายในสถานีรถไฟหนองคาย พ.ต.อ.อรรคพงษ์ พิมลศิริ รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย , พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย , พ.ต.ท.ธรนินท์ ศรีทอง รอง ผกก.(ป.) จึงนำกำลังไปตรวจสอบ
พบว่าผู้ก่อเหตุ คือ ด.ต.ถวิล วรพัฒนา อายุ 47 ปี ผบ.หมู่ ส.รฟ.หนองคาย กก.5 บก.รฟ. (ผู้บังคับหมู่สถานีรถไฟหนองคาย กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจรถไฟ) อยู่ในสภาพมึนเมา นั่งอยู่หน้าแฟลตชั้น 1 ห้องที่ 3 ใช้อาวุธปืนพกสั้นประจำกาย ยิงปืนขึ้นฟ้าข่มขู่ บางช่วงมีการนำอาวุธปืนจ่อที่ขมับ ใต้คาง และจ่อปากตัวเอง ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าชาร์จได้ ตำรวจ ภรรยาของ ด.ต.ถวิล และลูกชาย พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นานหลายชั่วโมง ระหว่างนั้นผู้ที่อาศัยอยู่ภายในแฟลตซึ่งเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ซึ่งมีทั้งพนักงานขับรถไฟ พนักงานประจำรถ และสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน ต่างหวาดกลัว บางคนออกมาแล้วไม่กล้ากลับเข้าห้อง และพบว่า ด.ต.ถวิล ได้ยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 13 นัด
ต่อมาเวลาประมาณ 21.00 น. แม่ และพี่สาวของ ด.ต.ถวิล ได้เดินทางมาจาก จ.อุดรธานี มาช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อม ผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่ง ด.ต.ถวิล มีท่าทีอ่อนลง แต่ยังพูดจาสั่งเสียให้ช่วยจัดงานศพให้ ซึ่ง ด.ต.ถวิล ยังไม่ยอมวางอาวุธ จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.15 น. ด.ต.ถวิล จึงยินยอมให้ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ตำรวจอีกนายหนึ่งที่นับถือ และพี่สาว นำรถยนต์ไปรับตัวออกจากห้อง พร้อมปลดอาวุธปืน โดยไม่ยอมให้สื่อมวลชนถ่ายภาพทำข่าว หลังจากนั้น พ.ต.อ.เกษม ได้พาตัว ด.ต.ถวิล ไปยัง สภ.เมืองหนองคาย
จากการสอบถามผู้ที่พักอาศัยอยู่ในแฟลตเดียวกันกับ ด.ต.ถวิล ทราบว่า เห็น ด.ต.ถวิล นั่งดื่มเบียร์ตั้งแต่เช้า พอช่วงสายก็นอนพักผ่อน พอถึงช่วงบ่ายก็ดื่มอีก จนถึงเวลาประมาณ 15.35 น. ด.ต.ถวิล ได้ยิงปืนขึ้นฟ้า จนทำให้คนอื่นหวาดกลัว จนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยเหลือควบคุมสถานการณ์
ทั้งนี้ ด.ต.ถวิล น่าจะเครียดจากปัญหาส่วนตัว หาทางออกไม่ได้ เมื่อดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปจึงทำให้ขาดสติ คว้าอาวุธปืนออกมายิงหลายสิบนัด ซึ่งเบื้องต้นจะถูกแจ้งข้อหา ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร



