
สหรัฐฯขาดดุลงบฯสูงถึง1.4ล้านล้านดอลลาร์
สหรัฐขาดดุลงบประมาณปี 2009 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.4 ล้านล้านดอลลาร์
(17ต.ค.) กระทรวงการคลังของสหรัฐ แถลงเมื่อวานนี้ว่า ปีงบประมาณ 2552 สิ้นสุดลงแล้วโดยรัฐบาลประสบภาวะขาดดุลงบประมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่เกือบ 1 ล้าน 4 แสนล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 48 ล้าน 2 แสนล้านบาท โดยสูงขึ้นจากปีงบประมาณที่แล้วราว 9 แสน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ และคิดเป็น 10% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์โดยรวมภายในประเทศหรือจีดีพี ซึ่งเป็นการขาดดุลมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง และสูงถึงกว่า 3 เท่าของตัวเลขการขาดดุลของปีงบประมาณที่แล้วที่ราว 4 แสน 6 หมื่นล้านดอลลาร์
ตัวเลขขาดดุลที่สูงขึ้นเป็นผลจากรายได้ที่ลดลงและมาตรการส่งเสริมการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประสบภาวะถดถอย อันเป็นผลมาจากวิกฤติการเงินครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี โดยรายได้ของรัฐเมื่อสิ้นสุดเดือนกันยายนอยู่ที่ 2 ล้าน 1 แสนล้านดอลลาร์ แต่รายจ่ายสูงถึง 3 ล้าน 5 แสนล้านดอลลาร์
ทิโมธี ไกธ์เนอร์ รัฐมนตรีคลังและนายปีเตอร์ ออร์สแซก หัวหน้าฝ่ายงบประมาณของทำเนียบขาว ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า การขาดดุลงบประมาณปีนี้ส่วนใหญ่เป็นเพราะมาตรการการใช้จ่ายภาครัฐและนโยบายลดภาษีของรัฐบาลชุดก่อน และตัวเลขการขาดดุลลดน้อยลงกว่าที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลได้เข้าแก้ระบบการเงิน แต่อนาคตการขาดดุลจะสูงมาก และประธานาธิบดีบารัก โอบามาสัญญาว่าจะร่วมมือกับสภาคองเกรสเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณลงอีกเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวมากขึ้น



