
แม่ค้าเสื้อผ้าเครียดขาดทุนดิ่งคอนโดดับคาที่
แม่ค้าขายเสื้อผ้า ทะเลาะกับสามี เศรษฐกิจแย่ค้าขายขาดทุน ล๊อคประตูขังสามีในบ้านหนีออกมาขึ้นไปชั้น 7 คอนโดข้างบ้านดิ่งฆ่าตัวตายดับ "ผัว"บอกเคยพูดทำนองคิดฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแต่ไม่คิดว่าทำจริง เผย อาถรรพ์คอนโดฆ่าตัวตายรายที่ 4 แล้ว
(17ต.ค.) เวลา 01.30 น. ขณะที่ พ.ต.ต.วันชัย คงเพียรธรรม สวป.สน.ราษฏร์บูรณะ ปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้รับแจ้งทางวิทยุว่ามีหญิงพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิตบริเวณอาคารราษฏร์บูรณะคอนโด เลขที่ 217 ถนนประชาอุทิศ ซอยประชาอุทิศ 17 แขวงและเขตราษฏร์บูรณะ กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลศิริราช และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง
ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น บริเวณลานจอดรถชั้นล่างเจ้าหน้าที่พบศพนางชุติกาญจน์ สุวรรณจินดา อายุ 43 ปี แม่ค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด อยู่บ้านเลขที่ 223/2 หมู่ 5 แขวงและเขตราษฏร์บูรณะ กทม. นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ระหว่างรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สีแดง ทะเบียน 2 พ-4430 กรุงเทพมหานคร กับรถยนต์เก๋งยี่ห้ออีซูซุ เวิร์ลเทค สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ก-8329 เพชรบุรี สภาพศพคอหัก แขนขาหัก สวมเสื้อกล้ามสีดำ กางเกงขาสั้นสีฟ้า ที่บริเวณหัวไหล่ด้านขวามีรอยสัก โดยเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายกระโดดลงมาจากบริเวณโถงบันไดชั้น 7 ลงมาเสียชีวิตดังกล่าว
จากการสอบสวนนายวิทิต สุวรรณจินดา อายุ 50 ปี สามีผู้ตายให้การว่า อยู่กินกับภรรยาผู้ตายมากว่า 20 ปี มีลูกชายด้วยกัน 1 คน ประกอบอาชีพค้าขายเสื้อผ้าตามตลาดนัด ช่วงหลังเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำให้ภรรยาตนมีอาการเครียด จึงมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง โดยภรรยาเคยพร่ำบอกกับตนว่าจะกระโดดตึกฆ่าตัวตาย แต่ตนก็ไม่เชื่อ
"กระทั่งก่อนเกิดเหตุผมออกไปดื่มเหล้ากับเพื่อนๆ ภรรยามาตามกลับบ้านซึ่งอยู่ใกล้อาคารที่เกิดเหตุ เมื่อกลับไปก็มีปากเสียงกันเล็กน้อย ภรรยาจึงล็อคประตูขังผมไว้ในบ้าน ก่อนหายออกจากบ้านไป กระทั่งมาทราบว่าภรรยาตัดสินใจไปกระโดดตึกฆ่าตัวตายที่คอนโดดังกล่าว"นายวิทิต กล่าว
พ.ต.ต.วันชัย กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ตายน่าเครียดจากเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ทำให้ค้าขายไม่ค่อยได้ ประกอบกับมีปากเสียงกับสามี จึงตัดสินใจเดินทางมากระโดดตึกเสียชีวิต ทั้งนี้ผู้ตายไม่ได้พักอยู่อาคารดังกล่าวแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบพบว่าก่อนหน้านี้อาคารดังกล่าวเคยมีผู้คิดสั้นกระโดดตึกตายมาแล้วทั้งสิ้น 3 คน กระทั่งนางชุติกาญจน์ มากระโดดรายล่าสุดเป็นรายที่ 4 เจ้าหน้าที่ส่งศพไปทำการชันสูตรสาเหตุการตายที่แท้จริงที่นิติเวชโรงพยาบาลศิริราชต่อไป



