ข่าว

พลังประชารัฐ ดูด "ปรีชา" สำเร็จ "เพื่อไทย" ยันไม่กระทบมาก

พลังประชารัฐ ดูด "ปรีชา" สำเร็จ "เพื่อไทย" ยันไม่กระทบมาก

18 มิ.ย. 2561

พลังประชารัฐเดินเครื่องหนัก ดูด "ปรีชา" สำเร็จ ด้านเพื่อไทย ยันไม่กระทบมาก เชื่อปชช.เชื่อมั่น ชี้ "สุริยะ" ตัวแทนท่อน้ำเลี้ยง ด้าน "เจ๊หน่อย" เรียกอดีตส.ส.หารือ

 

          18 มิ.ย.61-ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากมีข่าวว่า นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายอนุชา นาคาศัย ได้เดินทางไปพบกับนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข และนายวันชัย บุษบา อดีตส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ที่บ้านพักของนายปรีชาในจ.เลย และได้เชิญอดีต3 ส.ส.เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ และอดีต 3 ส.ส.ได้ตอบรับเข้าร่วมนั้น 
       

          รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า การย้ายไปร่วมกับพรรคพลังประชารัฐของนายปรีชา สร้างความแปลกใจให้กับส.ส.อยู่ไม่น้อย เพราะก่อนหน้านี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย และอดีตส.ส.อีสานจำนวนหนึ่งเพิ่งเดินทางไปร่วมงานบวชบุตรชายของนายปรีชา ที่จ.เลยและได้มีการพูดคุย โดยไม่มีสัญญาณใดๆว่าจะย้ายออกไปจากพรรคเพื่อไทย แต่การย้ายพรรคครั้งนี้ ก็ไม่ได้มีผลกระทบกับพรรคเพื่อไทยและในพื้นที่อีสานเหนือมากนัก ถึงแม้ก่อนหน้านี้ พรรคเพื่อไทยจะได้ส.ส.3 คนจากจ.เลย แต่ก็มาจากกระแสพรรคในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่มีส่วนทำให้ยกจังหวัด และพื้นที่จ.เลย ถือว่ามีการแข่งขันกันสูง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ แข่งขันอยู่ 3 ตระกูล แต่หากดูจากคะแนนการเลือกตั้งแล้ว อดีต.ส.ส.บางคน มีคะแนนชนะคู่แข่งจำนวนหลักร้อย
          จากนี้พรรคเพื่อไทยก็จะได้หาตัวบุคคลมาลงสมัครแทนทั้ง 3 คน และเสียงตอบรับของพรรคเพื่อไทยยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในจ.เลย และการย้ายไปครั้งนี้ของนายปรีชา น่าจะเป็นเหตุผลส่วนตัว แต่ก่อนหน้านี้นายปรีชาได้พยายามประสานผู้ใหญ่ อาสาจะขอเป็นคนนำส.ส.ในอีสานเหนือและการที่พรรคพลังประชารัฐ ให้นายสุริยะ เป็นแกนนำเดินสายพูดคุย ก็น่าจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักในเรื่องของท่อน้ำเลี้ยง เพราะก็ทราบกับดีว่ายุคนายทักษิณ นายสุริยะ ก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในนายทุนพรรค 
           รายงานข่าวแจ้งอีกว่าหลังจากพูดคุยกับนายปรีชาเสร็จ กลุ่มนายสุริยะ ก็จะเดินทางไปพูดคุยกับอดีตส.ส.จ.หนองบัวลำภูและก่อนหน้านี้ ก็ได้เดินทางไปพูดคุยกับอดีตส.ส.จ.ร้อยเอ็ด ส่วนกระแสข่าวที่ว่า จะมีอดีต.ส.ส.พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกับพรรคพลังประชารัฐจำนวนมากนั้น คงเป็นแค่กระแสข่าว เพราะในหลายจังหวัดก็มีอดีตส.ส.เพียงไม่กี่คนไปพบปะและให้การต้อนรับตามมารยาทของคนรู้จักกันเท่านั้น คงจะมีแต่กลุ่มนายปรีชาที่แสดงตัวชัดเจน และการเลือกตั้งครั้งหน้าคนที่เหนื่อยไม่น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยแต่คงเป็นนายปรีชาเอง ที่ต้องเหนื่อยเป็น 2 เท่า ในการเปิดตัวไปร่วมกับพรรคทหารในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้พรรคพลังประชารัฐ ได้เดินสายพูดคุยกับอดีต.ส.ส.ในหลายพื้นที่อย่างหนักเพื่อให้เข้าร่วมกับพรรคประชารัฐโดยเฉพาะในพื้นที่ภาคอีสาน 
           รายงานข่าวแจ้งอีกว่าในสัปดาห์นี้คุณหญิงสุดารัตน์จะนัดอดีตส.ส.จำนวนหนึ่งเพื่อรับประทานอาหารพูดคุยอีกด้วย