ข่าว

ยังไม่พบผู้สูญหายถูกน้ำป่าซัดรถตกคลอง

ยังไม่พบผู้สูญหายถูกน้ำป่าซัดรถตกคลอง

18 มิ.ย. 2561

ผวจ.ระนอง สั่งกำชับ จนท.เร่งระดมกำลังค้นหาผู้สูญหายถูกกระแสน้ำป่าพัดรถยนต์กระบะจมลงในคลอง ทั้งทางเรือและชายฝั่ง

               นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า ได้สั่งกำชับให้เจ้าหน้าที่ระดมกำลังในการเร่งค้นหาบุคคลสูญหายจากการถูกกระแสน้ำป่าพัดรถยนต์กระบะจมลงในคลองนาคา ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เมื่อคืนวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยในช่วงที่ผ่านมา จนท.ได้ค้นหาแล้ว 2 วัน แต่ยังไม่พบผู้สูญหาย ซึ่งเป็นหญิงชาวบ้าน ต.นาคา พบเพียงรถยนต์กระบะที่ถูกกระแสน้ำพัดไปอยู่กลางลำคลอง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 600 ม.

 

 

 

               โดยวันนี้ (18 มิ.ย.) ซึ่งเป็นวันที่ 3 ในการค้นหาผู้สูญหาย ทางเจ้าหน้าจะแบ่งกำลังออกเป็น 2 ส่วน คือ การค้าหาทางเรือ และการเดินเท้าเลียบลำคลองทั้งสองข้าง เพื่อค้นหาและสังเกตจุดต้องสงสัย หากพบจุดที่ต้องสงสัยก็ให้ระดมกำลังในการค้นอย่างละเอียด เพื่อให้พบผู้สูญหายโดยเร็วที่สุด

               นายสุทัศน์ แก้วประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีรถกระบะถูกน้ำป่าซัดจมสูญหายไปในคลองนาคา ระหว่างรอยต่อ หมู่ 5 และ หมู่ 7 คลองวังผักบุ้ง ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ตั้งแต่เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมตำรวจ ทหาร ปลัดอาวุโส อส. เจ้าหน้าที่มูลนิธิระนองสงเคราะห์

               จากการสอบถามทราบชื่อผู้ขับขี่ที่รอดชีวิต นายสามารถ นามสันเที๊ยะ อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 53/1 ม.5 ต.นาคา อ.สุขสำราญ จ.ระนอง ส่วนผู้สูญหายเป็นภรรยา ทราบชื่อ นางนกแก้ว อายุ 39 ปี โดยในขณะเกิดเหตุได้ติดอยู่ในรถยนต์ เชฟโรเลต สีบรอนซ์ทอง แค็บ (มีหลังคา) หมายเลขทะเบียน 7067 จึงได้ช่วยกันออกค้นหา จนกระทั่งเวลา 07.00 น. ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบรถคันดังกล่าวอยู่ในคลองไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิระนองสงเคราะห์ พร้อมด้วยชาวบ้าน ทหาร ตำรวจ จึงเข้าพื้นที่เร่งดำเนินการกู้รถ เพื่อตรวจดูภายในรถว่ามีผู้สูญหายอยู่ในรถคันดังกล่าวหรือไม่ แต่ด้วยสภาพฝนที่ตกหนักและน้ำในคลองกำลังไหลเชี่ยว จึงทำให้ดำเนินการค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก

               จนเมื่อเวลา 11.00 น. (17 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่สามารถกู้รถขึ้นมาได้ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบภายในรถกลับไม่พบร่างผู้สูญหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันออกค้นหาผู้สูญหายต่อไป ทั้งทางเรือและตลอดริมฝั่งคลองต่อไป ขณะที่ นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ ปภ.ระนอง ได้เร่งให้ความช่วยเหลือตามหาผู้สูญหาย และเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยวาตภัย

 

 

 

เตือนอันตราย 7 น้ำตกเสี่ยงน้ำป่า - ดินเลื่อนไหล


               นายกิตติพนธ์ วุฒิวงศ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ระนอง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่จังหวัดระนองยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้ดินในทุกพื้นที่อยู่ในภาวะอุ้มน้ำสูง จึงประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องแจ้งเตือนประชาชน และนักท่องเที่ยวให้ระวัง โดยเฉพาะในการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวยังแหล่งน้ำตกต่างๆ ในจังหวัดระนอง โดยเฉพาะน้ำตกที่มีชื่อเสียง 7 น้ำตก

               จากการเข้าไปสำรวจของเจ้าหน้าที่ พบว่า สภาพดินอุ้มน้ำสูงจากฝนที่ตกสะสมมานาน ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหลได้ในหลายๆ จุด ที่อาจเป็นอันตรายแก่ผู้ที่เข้าไปท่องเที่ยวได้ โดยจะยังไม่มีการห้ามเข้าไปท่องเที่ยว แต่เตือนให้ชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวรู้จักการสังเกตบริเวณจุดที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะจุดที่มีดินเลื่อนไหลย่อยๆ หล่นลงมาด้านล่าง หรือหากพบน้ำตกเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีขุ่นข้น ถือเป็นจุดที่อันตรายควรหลีกเลี่ยง และให้รีบออกมาจากบริเวณดังกล่าวโดยเร็วที่สุด

               พร้อมประสานให้หน่วยงานเกี่ยวข้องให้จัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ในช่วงที่ทางกรมอุตุนิยมวิทยามีคำเตือนเรื่องฝนตกหนัก และลมพัดแรง นอกจากนี้ ยังให้จัดชุดพร้อมเครื่องมือเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือประชาชน หรือเมื่อได้รับคำร้องขอในกรณีที่เกิดเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก หรือน้ำท่วมฉับพลัน ให้เจ้าหน้าที่มีการจัดเวรยามเฝ้าดูสภาพน้ำตกที่อาจจะมีความเสี่ยงเรื่องปริมาณน้ำ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และนักท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่